โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช้างเเม่-ลูกกลับเข้าป่าเเล้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 มี.ค. 2564 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2564 เวลา 10.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

จันทบุรี 2 มี.ค.- อาการแม่ช้างป่าหลงฝูงจากอุทยานแห่งชาติเขาอ่างฤาไนที่ล้มป่วยในสวนยางพารา จ.จันทบุรี ล่าสุดลุกยืนขึ้นได้แล้วและเข้าป่าตามหาลูก หมอคาดมีอาการอักเสบรุนแรงที่ขาจากการที่ตัวผู้พยายามเข้าผสมพันธุ์

ลูกช้างวัยเด็กที่เฝ้าแม่ใกล้ชิด ขณะแม่ช้างนอนป่วยในสวนยางพาราในพื้นที่ ม.9 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ซึ่งถูกแยกออกมาเพื่อให้การรักษาแม่ช้างได้นั้น ล่าสุดเมื่อฟื้นจากยาและพังคอก เดินเข้าไปยังแปลงปลูกมะเดื่อป่า คาดว่าจะกลับเข้าโขลง  

ส่วนแม่ช้างวัย 20 ปี ที่นอนล้มป่วย ล่าสุดก็สามารถลุกขึ้นยืนได้แล้ว หลังจากที่สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้ยาบำรุงและน้ำเกลือบรรเทา ต่อมาเริ่มกินอาหารได้จึงช่วยให้มีกำลังเพิ่มขึ้น เมื่อลุกยืนได้เองแม่ช้างป่าเดินเข้าไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เส้นทางเดียวกับที่ลูกช้างเดินไป 

นายอนุชา กระจายศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 2 (ศรีราชา) บอกว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่ติดตามสังเกตอาการพบช้างป่าเดินลงเล่นน้ำ กินน้ำ 2 ครั้ง สามารถขึ้นจากบ่อน้ำได้ และหากินหญ้าตลอดการเดินทาง จนกระทั่งเวลา 22.30 น. ช้างป่าได้เข้าสู่พื้นที่แปลงปลูกป่าบ่อมะเดื่อ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน จึงหยุดภารกิจติดตาม เนื่องจากภายในพื้นที่แปลงปลูกป่าบ่อมะเดื่อ ขสป. เขาอ่างฤๅไน มีฝูงช้างป่าอยู่ภายในด้วย โดยคณะเจ้าหน้าที่ออกติดตามร่องรอยของช้างป่าตัวดังกล่าว และดูภาพจากกล้องถ่ายภาพชนิด NCAP ที่ติดไว้ในป่าเพื่อสังเกตพฤติกรรมและอาการต่อเนื่อง

นายสัตว์แพทย์เผด็จ ศิริดำรง จากโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน ซึ่งร่วมรักษาด้วยคาดว่าแม่ช้างอาจบาดเจ็บจากการที่ตัวผู้จะเข้าผสมพันธุ์ แต่แม่ช้างซึ่งมีลูกอายุประมาณ 3 ปีไม่ยอม จึงทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ขาจนอักเสบรุนแรง สังเกตจากการที่นำเครนมายกแล้วแม่ช้างพยุงตัวไม่ได้ เอนไปทางด้านซ้ายของลำตัวแต่ขาไม่หัก นอกจากนี้จะรอดูผลเลือดที่ส่งไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่ามีภาวะติดเชื้ออื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อติดตามรักษาต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...