โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB EIC คาดเศรษฐกิจไทยปี 67 โตแค่ 3% ฟื้นตัวช้า ขยายตัวต่ำ ระยะยาวน่าห่วง

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 ธ.ค. 2566 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2566 เวลา 06.32 น. • The Bangkok Insight

SCB EIC คาดเศรษฐกิจไทยปี 67 โตแค่ 3% จากเดิมคาดขยายตัว 3.5% ชี้เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า และขยายตัวต่ำกว่าคาด ระยะยาวน่าห่วง

Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัวเพียง 3% ซึ่งปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า และขยายตัวต่ำกว่าคาด ปัจจัยกดดันมาจากการบริโภคภาคเอกชนเติบโตชะลอลงหลังจากที่ขยายตัวในระดับสูงในปี 2566 อีกทั้งการลงทุนภาครัฐที่ยังขยายตัวต่ำจากความล่าช้าของงบประมาณประจำปี 2567

เศรษฐกิจไทย

เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะมียังปัจจัยสนับสนุนมาจากการส่งออกกลับมาขยายตัวได้ ตามแนวโน้มการค้าโลกที่ขยายตัวสูงขึ้น การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะฟื้นตัวดีตามการส่งออกและแนวโน้มการขอรับการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ ขณะที่การท่องเที่ยวยังเข้ามาช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยได้ต่อเนื่อง คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 38.2 ล้านคน จากปี 2566 อยู่ที่ราว 28 ล้านคน

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะตรึงไว้ที่ 2.5% ตลอดทั้งปี 67 เนื่องจากเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจที่ระดับศักยภาพในระยะยาว (Neutral rate) ซึ่งยังช่วยเอื้อให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายได้และช่วยสร้างความสมดุลในระบบการเงินจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงกลับเป็นบวกได้ ลดแรงจูงใจในการก่อหนี้ใหม่ของภาคครัวเรือนและลดการประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป (Underpricing of risks) จากภาวะดอกเบี้ยต่ำนาน

ทั้งนี้ SCB EIC มองว่าอัตราเงินเฟ้ออาจจะเร่งตัวขึ้นบ้างในปี 2567 จากแรงกดดันด้านอุปทาน ทำให้เกิดการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาสินค้าเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจไทย

ส่วนโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลที่อาจกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าระดับศักยภาพ และอาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ได้อีกทาง แต่มองว่าจะเป็นเพียงผลชั่วคราว โดยเศรษฐกิจไทยอาจจะแค่กลับมาขยายตัวในระดับศักยภาพได้ดังเดิม โครงการนี้จึงส่งผลต่อเงินเฟ้อต่ำ ทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-3%

สำหรับวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักมองว่าสิ้นสุดลงแล้ว โดยธนาคารกลางสหรัฐและยุโรปจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วขึ้นเป็นไตรมาส 2/67 จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเร็วกว่าคาด ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่านการยกเลิกมาตรการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวในช่วงครึ่งแรกของปี และยกเลิกนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในช่วงครึ่งหลังของปี 2567

เศรษฐกิจไทย

นายสมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB EIC ประเมินว่า ในระยะยาวเศรษฐกิจไทยยังน่าห่วง เพราะจะเติบโตต่ำบนศักยภาพที่ลดลง อันเป็นผลจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งการลงทุนต่ำ ผลิตภาพการผลิตลดลง และแผลเป็นจากวิกฤตโควิด ซึ่งชัดเจนว่าไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิดได้ช้าติดอันดับรั้งท้ายในโลก อีกทั้งเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและอ่อนแอจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กที่ยังมีหนี้สูง แต่รายได้เติบโตช้า

"เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ทั้งจากปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยภายในประเทศที่ยังต้องจับตานโยบายรัฐบาลที่มีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ทรัพยากรภาครัฐมีจำกัดในการใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการลงทุนเพิ่มศักยภาพประเทศในระยะยาว" นายสมประวิณ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...