โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 ข้อดีของการฝึกให้ลูกทำงานบ้านตั้งแต่ยังเล็ก

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2562 เวลา 13.09 น. • Features

เพิ่งมีโอกาสได้ดู TED Talk: How to raise successful kids — without over-parenting โดย Julie Lythcott-Haims นักวิชาการและนักเขียน เจ้าของหนังสือขายดี How to Raise an Adult 

ช่วงหนึ่งในทอล์กจูลี่กล่าวว่า “มีการศึกษางานวิจัยชื่อว่า Harvard Grant Study พบว่า การประสบความสำเร็จอย่างมืออาชีพ มาจากการทำงานบ้านตั้งแต่ยังเด็ก และยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรยิ่งดี…”

พอได้ยินอย่างนั้น ก็เลยเกิดความสงสัยจนต้องนำไปหาข้อมูลต่อว่า ‘งานบ้าน’ ที่ขนาดผู้ใหญ่อย่างเรายังแอบรู้สึกเบื่อหน่ายบ้างในบางที จะมีข้อดีกับเด็กๆ ได้อย่างไรบ้าง

1. งานบ้านช่วยฝึกสมองและการวางแผน

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสึกูบะ (Tsukuba) ประเทศญี่ปุ่น พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนไม่ได้อยู่ที่ยิ่งเริ่มต้นเรียนเร็วเท่าไร ยิ่งเก่งมากเท่านั้น หรือกำลังทรัพย์ของผู้ปกครองก็ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เด็กมีผลการเรียนดี  แต่สิ่งที่มีผลต่อการเรียนของเด็กคือการทำงานบ้าน

เพราะเวลาทำงานบ้าน เด็กๆ จะได้ฝึกคิดวางแผน จัดลำดับความสำคัญว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลัง เป็นการฝึกสมอง ที่ทำให้เด็กนำมาปรับใช้กับการเรียนหนังสือและการสอบได้อย่างอัตโนมัติ

2. งานบ้านช่วยฝึกให้ลูกเป็นคนรับผิดชอบ

การได้รับมอบหมายให้ทำงานบ้าน จะทำให้ลูกรู้สึกตัวเองมีคุณค่าและหน้าที่รับผิดชอบภายในบ้าน ถือเป็นการฝึกวินัยให้ลูกทางอ้อม เช่น เมื่อลูกอยากออกไปเล่นนอกบ้าน แต่ยังไม่ได้ทำงานที่ได้รับมอบหมาย ลูกจะได้ฝึกการยับยั้งชั่งใจ เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองให้ลุล่วงก่อนออกไปเล่นสนุกนอกบ้าน

3. งานบ้านช่วยฝึกทักษะการแก้ไขปัญหา

ขึ้นชื่อว่างาน ย่อมมีปัญหาตามมาให้แก้ไข งานบ้านเองก็เช่นกัน ลูกจะได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อคุณแม่บอกให้ลูกช่วยเก็บผ้าตอนห้าโมงเย็น แต่ยังไม่ทันถึงเวลา ท้องฟ้าก็มืดครึ้มเหมือนฝนจะตกลงมาเดี๋ยวนั้น ลูกจะต้องเรียนรู้และหาทางแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเก็บผ้าก่อนเวลาดีไหม หรือควรย้ายผ้าเข้ามาตากไว้ในร่มที่ฝนจะสาดไม่ถึง

และการฝึกคิดแก้ปัญหาจากการทำงานบ้านนี่เองจะช่วยให้ลูกเป็นเด็กที่มีทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีต่อไป

4. งานบ้านสอนให้รู้จักความอดทน

งานบ้านเป็นสิ่งที่ต้องทำซ้ำๆ ทุกวัน แรกๆ ลูกอาจจะรู้สึกสนุก แต่พอนานไป การต้องทำงานซ้ำเดิม ในเวลาเดิมๆ อาจทำให้ลูกเริ่มเบื่อและไม่รู้สึกสนุกที่จะทำมันต่อไป

แต่ถึงจะเบื่ออย่างไร งานบ้านก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้ว่าหน้าที่หรืองานบางอย่าง อาจจะยาก หรือลูกอาจจะไม่ได้สนุกกับมัน แต่เมื่อได้รับมอบหมายแล้ว ลูกก็ควรตั้งใจทำอย่างดีที่สุด

5. งานบ้านช่วยฝึกความช่างสังเกต

เด็กที่รู้จักการทำงานบ้าน จะเป็นคนที่มีระเบียบ รักความสะอาด และมีความช่างสังเกต รู้ว่าของอะไรในบ้านควรอยู่ตรงไหน หรือมีอะไรวางผิดที่ผิดทาง เขาจะสามารถจัดการมันให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิมได้

6. งานบ้านสอนว่าทำอะไรต้องทำให้เสร็จ และทำให้เรียบร้อย

นอกจากจะเป็นคนมอบหมายหน้าที่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจความเรียบร้อยของงานที่ลูกทำเสมอ ถ้าลูกทำงานบ้านด้วยความไม่ตั้งใจ ไม่ใส่ใจ รีบทำให้เสร็จๆ จะได้ไปเล่นหรือไปทำอย่างอื่น ควรบอกให้ลูกแก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาด เช่น ลูกจะรีบออกไปวิ่งเล่น จึงกวาดบ้านไม่สะอาด คุณแม่ควรบอกให้ลูกกวาดให้สะอาดอีกครั้ง แล้วค่อยออกไปวิ่งเล่น เพื่อให้ลูกเห็นถึงผลเสียของการไม่ตั้งใจทำงานให้เรียบร้อยตั้งแต่ครั้งแรก

7. งานบ้านช่วยฝึกให้ลูกมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำ

การทำงานเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อลูกตั้งใจทำงานแล้ว เขาจะต้องจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า หรืองานบางอย่างต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย เช่น ล้างจาน เช็ดจาน หากลูกไม่มีสมาธิ ทำไปเล่นไปก็อาจเกิดอุบัติเหตุข้าวของเสียหายและเป็นอันตรายกับตัวเองได้

รู้ข้อดีของการฝึกให้ลูกทำงานบ้านตั้งแต่ยังเด็กอย่างนี้แล้ว เราอยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองมองหาหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ในบ้านมอบหมายให้ลูกรับผิดชอบ แล้วค่อยๆ สังเกตความเปลี่ยนแปลงของเขาไปเรื่อยๆ เพราะนอกจากจะช่วยแบ่งเบางานบ้านได้แล้ว ยังมีผลดีกับตัวลูกเองอีกด้วย

อ้างอิง

Superjeewmagazine

Parentsone

Winnews

ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย

สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...