โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Beauty privilege ในมุมมองของนางงาม

TOJO NEWS เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 08.26 น. • Nitha C.

“Beauty Privilege คืออะไร ใครได้ประโยชน์?” ใครไม่ได้ฟัง clubhouse ไม่เป็นไร วันนี้โตโจ้นิวส์มาแชร์ไว้ให้แล้ว 

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 64 ที่ผ่านมา ทีมข่าวโตโจ้นิวส์ ได้ฟัง Clubhouse ห้องชื่อ “Beauty Privilege คืออะไร ใครได้ประโยชน์?” ที่จัดโดย คุณบอม โอฬาร วีระนนท์ ceo – co-founder Durian ที่มาพูดคุยร่วมกับ คุณอแมนด้า ออบดัม Miss Universe Thailand 2020 และคุณปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกสิก ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Universe Thailand และผู้บริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด 

โดยเนื้อหาที่พูดคุยกันนั้นคือเรื่องของ Beauty Privilege หรือการเลือกปฏิบัติของคนในสังคมทุกวันนี้  หลายคนอาจจะไม่รู้จักคำนี้ ดังนั้นก่อนที่จะเข้าถึงประเด็นที่พวกเขาพูดคุยกัน เราจะมาพูดถึงคำ Beauty privilege กันสักนิด

Beauty Privilege ก็คือ การที่คนหน้าตาดีจะมีสิทธิพิเศษหรือได้รับโอกาสเหนือคนอื่นๆ ตัวอย่างง่ายๆ เลยที่เห็นได้อยู่บ่อยๆ ก็เช่น การคัดเลือกพิธีกรสำหรับงานโรงเรียน A พูดไม่เก่งเท่า B แต่ A กลับถูกเลือกให้เป็นพิธีกร เพราะ B บุคลิกไม่ดี หน้าตาไม่ดี หุ่นไม่ดีเท่า A เป็นต้น

และยังมีวิจัยจากทั่วโลก ที่ออกมาบอกว่า “คนที่หน้าตาดี มักจะมีความสุขมากว่าคนที่หน้าตาไม่ดี” และยังมีโอกาสได้รับเงินเดือนสูงกว่าอีกด้วย หรือยังบอกอีกว่า ความสวย ความหล่อ มันมีผลต่อการทำงานมากๆ  ซึ่งทำให้หลายคนตั้งคำถาม “ว่ามันจริงหรือไม่?” 

ซึ่งทางด้านคุนอแมนด้า ได้ให้ความเห็นถึงการวิจัยดังกล่าวว่า “มันเป็นเพราะ Beauty Standard ที่คนในสังคมได้สร้างขึ้นมาหรือป่าว เพราะว่าการที่คนใดคนหนึ่งที่สังคมบอกว่าหน้าตาดี เค้าก็จะถูกบอกมาตลอดตั้งแต่เด็กว่าเค้าเนี่ย หน้าตาดี ทำได้ เพราะฉะนั้นความมั่นใจของคนที่หน้าตาดีก็เลยจะมีมากกว่าคนที่ถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก”  

ส่วนทางคุณปุ้ย ได้เพิ่มเติมต่อว่า ในอีกมุมนึง คนสวยก็โดนว่าอยู่เหมือนกัน เพราะมันจะมีคำที่เราจะได้ยินอยู่ตลอดมาตั้งแต่เด็กว่า “สวยแต่อย่าโง่นะ” “คนสวยมักโง่” มันเลยอาจจะทำให้คนสวยรู้สึกว่าตัวเองก็ต้องทำให้ตัวเองฉลาด เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นหรือป่าว

ทางคุณบอมได้ถามทั้ง 2 ท่าน ถึงแนวทาง ว่าเราจะมีวิธีทำให้ Beauty Privilege มันหายไปจากสังคมได้บ้างมั้ย?

คำตอบจากทั้ง 2 ท่านคือ ถ้าพูดถึงคำว่า Beauty Privilege จะทำยังไงดีให้มันหมดไป ให้มันไม่เกิดขึ้นในสังคม แต่ความเป็นจริงแล้วเราคงทำอะไรมันไม่ได้และมันคงจะไม่หายไปจากสังคม เพราะมนุษย์นี้แหละเป็นคนพูดกันขึ้นมา ยังไงมนุษย์ก็ยังชอบมองสิ่ง สวยๆ งามๆ อยู่แล้ว เนื่องจากเราไม่สามารถเลี่ยงมันได้ ดังนั้นเราควรมาคิดดีกว่าว่า เราจะทำอย่างไร ให้รู้ทันคำว่า Beauty Privilege  รู้ในอำนาจของมัน แล้วพลิกมันกลับมาเป็นการเรียนรู้ที่เท่าทัน แล้วทำประโยชน์ในคำๆ นี้ เช่น ทำให้มันเกิดช่องว่างของผู้คนให้น้อยที่สุด แล้วก็จะเปลี่ยนไปสู่การทำประโยชน์ เราจะทำประโยชน์ให้กับสังคม กับโลกยังไง เราจะช่วยเหลือผู้อื่นยังไง หรือเราจะทำประโยชน์ให้กับตัวเรา ให้มีการพัฒนาอย่างไร โดยที่ไม่ไปกดทับหรือไม่ไปคิดบูลลี่คนอื่น  แล้วนี้แหละ ที่คนเราควรจะหันกลับไปเรียนรู้ว่า เราจะใช้ประโยชน์จาก Beauty Privilege อย่างไร 

คุณปุ้ย บอกว่า สิ่งที่เราควรจะต้องจำไว้เสมอ นั้นก็คือ “เราต้องอย่าเหริงกับ Privilege ที่เราได้รับ และเราต้องอย่าลืมตัวตนของเรา แต่จงเปลี่ยนมันมาทำให้เกิด privilege ในมุมมองอื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น เราต้องแสดงศักยภาพของตัวเองให้มากที่สุด พยายามสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง เป็นต้น แล้วมันจะทำให้เรายิ่งเก่งมากขึ้น แล้วหลังจากนี้ คนจะมองข้ามความสวยของเรา ว่าสวยหรือไม่สวย แต่คนจะมองที่ความเก่งของเราแทน”

เอาจริงๆ ทุกอย่างเป็นค่านิยมที่สังคมสร้างขึ้นมา หลายคนจะพูดว่า สวยไม่สวย อย่าลืมว่าคำว่า สวยไม่สวย มันก็ต้องแล้วแต่คนมองด้วย เราอาจจะมองว่าคนนี้สวย แต่อีกคนอาจจะไม่ได้คิดเหมือนเรา แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรทำคือ เราต้องมองทุกคนรอบข้างว่า เป็นมนุษย์ด้วยกัน มองที่ศักยภาพ มองจากภายใน เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช้ตัดสินคนเพียงเพราะรูปร่างหน้าตา เพราะความสวยของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว 

“ความสวยอย่างเดียว พาคุณไปได้ไม่ไกลหรอก ถ้าคุณไม่มีศักยภาพ” อแมนด้า

ดูข่าวต้นฉบับ