ผ่าน 3 ปีแรกของ “LINE BK” กับการเข้ามาของ “Virtual Bank”
อีกไม่นานเกินรอคนไทยจะเห็นความชัดเจนของการให้ใบอนุญาตธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) จากธนาคารแห่งประเทศ(ธปท.) ที่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็น ซึ่งเป็นที่จับตามองกันว่าใครจะเป็นผู้เล่น 3 รายใหม่ที่จะคว้าใบอนุญาตแบงก์รูปแบบใหม่ไปครองได้
แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน การเริ่มทำธุรกิจการเงินบนช่องทางดิจิทัลล้วนๆ และไม่ได้อยู่ในธนาคารดั้งเดิมมีมาก่อนแล้ว ที่เห็นภาพชัดเจนสุดคือ LINE BK หรือ บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่ลงทุนผ่านบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด และ บริษัท ไลน์ คอร์ป ที่ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย
ในปี 2566 นี้ “LINE BK” จะมีอายุครบ 3 ปี ถือเป็นผู้เล่นด้านดิจิทัลแบงก์เต็มรูปแบบที่ออกจากจุดสตาร์ทก่อนคนอื่น ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด หรือ LINE BK เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ว่า แม้ LINE BK จะทำธุรกิจมา 3 ปี แต่เริ่มให้สินเชื่อจริง ๆ ก็คือ 2 ปีหลัง ตอนนี้มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 5.3 ล้านราย มีการให้ยืมไปกว่า 6 แสนบัญชี และมียอดรวมการปล่อยสินเชื่อตั้งแต่เปิดบริการรวมกว่า 50,000 ล้านบาท
LINE BK เป็นผู้เล่นที่ลงมาในสนามของกลุ่มคนไทยที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน หรือ Underbank ซึ่งปกติลูกค้ากลุ่มนี้ยังไม่มีใครเข้าไปให้สินเชื่อถูกกฎหมายได้ทำให้ถูกทดแทนด้วยหนี้นอกระบบ เพราะสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมไม่สามารถมีข้อมูลมากพอและหากรายได้ไม่แน่นอนสถาบันการเงินก็ให้สินเชื่อไม่ได้ หรือ จะให้ได้ก็ต้องหาอะไรมาเป็นหลักประกัน ทำให้เมื่อเข้าไม่ถึงก็ต้องไปหาหนี้นอกระบบเลย
LINE BK เป็นการเข้ามาร่วมธุรกิจระหว่าง ธนาคารกสิกรไทย ที่ต้องการจะลงไปเล่นในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่ธนาคารลงไปไม่ถึง ผ่านการร่วมกับ LINE จึงมีข้อได้เปรียบที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้าจำนวนมากผ่าน Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดเพราะจำนวนผู้ใช้ LINE ในประเทศไทยก็คือจำนวนประชากรไทย คนไทยที่มีโทรศัพท์จะต้องมี LINE กันอยู่แล้ว
“LINE BK ถือว่าได้เปรียบเพราะมีข้อมูลเยอะมาก และเป็นข้อมูลแบบใช้ทุกวัน แม้จะเริ่มต้นผ่าน 3 ปีแรกได้แล้วก็ยังมีแผนหลายเรื่องที่ต้องทำ เช่น การพัฒนาด้าน AI เพราะเมื่อเริ่มปล่อยจริงไปแล้วก็ทำให้ได้ข้อมูลจริงมากขึ้น ต้องใช้ข้อมูลที่ได้มาสร้างโมเดลใหม่ๆต่อไป”
การพัฒนา AI ของ LINE BK ต่อจากนี้จะลงลึกไปถึงเครือข่ายของลูกค้าในแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ลูกค้ารายใดรายหนึ่งแต่จะเชื่อมไปถึงเพื่อนๆของพวกเขาด้วย ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อเจาะลึกไปถึงขั้นที่จะสามารถสะท้อนความสามารถในการจ่ายหนี้หรือสามารถสะท้อนเจตนาในการจ่ายหนี้ได้หรือไม่ เช่น ลูกค้า LINE BK คนหนึ่งมีการชำระดีแต่ก็อยากจะรู้ว่าเพื่อนในกลุ่มเดียวกันจะมีพฤติกรรมชำระดีเหมือนกันทุกคนหรือไม่ จึงต้องมีการวิเคราะห์ให้ได้ว่า คนที่เครดิตดีมักจะเป็นเพื่อนกับคนที่มีเครดิตด้วยกันหรือไม่ แต่การจะไปถึงขั้นที่จะทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ลึกมากขนาดนั้นก็ต้องมีฐานลูกค้าที่มากพอเพื่อให้เห็นข้อมูลเหล่านี้
“ความยากคือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ข้อมูลที่มีก็เปลี่ยน ทำให้ต้องหมุนโมเดลอยู่ตลอด เช่น การเปลี่ยนแปลงในช่วง Covid 19 ที่ทำให้คนต้อง Work From Home ก็เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม คนใช้ LINE มากขึ้นแต่ก็เป็นในช่วงที่ไม่ปกติทั้งการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจ โมเดลของเดิมที่ทำมาก็ใช้ไม่ได้ต้องเปลี่ยนตามด้วย ตอนนี้ถือว่า LINE BK ยังอยู่ขั้นประถมกำลังใกล้ขึ้นมัธยมยังต้องทำให้ดีกว่านี้อีกเยอะ”
นอกจากการพัฒนาความสามารถด้าน AI ก็จะต้องขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น และทำให้ลูกค้ารัก LINE BK มากขึ้น เพราะการจะปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันได้ดีจะต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกเกรงใจและรักเรา ธรรมชาติของสินเชื่อในกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันมักจะเป็นสินเชื่ออันดับท้ายๆที่คนจะเลือกจ่ายคืน ดังนั้นจึงต้องมีความใกล้ชิดกับลูกค้าให้มาก ให้ลูกค้ารักและอยากจ่ายคืนเราก่อนใคร
ส่วนการที่กำลังมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาลงสนามอย่าง Virtual Bank นั้นจะกระทบ LINE BK หรือไม่ ธนา บอกว่า การเข้ามาของ Virtual Bank จะทำให้การแข่งขันในระบบมีเยอะขึ้น มีจำนวนผู้เล่นมากขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าใครจะทำอะไรให้แตกต่างฉีกแนวไปจากเดิมหรือไม่ เพราะเรื่องของบริการทางการเงินมักไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ดีการมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาก็ส่งผลดีต่อระบบเช่นกัน เพราะหากมีผู้เล่นเยอะก็จะทำให้ดึงคนเข้ามาในระบบการเงินที่ถูกต้องได้เยอะขึ้น เป็นการเพิ่มข้อมูลด้านเครดิตของลูกค้าและช่วยให้ผู้เล่นรายอื่นสามารถนำข้อมูลเครดิตไปใช้ต่อได้ เติมข้อมูลที่ว่าง สร้างเครดิตให้คน ถ้ามีผู้เล่นเยอะคนจะเข้าถึงบริการได้หลากหลาย
“LINE BK ไม่ได้วางแผนรับมือเป็นพิเศษ แต่จะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โชคดีที่เราเริ่มต้นมาก่อนแล้ว 3 ปี แต่โมเดลธุรกิจก็ไม่ได้เสกได้ข้ามคืน ทุกอย่างต้องใช้เวลา สิ่งที่ LINE BK จะต้องทำคือการพัฒนาระบบคัดกรองความเสี่ยงให้เก่งขึ้น แม่นขึ้น ทำให้ไม้บรรทัดของตัวเองละเอียดมากพอที่จะวัดความเสี่ยงเพื่อจะรับลูกค้าใหม่ๆได้มากขึ้น”