โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนดินร่วนปนทรายเสริมรายได้จากการทำนา

รักบ้านเกิด

อัพเดต 14 พ.ย. 2562 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 06.54 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการทำนา เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะทิ้งที่นาให้ว่างเปล่าโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใด แต่ยังมีเกษตรกรบางส่วนทำการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นพืชที่ทนแล้ง ขายได้ราคาดี อีกทั้งยังทำรายได้มากกว่าการทำนา

เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ลงพื้นที่พบกับนางหนูผิน พามาลาน เกษตรกรผู้ที่มีประสบการณ์ในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มานานกว่า 10 ปี ที่บ้านเสาเล้า ม.4 ต.นาส่วง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้หลังจากการทำนา

นางหนูผิน กล่าวว่า ที่นาส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นดินทรายและดินร่วนปนทราย ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 400-500 กิโลกรัม/ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ภายหลังเก็บเกี่ยวจากการทำนามักจะปล่อยทิ้งที่นาให้ว่างเปล่า แต่ทว่ามีชาวนากว่า 50%จากบ้านเสาเล้าใช้ประโยชน์จากพื้นที่หันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้จากการทำนา เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ขายได้ราคาดี อีกทั้งการปลูกข้าวโพดจะช่วยทำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอและเป็นการเพิ่มปุ๋ยลงไปในดินก่อนถึงฤดูการทำนา ซึ่งนางหนูผินได้ให้คำแนะนำวิธีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาในพื้นที่ดินร่วนปนทราย ดังนี้

ขั้นตอนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา :
1. การเตรียมดิน : ทำการไถกลบตอซังข้าวในขณะที่ดินยังมีความชื้นช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ ร่วมกับปุ๋ยคอกจากมูลไก่แกลบหรือปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด อัตรา 100 กิโลกรัม/ไร่ โดยหว่านเป็นปุ๋ยรองพื้นแล้วใช้รถไถนาขึ้นร่อง ระยะห่างระหว่างร่อง 75 เซนติเมตร ความยาวตามขนาดของพื้นที่
2. การเตรียมเมล็ดพันธุ์ : ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ทนแล้งและต้านทานโรคได้ดี อาทิ พันธุ์นครสวรรค์3 หรือ พันธุ์แปซิฟิก339 ฯลฯ โดยนำไปหยอดลงหลุมๆละ 1 เมล็ด ระยะห่างระหว่างหลุม 20 ซม. แล้วใช้ดินกลบบางๆ
3. การใส่ปุ๋ย : ก่อนใส่ปุ๋ยจะปล่อยน้ำลงไปในแปลงเพื่อให้ดินมีความชื้นก่อนโรยปุ๋ยไว้ข้างลำต้น
- ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 : ภายหลังจากปลูกข้าวโพดได้ 20 วัน โดยใช้ปุ๋ยยูเรีย(46-0-0) อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่
- ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 : ก่อนข้าวโพดผสมเกสรและติดฝัก โดยใช้ปุ๋ยยูเรีย(46-0-0) อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่
4. การให้น้ำ : โดยการปล่อยน้ำเข้าไปในแปลงให้ชุ่ม ช่วงเช้าและเย็น 2 สัปดาห์/ครั้ง และงดให้น้ำก่อนเก็บผลผลิต 10 วัน ซึ่งเกษตรกรอาจจะใช้น้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ หรือใช้น้ำจากการขุดเจาะบ่อบาดาลน้ำตื้น
5. การกำจัดวัชพืช : เกษตรกรจะใช้แรงงานในครัวเรือนโดยใช้จอบหรือเสียมในการกำจัดหญ้าวัชพืชเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมี อีกทั้งยังสามารถนำเอาหญ้าไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้
6. โรคและแมลง : เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำมาปลูกจะมีความต้านทานโรคสูงและทนทานต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี จึงไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง
7. การเก็บเกี่ยวผลผลิต : ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 110-120 วัน(นับจากวันที่ปลูก) ผลผลิตเฉลี่ย 1,200-1,500 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อเก็บผลผลิตเรียบร้อยแล้วเกษตรกรสามารถทำการไถกลบเพื่อให้ต้นข้าวโพดย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติก่อนถึงฤดูกาลทำนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...