ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ผู้นำ MTS Gold Group ร้านทองยุคใหม่ฝ่ากระแส Digital Disruption
กระแสของDigital Disruption ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจการเงินการลงทุน ไม่เว้นแม้แต่ร้านค้าทองคำ ธุรกิจเก่าแก่ที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน ก็ถึงเวลาที่จะต้องปรับตัวรับกระแสดิจิทัลMTS Gold Group หนึ่งในผู้จัดจำหน่ายทองคำรายใหญ่ของไทย ถือเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจและไม่หยุดที่จะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
ณัฐพงศ์หิรัณยศิริ ประธานฝ่ายบริหารบริษัทMTS Gold Group เปิดเผยว่า ในปี2563 MTS จะเน้นทำตลาดแพลตฟอร์มออมทองบนออนไลน์เป็นหลัก โดยการออมทองผ่านแพลตฟอร์มของMTS มีการใช้บล็อกเชนเข้ามาทำระบบ ซึ่งจะช่วยควบคุมเรื่องความปลอดภัยและความโปร่งใสเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ส่วนอีกจุดเด่นของแพลตฟอร์มคือผู้ใช้งาน สามารถออมทองได้ตลอด24 ชั่วโมง ด้วยราคาขั้นต่ำเพียง150 บาท
ที่สำคัญแพลตฟอร์มดังกล่าว ยังสามารถโอนทองให้กันผ่านกระเป๋าเก็บทองในแพลตฟอร์ม ซึ่งมีความปลอดภัยและสะดวกรวดเร็ว นอกจากนั้น ยังสามารถนำทองที่ออมในแพลตฟอร์มมาแลกเป็นทองจริงได้หากผู้ใช้ต้องการ และยังสามารถซื้อทองได้ตลอด24 ชั่วโมงของทุกวันอีกด้วย
โดยMTS เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าวเมื่อช่วงเดือน ม.ค. 2563 ซึ่งมีฟีเจอร์ไม่เหมือนแพลตฟอร์มออมทองอื่นๆ โดยแพลตฟอร์มออมทองของMTS จะเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยแต่ต้องการออม
“ที่ผ่านมาบล็อกเชนถูกนำไปใช้กับบิตคอยน์เป็นส่วนใหญ่ แต่ทางMTS ก็ได้ริเริ่มในการนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทองคำ ซึ่งผู้ใช้แพลตฟอร์มของMTS สามารถเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยได้แน่นอน เนื่องจากMTS เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม จัดการดูแลระบบเองทั้งหมด และมีประสบการณ์ในธุรกิจทองคำมาอย่างยาวนาน จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการหลอกลวงผู้ใช้แพลตฟอร์มให้เข้ามาลงทุนและปิดแพลตฟอร์มหนีไปอย่างแน่นอน”
ส่วนแผนธุรกิจของแพลตฟอร์มออมทองในอนาคตMTS หวังต่อยอดขยายไปยังต่างประเทศ โดยมีประเทศในภูมิภาคอาเซียนเป็นเป้าหมายแรก แต่ยังต้องรอดูผลตอบรับในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งทางMTS ตั้งเป้าปี2563 จะมีผู้เข้าใช้บริการแพลตฟอร์มออมทอง1 หมื่นราย และมีมูลค่าการซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มจำนวน500 ล้านบาท แต่ในระยะยาวอยากให้คนไทยหันมาใช้แพลตฟอร์มของMTS เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ในการออมทอง
อย่างไรก็ตามMTS ยังมีการทำธุรกิจเทรดดิ้งสินค้าประเภททองคำ ยาง เหล็ก น้ำมัน และสินค้าคอมมูนิตีในต่างประเทศอย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ และเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น โดยในปี2563 MTS จะรุกตลาดลอนดอนเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเทรดดัชนี หรือIndex Futures ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการของMTS โดยในปี2564 MTS จะพัฒนาให้เกิดออโต้เทรดดัชนีIndex Futures โดยใช้AI เข้ามาช่วยอีกด้วย
ขณะที่แพลตฟอร์มออมทองของMTS ในอนาคตอาจมีการต่อยอดด้วยการนำไปเชื่อมโยงกับกระดานเทรดของคริปโตเคอเรนซี เพื่อให้สามารถซื้อขายทองบนแพลตฟอร์มMTS ได้ด้วย โดยมั่นใจว่าธุรกิจทองคำในไทยยังคงมีการเติบโตที่ปกติ ไม่โดนDisruption มากนัก ซึ่งคนซื้อทองส่วนใหญ่ยังคงชอบที่จะได้เห็นทองจริง และได้สัมผัสทองก่อนซื้อ แต่ในอนาคตเชื่อว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย เช่น มีการออมทอง และจึงเปลี่ยนเป็นทองคำจริง
ทั้งนี้MTS ไม่อยากหยุดอยู่แค่ในธุรกิจเทรดทองคำเท่านั้น แต่MTS ต้องการเป็นเทรดดิ้งเฮาส์ที่สามารถเทรดสินค้าได้หลากหลายรูปแบบ โดยMTS จะทำธุรกิจเทรดฟิวเจอร์เท่านั้น เนื่องจากมีความชำนาญตลาดมากที่สุด ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของMTS คือต้องการให้องค์กรของเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านธุรกิจเทรดฟิวเจอร์
“เทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้พฤติกรรมคนมาซื้อทองคำหน้าร้านลดลงไปเรื่อยๆMTS จึงพยายามปรับตัวอยู่ตลอดเวลาให้ทันกับกระแสDisruption และเชื่อว่ายังมีอะไรให้MTS เรียนรู้อยู่อีกมาก โดยMTS จะไม่รอให้ถูกDisruption แต่เราจะเอาตัวรอดเสียก่อน”
MTS Gold จากร้านทองตู้แดงสู่ร้านทองดิจิทัลและGlobal Player
ห้างทองแม่ทองสุก ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น MTS Gold แม่ทองสุก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและได้รับความเชื่อถือมากว่า 60 ปี ในประเทศไทย ห้างทองแม่ทองสุก เปิดดำเนินกิจการในปี 2495 โดยคุณแม่อำไพวรรณ หิรัณยศิริ ในย่านวงเวียนใหญ่ เริ่มจากขายปลีกทองรูปพรรณหรือร้านทองตู้แดงให้กับผู้บริโภค
ต่อมามีการขยายกิจการไปสู่การค้าส่งทองคำให้กับร้านทองทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการขยายสาขา จนถึงปัจจุบันมีสาขาเพิ่มทั้งสิ้น 4 สาขา และในปี 2539 ได้ขยายกิจการไปสู่ต่างประเทศ คือ การนำเข้าและส่งออก กระทั่งปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าทองคำแท่ง 99.99% รายใหญ่ของประเทศ
ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามากสุดคือยุคที่ 2 ภายใต้การบริหาร โดยคุณหมอกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ และอัปสร หิรัณยศิริ ซึ่งเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัย และมีการบริหารแบบมืออาชีพ นับตั้งแต่การวางแผน การผลิต การเงิน และการพัฒนาบุคลากรเพื่อพร้อมรองรับการแข่งขันและการเติบโตในอนาคต จนมาถึงยุคที่ 3 ของณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ
ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านบริหารธุรกิจ Bachelor of Science, School of Business จากBabson College ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถาบันอันดับหนึ่งด้าน Entrepreneurship โดยเขาได้เข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจร้านทองคำให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
เริ่มจากการซื้อขายทองผ่านบัตร Technology Gold Payment Card จนถึงการซื้อขายทองคำ Gold Online, Gold Futures โดยในปี 2557 ได้เริ่มก่อตั้งธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์ในชื่อ MTS Gold Global Trading Pte. Ltd. ทำธุรกิจค้าทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% และเป็นโบรกเกอร์ซื้อขาย Gold-D ในตลาด TFEX เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติมาลงทุน
MTS Gold ยังเป็นโบรกเกอร์ทองคำรายเดียวในประเทศไทยที่เป็นพันธมิตรกับCME Group ผู้บริหารตลาดอนุพันธ์รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าซื้อขาย1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี โดยMTS Gold ได้เปิดให้นักลงทุนไทยสามารถซื้อขายตราสารอนุพันธ์ในตลาดโลกจากCME Group ไม่ว่าจะเป็นทองคำ น้ำมัน สินค้าเกษตรIndex Futures ได้โดยตรงเป็นรายเดียวในประเทศไทย
1-2 ปีที่แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง(HKEX) และตลาดหลักทรัพย์ Singapore (SGX) ได้ประสานขอคำแนะนำเรื่องการซื้อขาย Gold Futures เพื่อดึงชาวจีนเข้ามาลงทุน เนื่องจากเห็นว่าMTS Gold เคยทำงานร่วมกับ TFEX ในเรื่องดังกล่าว
รวมถึงยังได้เข้าไปก่อตั้ง MTS Gold (Hong Kong) ในฮ่องกง เพื่อเข้าไปช่วยเหลือทางตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเจาะกลุ่มนักลงทุนชาวจีนด้วย กลุ่มบริษัท MTS Gold ยังเป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวจากทั้งหมด 89 บริษัททั่วโลกที่ People’s Bank of China ออก ใบอนุญาตให้ทำการซื้อขายทองคำในประเทศจีนได้จากการคัดเลือกทั่วโลกเพื่อเป็นสมาชิกของ Shanghai Gold Exchange
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง :ราคาทองคำ เมื่อเกิด โรคระบาด เทียบช่วงเวลา “ซาร์ส” กับ “โคโรน่า”