โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรือใหญ่ส่องกล้องเห็น หนุ่มหาปลาได้มากจนเรือจม ลอยคอกลางทะเล

77kaoded

เผยแพร่ 02 พ.ย. 2566 เวลา 09.14 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - เรือใหญ่ เห็นแสงไฟระยิบลอยปิ่มกระเพื่อมอยู่เหนือผิวน้ำกลางทะเล ส่องกล้องเห็นเป็นหนุ่มใหญ่วัย 46 ปีคาดไฟฉายรัดศีรษะลอยคอล่องมาอย่างอ่อนแรง ระบุเป็นชาวประมงพื้นบ้านจากเมืองชลบุรีถูกคลื่นซัดจนเรือล่มจมกลางดึก กอดกระติกน้ำประคองชีวิตลอยคอมาไกลจนถึงปากอ่าวบางปะกง เผยออกเรือเล็กหาปลาดุกทะเลข้ามคืนได้มากจนเต็มลำ ก่อนถูกน้ำซัดจากกระแสลมแรงจมดิ่งหายวับสู่ก้นทะเลหมดสิ้นทั้งลำ

วันที่ 2 พ.ย.66 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณท่าเรือกลุ่มเกษตรกรประมงบางปะกง ตั้งอยู่ด้านหลังตลาดล่างบางปะกง พื้นที่ ม.10 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีต้นหนเรือขุดของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ชื่อเรือ BDC1 ได้ทำการช่วยเหลือหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี ผู้ประสบภัยจากเรือประมงล่ม นำมาส่งขึ้นฝั่งยังที่ท่าเทียบเรือในสภาพอิดโรยอ่อนแรงและยังคงอยู่ในสภาวะหนาวสั่นอยู่ตลอดเวลา

ภรรยาพร้อมญาติมารับ

ก่อนที่จะพยายามเรียกรถกู้ชีพฉุกเฉิน 1669 ให้มาทำการช่วยเหลือ และช่วยติดต่อประสานงานตามหาญาติของหนุ่มรายนี้ให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งในเวลาประมาณ 08.40 น. จึงได้มีภรรยาพร้อมญาติๆ ของผู้ประสบภัยได้เดินทางมารับตัว นายหลอด วิชัยวงษ์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/7 ม.3 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อเดินทางนำกลับไปพักรักษาตัวยังในพื้นที่ จ.ชลบุรี เนื่องจากนายหลอด ยังคงอยู่ในสภาวะอาการหนาวสั่นและอ่อนแรง

ท่าเรือกลุ่มเกษตรบางปะกง

จากการสอบถาม นายสมยศ ละมัยกลาง อายุ 66 ปี ชาว ม.8 ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นต้นหนเรือ ผู้ควบคุมเรือขุดร่องน้ำ เล่าว่าเมื่อเวลา 05.00 น. ของวันนี้ ขณะเรืออยู่ในบริเวณร่องน้ำมุ่งหน้าไปยังจุดทอดสมอเพื่อหยุดพักที่บริเวณกลางลำน้ำ หน้าปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง เยื้องท่าเทียบเรือของโรงงานรีดเหล็ก บริษัทสหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน) ตนได้สังเกตเห็นแสงไฟซึ่งมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ ลอยเข้ามาใกล้ร่องน้ำในระยะห่างจากเรือประมาณ 500 เมตร

สภาพอ่อนล้าหลังขึ้นจากน้ำ

ซึ่งครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นแสงไฟจากหัวหลักผูกทุ่นตาข่ายหาปลาของชาวบ้าน แต่เพื่อความแน่ใจเนื่องจากได้เข้ามาขุดร่องน้ำในบริเวณนี้มานานถึงกว่า 1 เดือนแล้วไม่เคยพบเห็นแสงไฟดวงนี้มาก่อน จึงได้ทำการส่องกล้องจากหัวเรือมองดูให้แน่ชัด โดยพยายามส่องดูถึง 3 ครั้งเนื่องจากแสงไฟเป็นจุดเล็กมาก จนพบว่าเป็นศีรษะคนที่กำลังลอยปริ่มน้ำรอขอความช่วยเหลืออยู่

โดยมีไฟฉายแบบรัดศีรษะยังคงส่องสว่างติดอยู่ที่ศีรษะด้วย จึงได้สั่งให้ลูกเรือนำเรือเล็กซึ่งเป็นเรือท้องแบนหางยาวลง ก่อนที่จะพากันเข้าไปให้การช่วยเหลือผู้ที่กำลังลอยคออยู่ในทะเลขึ้นมาดังกล่าว จนทราบว่าเป็นเหตุเรือล่ม เนื่องจากเรือประมงขนาดเล็กได้ถูกคลื่นซัดขณะกำลังออกไปปักเบ็ดอยู่กลางทะเลเมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ในระยะห่างจากฝั่งประมาณ 5 ไมล์ทะเล และนำเข้ามาส่งห่างจากจุดที่พบประมาณ 3 ไมล์ทะเล

เรือช่วยชีวิตหนุ่มหาปลา

โดยครั้งแรกที่พบแสงไฟที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำนั้น ตนได้รู้สึกเอะใจขึ้นมาแต่แรกแล้วว่า อาจจะไม่ใช่เรื่องปกติ เนื่องจากเคยมีประสบการณ์จากการช่วยเหลือคนที่ลอยคออยู่กลางทะเลมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในเหตุการณ์สึนามิ ซึ่งเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่มีคลื่นยักษ์พัดถล่มภาคใต้เมื่อปี 2547 นั้น เรือลำนี้ได้เคยช่วยเหลือคนที่เรือแตก นำกลับมาขึ้นฝั่งมาแล้วเป็นจำนวนมากหลายร้อยคน หรือเกือบนับพันคนในเหตุการณ์ครั้งนั้น ขณะกำลังไปทำงานขุดลอกร่องน้ำที่ จ.กระบี่ โดยเป็นเรือขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 75 เมตร มีลูกเรือทั้งหมด 18 คน นายสมยศ กล่าว

กระติกช่วยชีวิต

ขณะที่นายหลอด เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้นำเรือเล็กขนาดยาว 3 วา 1 ศอกลำเรือกว้าง 1 เมตรเศษ ออกไปปักเบ็ดปลาดุกจำนวน 90 คันในบริเวณหลัก 11 ซึ่งอยู่ห่างฝั่งจากบ้านตนประมาณ 4-5 กม. แต่ได้มีคลื่นลมแรงพัดมาช่วงหัวน้ำขึ้น และซัดน้ำเข้าที่บริเวณหัวเรือเป็นจำนวนมากเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. จนปั้มน้ำไดไว่สูบน้ำใต้ท้องเรือสูบน้ำออกไม่ทัน จึงทำให้เรือจมลงสู่ใต้ผิวน้ำในทะเลในทันที

อ่อนล้า

โดยสาเหตุอาจเป็นเพราะเรือมีน้ำหนักมากด้วย เพราะเมื่อคืนหาปลาได้เป็นจำนวนมาก หลังเกิดเหตุตนได้คว้ากระติกน้ำสำหรับใส่น้ำแข็งขนาดกว้างประมาณ 30 ซม. ยาวประมาณ 40 ซม.เอาไว้ได้ทัน และใช้เกาะลอยคออยู่ในทะเล จนมาถึงยังบริเวณร่องน้ำปากอ่าวบางปะกง และมีเรือขุดลอกร่องน้ำได้เข้ามาให้การช่วยเหลือดังกล่าว นายหลอด ระบุ

ด้าน น.ส.พิมล อุดมทั้งตระกูล อายุ 47 ปี กล่าวว่า นายหลอด ผู้เป็นสามีซึ่งมีอาชีพทำประมงพื้นบ้านมานานกว่า 20 ปีแล้ว ได้เคยออกทะเลและถูกคลื่นซัดจนเรือล่มมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อ 6 ปีก่อน และลอยคอจนมีเรือประมงของชาวบ้านแสมขาว ใน อ.บางปะกง ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้เข้ามาช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้แล้ว 1 ครั้ง แต่ได้สูญเสียเรือและอุปกรณ์การหาปลาไป 1 ลำ ซึ่งจุดเกิดเหตุครั้งนั้นอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้มากนัก โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่รอดตายมาได้ แต่ก็ได้ทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินไปอีกทั้งเรือและอุปกรณ์ โดยทั้งหมดเป็นอุปกรณ์ใหม่ เช่น เครื่องให้อ็อกซิเจนปลา ที่เพิ่งจะซื้อมาลงในเรือได้เพียง 2 วันเท่านั้น

ยังอยู่ในอาการหนาวสั่น

เมื่อวานสามีได้ออกเรือไปตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. (1 พ.ย.66) โดยปกติจะกลับเข้ามาถึงฝั่งในเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้นหากไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเสียก่อน โดยเมื่อคืนนี้ทราบว่าสามีหาปลาได้เป็นจำนวนมากด้วย จึงคาดว่าอาจเป็นเพราะเรือมีน้ำหนักมากจนกินน้ำลึก และเมื่อมีคลื่นลมแรงซัดน้ำเข้ามาในลำเรือจึงทำให้เรือจมลงไปอย่างรวดเร็ว

เคยช่วยเหยื่อสึนามิมาแล้ว

โดยอาชีพประมงชายฝั่งนี้บางวันก็หาปลาได้ บางวันก็หาไม่ได้ แต่วันไหนหาได้มากก็จะได้มากถึงกว่า 100 กก.ต่อคืน โดยชาวบ้านซอยคลองยี่รัดได้ประกอบอาชีพนี้กันมานานแล้ว โดยจะออกไปพร้อมกันครั้งละกว่า 10 ลำ แต่จะแยกย้ายกันไปปักเบ็ดกันคนละจุดที่บริเวณกลางทะเลจึงมองไม่เห็นกันในขณะเกิดเหตุ ขณะนี้เวลา (13.30 น.) กำลังรวบรวมชาวบ้านให้ไปช่วยกันหาตำแหน่งจุดที่เรือจม เพื่อที่จะหาทางกู้เรือกลับขึ้นมาให้ได้อีกครั้ง น.ส.พิมล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...