โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"จุฬาฯ-กสทช." นำร่อง โชว์เคส 5G ทำอะไรได้บ้าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 03.45 น.

หลังเปิดประมูลคลื่น 5G เสร็จไปแล้ว “กสทช.” ก็ยังเดินหน้าขับเคลื่อนการใช้งานต่อ ล่าสุดมีการจัดงานแสดงผลงานการทดสอบ Chula 5G Use Cases ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับการสนับสนุนจากทั้งสถาบันการศึกษา ผู้ผลิตอุปกรณ์ และผู้ให้บริการในการทดลองทดสอบ และพัฒนาบริการต่าง ๆ

โดยกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) สนับสนุนด้านงบประมาณราว 58 ล้านบาท เพื่อจัดทำ open platform สำหรับการวิจัยเทคโนโลยี การใช้งานจริง ภายใต้ sandbox เพื่อทดสอบระบบ 5G ในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้าน healthcare และ smart living เป็นต้น

“วัฒนศักดิ์ ศรีศิริ” นักศึกษาปริญญาเอกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยนักวิจัย หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาโครงการวิจัยด้านสุขภาพกล่าวว่า การโอนถ่ายข้อมูลทางการแพทย์เป็นปัญหาสำคัญของสถานพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงที่โรงพยาบาลจุฬาฯเช่น แผนกเกี่ยวกับโรคทางตา เนื่องด้วยอุปกรณ์ถ่ายภาพตาที่ห้องตรวจ และห้องวินิจฉัยโรคอยู่คนละพื้นที่ การส่งถ่ายข้อมูลจึงเป็นการเซฟใส่ thumb drive จากห้องตรวจไปยังห้องวินิจฉัยโรค ทำให้มีความล่าช้า ไม่สะดวก และเกิดการสูญหายของข้อมูลได้ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาอุปกรณ์ส่งข้อมูลจากห้องตรวจไปยังห้องวินิจฉัยโรค ผ่าน cloud server

“ภาพถ่ายหรือ VDO ด้านการแพทย์จำเป็นต้องมีความละเอียดสูง เพื่อให้แพทย์เห็นภาพได้ชัดเจนและวิเคราะห์ได้แม่นยำที่สุด จึงมาพร้อมปริมาณข้อมูลที่ต้องส่งสูง ด้วยเทคโนโลยี 5G จึงเป็นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับการนำมาใช้ในข้อมูลทางการแพทย์ เพราะรวดเร็วและมีความเสถียร จึงเพิ่มความสะดวกและลดความเสี่ยงหรืออันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ในอนาคต”

ถัดจากนี้มีแผนนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในการตรวจโรคตาออนไลน์ในระยะต่อไป โดยจะเป็นการสำรวจพื้นที่ ออกแบบ และติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร เพื่อส่งข้อมูลภาพการตรวจโรคตาผ่านระบบสื่อสารไร้สายบนเครือข่าย 4G จากห้องผ่าตัดโรคตาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากนั้นจะดำเนินการทดสอบการใช้งานต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมจริง(ห้องผ่าตัด) และประเมินผลการทดลองใช้งาน การดำเนินงานในระยะสุดท้ายเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อสรุปผลการทดลองใช้งาน และข้อเสนอแนะก่อนปรับมาใช้เป็นเทคโนโลยี 5G ในปีถัดไป

ด้าน smart living และ connected society เช่น การสร้างมิเตอร์อัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยี NB-IOT, LoRa และเทคโนโลยี 5G

“ปัจจุบัน smart meter มีราคาสูง ทำให้การเข้าถึงผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยยังไม่สะดวก เราจึงพัฒนาให้มีราคาถูกลง แต่คงประสิทธิภาพการใช้เดิม เพราะช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานได้ ทำให้ผู้ใช้รู้ปริมาณพลังงาน และราคาค่าไฟฟ้าที่ตนเองใช้ได้ตลอด ทำให้เกิดความตระหนักในการใช้พลังงานมากขึ้น ขณะที่การไฟฟ้าก็บริหารจัดการเรื่่องการผลิตพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อผู้ใช้ได้ ซึ่งมิเตอร์ทั่วไปแบบเดิมจะเป็นแบบจานหมุน การอ่านค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และส่งข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลไปที่ระบบควบคุม ทำให้การคิดเงินต้องใช้พนักงานเดินทางไปจดที่มิเตอร์แต่ละบ้านเรือน ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรบุคคลค่อนข้างมาก”

โครงการนี้จึงเสนอการศึกษาวิจัย ออกแบบ และสร้างมิเตอร์อัจฉริยะ โดยมีแนวคิดในการนําไมโครคอนโทรลเลอร์ และเทคโนโลยีระบบสื่อสารไร้สายด้วยเทคโนโลยี NB-IOT, LoRa และเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้เพื่อให้รับข้อมูลของแต่ละมิเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม

“มิเตอร์วัดกําลังไฟฟ้าที่สร้างขึ้นต้องมีความทนทานต่อสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมของไทย การวัดพารามิเตอร์ไฟฟ้ามีความคลาดเคลื่อนในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ และมีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม ซึ่งในอนาคตจะมีการใช้ smart meter เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ปริมาณข้อมูลจะมีเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ตามด้วยบิ๊กดาต้า จึงต้องมีเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน รวดเร็ว และตอบสนองผู้ใช้ได้ดีที่สุด ซึ่ง 5G เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม

ในระยะต่อไปเราจะสำรวจพื้นที่ ออกแบบ และติดตั้งต้นแบบมิเตอร์อัจฉริยะในจุฬาฯเพื่อทดสอบฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมจริง และประเมินผล เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อสรุปผลการทดลองใช้งาน และข้อเสนอแนะก่อนปรับมาใช้ในปีต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...