โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

'สงครามกะเหรี่ยง-พม่า' บานปลาย ชาวไทยพลัดถิ่น แห่อพยพหนีระเบิด ล้นหน้าด่านชายแดนไทย-เมียนมา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 เม.ย. 2566 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2566 เวลา 07.45 น.

“สงครามกะเหรี่ยง-พม่า” บานปลาย ชาวไทยพลัดถิ่น แห่อพยพหนีระเบิด ล้นหน้าด่านชายแดนไทย-เมียนมา

เมื่อวันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จังหวัดตาก ว่า มีชาวบ้านเป็นคนไทยพลัดถิ่น จากหมู่บ้านห้วยส้าน หมู่บ้านห้วยแม่แปบ กว่า 1,000 คน ในเขต อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ได้ลี้ภัยจากการสู้รบเข้ามาเขตไทย โดยทำบัตรผ่านแดนเดินทางผ่านด่านพรมแดนถาวรทางบกแม่สอด-เมียวดี สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 เข้ามาเขตไทย หลังจากที่มีการสู้รบกันระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู.พีซี. (กองพันสิงโต) ร่วมกับกองกำลังพีดีเอฟ.หรือ กองกำลังปกป้องประชาชนที่ต่อต้านสภาทหารเมียนมา บริเวณใกล้กับหมู่บ้านแม่กาไน และมีกระสุนปืน ค.มาตกในหมู่บ้านห้วยแม่แปบ ทำให้ชาวไทยพลัดถิ่นต้องทิ้งบ้านหนีภัยสงครามเข้ามาเขตไทย

ชาวไทยพลัดถิ่นต่างบอกว่า มีการสู้รบกันอย่างหนัก และใกล้หมู่บ้าน จนไม่สามารถอยู่ในบ้านได้ จึงพากันอพยพหนีภัยมา โดยแต่ละบ้านได้ทิ้งคนเฝ้าบ้านไว้ 1 คน บางบ้านไม่มีคนเฝ้า เพราะมีทรัพย์สินอยู่ในบ้านเช่นโค กระบือ และทรัพย์สินอื่นๆ นอกจากนี้มีกระสุนมาตกที่บริเวณวัดไทย ทำให้รถตู้เสียหายไป 1 คัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสู้รบได้กระจายไปหลายจุด ทั้งด้านตรงข้าม อ.แม่ระมาด และ อ.แม่สอด ที่มีเขตแนวชายแดนติดต่อกัน ส่วนผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ยังคงอยู่ในความควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ไทย โดยจัดให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไว้ทั้งหมด 10 แห่ง ในพื้นที่ อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด ซึ่งใช้สถานที่เอกชนเป็นที่อยู่อาศัย เช่น คอกวัว เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...