โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบรอบ 19 ปี คลื่นยักษ์สึนามิถล่มไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ธ.ค. 2566 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2566 เวลา 08.52 น.
ภาพจาก ห้องสมุดภาพมติชน

ครบรอบ 19 ปี คลื่นยักษ์สึนามิถล่มประเทศไทย ภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ จัดกิจกรรมรำลึกไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย

วันที่ 26 ธันวาคม 2566 ย้อนไปเมื่อ 19 ปีที่แล้ว วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 07.58 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง มีศูนย์กลางอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มหลายพื้นที่ทั่วมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งได้ส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย ทางภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล

ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5,400 คน บาดเจ็บกว่า 8,000 คน และสูญหายอีกจำนวนมาก จากเหตุภัยพิบัติในครั้งนั้นสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล รัฐบาลจึงกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันอุบัติภัยแห่งชาติอีกด้วย

กำแพงสึนามิไม้ขาว รำลึกแด่ผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตได้จัดงานรำลึกสึนามิ ณ บริเวณสุสานไม้ขาว หมู่ที่ 5 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หรือกำแพงสึนามิไม้ขาว โดยประกอบพิธีทำบุญทางศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม ผู้เข้าร่วมงานได้มีการวางพวงหรีดและช่อดอกไม้สดที่กำแพงรำลึกสึนามิ ซึ่งมีการประดับธงชาติของประเทศที่มีผู้เสียชีวิต จำนวน 45 ประเทศ

โดยบริเวณกำแพงรำลึกสึนามิ สุสานไม้ขาว เคยถูกใช้เป็นจุดในการเก็บรวบรวมศพของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิ เพื่อรอการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล หลังจากนั้นจึงได้มีการสร้างกำแพงขึ้น เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายเป็นประจำทุกปี

กระบี่จัดงานรำลึก 19 ปี

วันนี้ เมื่อปี 2547 ที่เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิได้สร้างความเสียสายต่อ จ.กระบี่ จึงได้มีการจัดงานรำลึกถึงผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ณ บริเวณลานอเนกประสงค์พีพีอาร์เบอร์วิวอ่าวต้นไทร หมู่ที่ 7 บ้านเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ โดยมีผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน ญาติผู้สูญหายและเสียชีวิต รวมถึงนักท่องเที่ยวร่วมงานยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยและรำลึก พร้อมประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ

โดย จ.กระบี่ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ เสียชีวิตรวม 722 คน สูญหายอีก 587 คน

อนุสรณ์สถานสึนามิ เตือนใจ บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา

นอกจากนี้ จ.พังงาก็ได้มีการจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยมีกำหนดการวางพวงมาลารำลึกถวายคุณพุ่ม เจนเซ่น การวางดอกไม้ การยืนไว้อาลัย และพิธีกรรมทางศาสนา 3 ศาสนา ทั้งพุทธ คริสต์ และอิสลาม

สำหรับบ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ รัฐบาลจึงได้จัดทำสวนอนุสรณ์สถานสึนามิ บ้านน้ำเค็ม ที่มีทั้งหอเตือนภัย พิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้ทุกคนนึกถึงความรุนแรงในเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยสวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ มีเรือประมงที่ได้รับความเสียหายจากสึนามิเป็นอนุสรณ์ และยังมีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทรงโค้งคล้ายกับคลื่น และอีกฝั่งเป็นป้ายจารึกสลักรายชื่อผู้เสียชีวิตไว้เป็นแนวยาว ที่ยังคงมีคนมาไว้อาลัยอยู่เสมอ

นอกจากนี้ในบริเวณสวนอนุสรณ์ยังประกอบไปด้วย สวนพักผ่อน สวนสุขภาพสำหรับออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ติดชายทะเล และยังมีพระใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ริมชายหาด รวมถึงพระรูปของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้ได้สักการะอีกด้วย

การเฝ้าระวังภัยสึนามิ

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุภัยพิบัติเมื่อปี 2547 มีการติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ 2 แห่ง ตัวแรกอยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตราว 1,000 กม. ตัวที่ 2 อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตราว 300 กม. หากมีการเตือนจากทุ่นลอยตัวแรก จะมีเวลาในการอพยพราว 2 ชั่วโมงครึ่ง และถ้ามีสัญญาณเตือนจากทุ่นตัวที่ 2 จะมีเวลาอพยพประมาณ 45 นาที

นอกจากนี้ยังมีหอเตือนภัยสึนามิขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใน 6 จังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล ทั้งสิ้น 130 แห่ง หากเกิดสึนามิชายฝั่งอันดามัน หอเตือนภัยจะส่งเสียงดังขึ้นหลังกดสัญญาณเตือนภัย ทั้งหมด 5 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ เยอรมัน จีน และญี่ปุ่น เพื่อให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอพยพได้อย่างทันท่วงที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...