การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนดินร่วนปนทรายเสริมรายได้จากการทำนา
ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการทำนา เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะทิ้งที่นาให้ว่างเปล่าโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใด แต่ยังมีเกษตรกรบางส่วนทำการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นพืชที่ทนแล้ง ขายได้ราคาดี อีกทั้งยังทำรายได้มากกว่าการทำนา
เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ลงพื้นที่พบกับนางหนูผิน พามาลาน เกษตรกรผู้ที่มีประสบการณ์ในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มานานกว่า 10 ปี ที่บ้านเสาเล้า ม.4 ต.นาส่วง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้หลังจากการทำนา
นางหนูผิน กล่าวว่า ที่นาส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นดินทรายและดินร่วนปนทราย ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 400-500 กิโลกรัม/ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ภายหลังเก็บเกี่ยวจากการทำนามักจะปล่อยทิ้งที่นาให้ว่างเปล่า แต่ทว่ามีชาวนากว่า 50%จากบ้านเสาเล้าใช้ประโยชน์จากพื้นที่หันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้จากการทำนา เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ขายได้ราคาดี อีกทั้งการปลูกข้าวโพดจะช่วยทำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอและเป็นการเพิ่มปุ๋ยลงไปในดินก่อนถึงฤดูการทำนา ซึ่งนางหนูผินได้ให้คำแนะนำวิธีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาในพื้นที่ดินร่วนปนทราย ดังนี้
ขั้นตอนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา :
1. การเตรียมดิน : ทำการไถกลบตอซังข้าวในขณะที่ดินยังมีความชื้นช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ ร่วมกับปุ๋ยคอกจากมูลไก่แกลบหรือปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด อัตรา 100 กิโลกรัม/ไร่ โดยหว่านเป็นปุ๋ยรองพื้นแล้วใช้รถไถนาขึ้นร่อง ระยะห่างระหว่างร่อง 75 เซนติเมตร ความยาวตามขนาดของพื้นที่
2. การเตรียมเมล็ดพันธุ์ : ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ทนแล้งและต้านทานโรคได้ดี อาทิ พันธุ์นครสวรรค์3 หรือ พันธุ์แปซิฟิก339 ฯลฯ โดยนำไปหยอดลงหลุมๆละ 1 เมล็ด ระยะห่างระหว่างหลุม 20 ซม. แล้วใช้ดินกลบบางๆ
3. การใส่ปุ๋ย : ก่อนใส่ปุ๋ยจะปล่อยน้ำลงไปในแปลงเพื่อให้ดินมีความชื้นก่อนโรยปุ๋ยไว้ข้างลำต้น
- ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 : ภายหลังจากปลูกข้าวโพดได้ 20 วัน โดยใช้ปุ๋ยยูเรีย(46-0-0) อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่
- ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 : ก่อนข้าวโพดผสมเกสรและติดฝัก โดยใช้ปุ๋ยยูเรีย(46-0-0) อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่
4. การให้น้ำ : โดยการปล่อยน้ำเข้าไปในแปลงให้ชุ่ม ช่วงเช้าและเย็น 2 สัปดาห์/ครั้ง และงดให้น้ำก่อนเก็บผลผลิต 10 วัน ซึ่งเกษตรกรอาจจะใช้น้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ หรือใช้น้ำจากการขุดเจาะบ่อบาดาลน้ำตื้น
5. การกำจัดวัชพืช : เกษตรกรจะใช้แรงงานในครัวเรือนโดยใช้จอบหรือเสียมในการกำจัดหญ้าวัชพืชเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมี อีกทั้งยังสามารถนำเอาหญ้าไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้
6. โรคและแมลง : เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำมาปลูกจะมีความต้านทานโรคสูงและทนทานต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี จึงไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง
7. การเก็บเกี่ยวผลผลิต : ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 110-120 วัน(นับจากวันที่ปลูก) ผลผลิตเฉลี่ย 1,200-1,500 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อเก็บผลผลิตเรียบร้อยแล้วเกษตรกรสามารถทำการไถกลบเพื่อให้ต้นข้าวโพดย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติก่อนถึงฤดูกาลทำนา