โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"สัปเหร่อ-ธี่หยด" ดันหุ้น MAJOR พุ่งแรง ปลายปีหนังทำเงินรออีกเพียบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ต.ค. 2566 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2566 เวลา 09.18 น.

“สัปเหร่อ-ธี่หยด” ดันราคาหุ้น MAJOR พุ่งแรง วันนี้ทดสอบจุดสูงสุดที่ 14.60 บาท +4.29% ปลายปีหนังทำเงินรอฉายในโรงอีกเพียบ บล.เอเซีย พลัส ชี้ รายได้ตั๋วหนังพุ่ง หนุนรายได้ขายป๊อปคอร์นเครื่องดื่มสูงตาม มาร์จิ้นเกิน 50% พ่วงดันยอดรายได้โฆษณาเพิ่ม

วันที่ 27 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR วันนี้พบว่าเปิดที่ราคา 14.20 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ +1.43% เมื่อเทียบจากราคาวันก่อนหน้า โดยระหว่างวันปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 14.60 บาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.60 บาท +4.29%

นายประสิทธิ์ รัตนกิจกมล นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนและเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้น MAJOR ปรับขึ้นแรงวันนี้ เป็นไปตามกระแสของหนังทำเงินที่เข้ามาติดต่อกัน โดยภาพยนตร์ “สัปเหร่อ” ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะสามารถทำรายได้ทะยาน 600 ล้านบาทไปแล้ว และเมื่อวานนี้ (25 ต.ค.) ภาพยนตร์สยองขวัญ “ธี่หยด” เปิดตัววันแรกก็ทำรายได้ไปกว่า 39 ล้านบาท

ซึ่งเป็นการเปิดฉากที่ดีสำหรับไตรมาส 4/2566 ที่สะท้อนให้เห็นว่าหนังไทยสามารถทะลุหลัก 100 ล้านบาทได้ไม่ยาก ขณะที่หากดูไลน์อัพหนังที่จะออกฉายมีภาพยนตร์เรื่อง “4 King ภาค 2” ซึ่ง 4 King ภาคแรก ก็ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท

และยังมีหนังต่างประเทศที่คนจับตาดูอีกหลายเรื่อง เช่น The Hunger Games, THE MARVELS, Aquaman ซึ่งเป็นหนังแฟรนไชส์ ที่มีภาคต่อ และแต่ละภาคทำรายได้หลักหลายร้อยล้านมาโดยตลอด

ฉะนั้นหากมีรายได้ลักษณะนี้ MAJOR ในฐานะโรงภาพยนตร์ ที่มีส่วนแบ่งรายได้ (Revenue share) อยู่ที่ 50% จึงพอจะเห็นภาพงบไตรมาส 4/2566 ออกมาแข็งแกร่ง จากรายได้หลักที่มาจากตั๋วหนัง และรายได้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การขายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงมาก หรือมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเกิน 50%

โดยอัตราส่วนระหว่างตั๋วหนัง กับป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม (Con to Box Ratio) อยู่ที่ 50-60% สะท้อนว่าหากมีรายได้ภาพยนตร์ที่สูง จะหนุนรายได้ขายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มสูงตามไปด้วย รวมถึงรายได้โฆษณาในโรงภาพยนตร์ที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยตามปริมาณจำนวนคนที่เข้าโรงหนังมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบราคาหุ้นย้อนหลังของหุ้น MAJOR ตั้งแต่ที่ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “สัปเหร่อ” เข้าฉายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา พบว่าหุ้น MAJOR ปิดตลาดปรับตัวบวก รวมทั้งสิ้น 7 วัน ประกอบด้วย

  • 5 ต.ค. ปิดที่ราคา 13.90 บาท +0.72%
  • 6 ต.ค. ปิดที่ราคา 14.00 บาท +0.72%
  • 9 ต.ค. ปิดที่ราคา 14.30 บาท +2.14%
  • 11 ต.ค. ปิดที่ราคา 14.30 บาท +2.14%
  • 19 ต.ค. ปิดที่ราคา 13.90 บาท +1.46%
  • 20 ต.ค. ปิดที่ราคา 14.10 บาท +1.44%
  • 24 ต.ค. ปิดที่ราคา 14.40 บาท +2.13%
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...