โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

8 โครงการพระราชดำริ เสริมคุณภาพชีวิตโรงเรียน ตชด.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. 2563 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 14.06 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้มีโอกาสด้านการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังทรงริเริ่ม “แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” ที่ครอบคลุมทั้งด้านการเกษตร, สุขภาพอนามัยการศึกษา, สหกรณ์, การงานอาชีพ, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวัฒนธรรมท้องถิ่นในโรงเรียนมากกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ

โดยเฉพาะเรื่องการลดปัญหาทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชนที่เกิดในครอบครัวที่ไม่สามารถผลิตอาหารอย่างเพียงพอต่อความต้องการ อันส่งผลต่อสุขภาพอนามัย จนทำให้เด็กไม่สามารถมีพัฒนาการด้านอื่น ๆ ผลเช่นนี้จึงทำให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริให้ทดลองทำโครงการอาหารกลางวันผักสวนครัวเมื่อ ปี 2523 ภายใต้ชื่อ“โครงการอาหารเพื่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” ด้วยการทำเป็นโครงการทดลองในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 3 แห่ง อาทิ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองแจง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งศาลา อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคอกอ้ายเผือก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และหลังจากที่ทดลองเป็นระยะเวลา 1 ปี ปรากฏว่าประสบความสำเร็จ จึงทรงโปรดเกล้าฯให้ขยายไปสู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศเมื่อปี 2524 ต่อมามีการเรียกชื่อใหม่ว่า”โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” เนื่องจากมีการเลี้ยงสัตว์และปลูกผักสวนครัวด้วย

ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริในโรงเรียน ตชด.ในสังกัดกองบัญชาการ ตชด. มีจำนวน 216 แห่ง หนึ่งในนั้นคือโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแพรกตะคร้อ ต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากตัว อ.หัวหินกว่า 90 กม. ทั้งยังเป็นโรงเรียนพึ่งพาตนเองจากการนำโครงการตามพระราชดำริ 8 โครงการเข้าไปสนับสนุนการเรียนการสอนที่เอื้อทั้งกับโรงเรียนและชุมชนควบคู่กันไป โดยเฉพาะโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ที่ช่วยเสริมสร้างโภชนาการของเด็กและผลผลิตโครงการ ยังสร้างรายได้หมุนเวียนภายในโรงเรียนอีกด้วย

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จึงจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรเพื่อศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริในโรงเรียน ตชด. บ้านแพรกตะคร้อ ต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งสนทนากับครูใหญ่และชุมชนถึงการก่อตั้งโรงเรียน และการดำเนินงานช่วยเหลือเด็กภายในชุมชน

“ร.ต.ท.ประดิษฐ์ อะละมาลา” ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแพรกตะคร้อ บอกว่า นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชาวกะหร่าง มีสัญชาติไทยเป็นส่วนน้อย เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สีชมพู ไม่มีแม้แต่โรงเรียนจะให้เด็กศึกษาเล่าเรียน จนเมื่อปี 2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมฯโรงเรียน ตชด.นเรศวร บ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยราษฎรบ้านแพรกตะคร้อได้ยื่นถวายฎีกาขอรับพระราชทานความช่วยเหลือด้านการเรียนการสอน และด้านสุขภาพอนามัยแก่เด็กและราษฎร

“พระองค์ทรงมีพระราชกระแสให้ครูใหญ่โรงเรียน ตชด.นเรศวร บ้านห้วยผึ้ง ดูแลและให้การช่วยเหลือ โดยมีกองกำกับการ ตชด.ที่ 14 รับสนองพระราชกระแส และได้อนุมัติการจัดตั้งโรงเรียนเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2542 ตอนนั้นมีการจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาล 2-ประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 265 คน ครู ตชด. 9 นาย ผู้ดูแลเด็ก 2 คน ครูคู่พัฒนา 1 คน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโครงการสุขศาลาพระราชทาน 1 คน”

“โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อให้เด็กอ่านออกเขียนได้ มีวิชาความรู้ ต่อมาจึงมีการฝึกให้นักเรียนมีทักษะในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้นในด้านอาชีพ, เกษตรกรรม และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง โดยดำเนินการผ่านโครงการพระราชดำริ ซึ่งครูจะต้องเป็นแกนกลางในการถ่ายทอดคามรู้ ที่สำคัญครู ตชด.จะต้องเป็นมากกว่าครูผู้สอนเพียงอย่างเดียว เพราะจะต้องมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา และผ่านการอบรมความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง”

สำหรับโครงการตามพระราชดำริ 8 โครงการ ประกอบด้วย

หนึ่ง โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ที่ดูแลโดยนักเรียนซึ่งเป็นโครงการหลัก มีการทำกิจกรรมปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากโรงเรียนมีพื้นที่ปลูกผักสวนครัว 2 ไร่ จำนวน40 แปลง มีการปลูกเห็ดนางฟ้า, ปลูกพืชตระกูลถั่ว, ถั่วครก, ถั่วแดง ฯลฯ และไม้ผลอื่น ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์อีซี่บราวน์จำนวน 200 ตัว เนื่องจากไก่สายพันธุ์นี้จะให้ผลผลิตครั้งละ 900-1,100 ฟอง หรือประมาณ 30 กว่าแผง เพื่อนำมาขายให้กับโครงการ และใช้สำหรับทำอาหารกลางวัน สนนราคาแผงละ 100 บาท ซึ่งจะทำการขายผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน จนมีรายได้ประมาณสัปดาห์ละ 2,000-3,000 บาท ด้วยการนำเข้ากองทุนไก่ไข่เพื่อเป็นเงินหมุนเวียนดูแลเรื่องอาหาร, ค่ารักษาไก่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมการเลี้ยงหมูป่า และตอนนี้มีทั้งหมด 13 ตัว ขยายสู่ชุมชนไปแล้ว 10 ตัว โดยมีข้อตกลงร่วมกันเพื่อเป็นรายได้เสริมแก่ครอบครัวของนักเรียน นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมเลี้ยงปลาดุกพันธุ์บิ๊กอุย ในบ่อปูนซีเมนต์ และบ่อดิน รวม 1,500 ตัว

สอง โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา มีกิจกรรมห้องสมุด ส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน มีการจัดหนังสือที่น่าสนใจอยู่เสมอ กิจกรรมสอนเสริมเพื่อทบทวนบทเรียน และเพิ่มเติมความรู้เสริมจากบทเรียน ที่ส่งผลให้ผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานมีผลคะแนนดีขึ้น

สาม โครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ เป็นโครงการที่ให้โอกาสทางด้านการศึกษาแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดี และฐานะยากจนให้มีโอกาสรับการศึกษาระดับสูง แนะแนวทางการศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์แล้ว 7 คน

สี่ โครงการส่งเสริมสหกรณ์ กิจกรรมสหกรณ์ร้านค้า ให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักการสหกรณ์ และเข้าใจขั้นตอน ตลอดจนวิธีการเกี่ยวกับสหกรณ์ร้านค้า

ห้า โครงการฝึกอาชีพ โดยจัดการเรียนรู้ในชั่วโมงการเรียนรู้ฝึกอาชีพ นำภูมิปัญญาชาวบ้านมาช่วยสอนอย่างการทอผ้าพื้นเมืองกี่เอวเป็นชุด, กระเป๋า, ย่าม เพื่อนำไปจำหน่าย ทั้งยังมีการฝึกตัดผมชาย, หญิง มีกิจกรรมการแสดงรำกระทบไม้, ระบำสายรุ้ง และระบำดาว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านเพื่อสืบสานไม่ให้สูญหาย ที่สำคัญหากมีงานเข้ามาพวกเขาก็จะได้ทำการแสดงอีกทางหนึ่งด้วย

หก โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน โดยมีการให้บริการน้ำดื่มที่มีการหยดสารละลายไอโอดีนอยู่ในจุดบริการน้ำดื่มของโรงเรียน ตรวจสภาวะคอพอกนักเรียน ป.1-6 โดยใช้เกลือไอโอดีนปรุงอาหารทุกวัน นอกจากนี้ ใน 1 ปีการศึกษาจะมีการวัดและช่างน้ำหนัก 4 ครั้ง ผ่านแบบฟอร์มของการทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ (แผน กพด.) ที่มี 16 ตัวชี้วัด

ทั้งนี้ นับแต่ก่อตั้งโรงเรียนจนปัจจุบันพบว่าจำนวนเด็กขาดสารอาหารมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างปีการศึกษา 2562/2 ในระดับชั้นประถมศึกษา จำนวนนักเรียนทั้งหมด 211 คน มีนักเรียนผอมเพียงแค่ 5 คน และอ้วนเพียง 9 คน การแก้ไข คือ ถ้าอ้วนมากก็ให้ออกกำลังกาย หากผอมมากก็จะเสริมอาหารจำพวกโปรตีน

เจ็ด โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ ปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดิน ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ติดป้ายพันธุ์ไม้ในโรงเรียน ปลูกต้นไม้เพิ่มในโอกาสต่าง ๆ

แปด โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดาร โดยมีการก่อตั้ง “สุขศาลาพระราชทาน” ให้ศาลาแห่งนี้เป็นที่พึ่งพาการเจ็บป่วยเบื้องต้นของนักเรียนและชุมชนทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จเยี่ยมฯโรงเรียน 4 ครั้ง และครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2561 เนื่องจากพระองค์ทรงห่วงใยมากสุดคือการให้เด็กอ่านออกเขียนได้ และเพื่อให้เด็กสามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้ปกครอง ส่วนอีกเรื่องคือเด็กไร้สัญชาติ พระองค์อยากช่วยเด็กให้มีสิทธิได้สัญชาติครบเพื่ออนาคตของพวกเขา และจากปี 2561 พบว่ามีเด็กนักเรียนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติจำนวน 43 คน แต่ปัจจุบันมีการช่วยเหลือเด็ก ๆ ให้ได้รับสัญชาติบางส่วนแล้ว คงเหลืออีกเพียง 22 คนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564

“มนตรี วชิระ” ผู้ใหญ่บ้านแพรกตะคร้อ หมู่ 11 กล่าวเสริมว่า เด็กบางคนไม่สามารถได้สัญชาติในทันที เพราะเขาอยู่นอกพื้นที่ต้องทำเรื่องหลายขั้นตอน ถ้าเด็กไม่มีสัญชาติจะขาดโอกาสหลายเรื่อง เช่น โอกาสในการศึกษาต่อระดับสูง และการเข้าไม่ถึงการบริการของรัฐ เมื่อเด็กเจ็บป่วยโรงเรียนจะต้องทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังโรงพยาบาลเพื่อขอรักษาฟรี แต่ถ้าไม่มีหนังสือรับรองจากโรงเรียนจะไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เรียกได้ว่าโรงเรียนคือศูนย์กลางช่วยเหลือเด็กและชุมชนด้วย

“แต่ตอนนี้คุณภาพชีวิตของชุมชนเริ่มดีขึ้น เนื่องจากบ้านแพรกตะคร้อมี 355 ครัวเรือน มีประชากร 1,240 คน ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างหาเช้ากินค่ำ ทำไร่และหาของป่า มีรายได้เพียงวันละ 100-200 บาท หรือบางวันก็ไม่มีเลย ตอนนี้มีพืชผลทางการเกษตรเลี้ยงชีพ โรงเรียนจึงนำปลาดุกมามอบให้ชาวบ้านเลี้ยง 17 ครัวเรือน ทั้งยังส่งเสริมให้เลี้ยงกบ 3 ครัวเรือน ปลูกผัก 18 ครัวเรือน และเพาะเห็ดนางฟ้า 8 ครัวเรือน ล่าสุดได้ให้พันธุ์หมูป่าแก่ 3 ครัวเรือนให้ช่วยเลี้ยงเพื่อเพิ่มรายได้ หากน้ำหนักหมูป่าถึง 40 กก.ก็จะขายได้ตัวละ 3,000 บาท หรือสามารถชำแหละแบ่งขายในชุมชนได้ ทำให้ชาวบ้านไม่อดอยาก ขณะเดียวกัน ยามเจ็บป่วยก็เข้าถึงการรักษาได้เร็วที่สุขศาลาพระราชทาน”

จนทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

อันเนื่องมาจากน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงช่วยเหลือเด็ก ๆ นักเรียนบ้านแพรกตะคร้อตลอดมา

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...