โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

วิธีเช็กหม้อน้ำรถยนต์ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ถึง 10 นาทีเสร็จ!!

Car2day

อัพเดต 06 ก.ย 2567 เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2566 เวลา 11.20 น. • Car2Day

การตรวจเช็กหม้อน้ำเป็นสิ่งที่คนมีรถจำเป็นต้องทำและดูแลเช่นกันกับส่วนอื่นๆ เนื่องจากระบบระบายความร้อนรถยนต์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของเครื่องยนต์เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความร้อนสะสมในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน บวกกับอุณหภูมิภายนอกที่ร้อน หากระบบระบายความร้อนไม่ดีหรือมีปัญหาอาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้

หม้อน้ำ

วิธีเช็กหม้อน้ำรถยนต์

1. ตรวจเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำ ดูว่าน้ำเต็มหรือไม่ เราสามารถตรวจเช็กระดับน้ำหล่อเย็นได้ในขณะที่เครื่องเย็น (ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนเครื่องยนต์ร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้แรงดันภายในระเบิดฝากทำให้เกิดอันตรายได้)

  • หม้อน้ำรถยนต์จะอยู่ภายในห้องเครื่อง เมื่อเปิดฝากระโปรงจะเห็นเป็นฝาโลหะ มีขอบนูน ๆ ออกมาด้านข้าง
  • เปิดฝาหม้อน้ำดู โดยออกแรงกดเล็กน้อยแล้วบิดไปทางซ้าย จากนั้นสังเกตปริมาณระดับน้ำในหม้อน้ำ
  • การเช็กหม้อน้ำ น้ำจะต้องเต็ม หากตรวจเช็กแล้วพบว่าปริมาณน้ำลดลงไป ก็จัดการเติมน้ำยาหล่อเย็นให้เต็ม (หาซื้อได้ตามร้านขายอะไหล่ทั่วไปและศูนย์บริการ)
  • สังเกตสีของน้ำยาหล่อเย็นของเดิมที่อยู่ในหม้อน้ำ หากสีเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น น้ำเริ่มเป็นสีสนิม ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น

หม้อน้ำ

2. ตรวจเช็กน้ำในหม้อพัก ให้เต็มเสมอ

  • สังเกตที่หม้อพักน้ำยาหล่อเย็น จะมีสัญลักษณ์บอกระดับน้ำคือ Min และ Max หากน้ำอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Min (ขีดล่าง) คือน้ำน้อยเกินไป ถือว่าอันตราย เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ฮีตได้
  • วิธีแก้ก็แค่จัดการเติมน้ำยาหล่อเย็นเข้าไปจนให้ถึงสัญลักษณ์ Max (ขีดบน) และหากเราเติมเยอะเกินไปจนเลยขีด Max ควรดูดออก เพราะเวลาเครื่องยนต์ร้อน น้ำจะเดือด ซึ่งอาจทำให้น้ำล้นออกมาได้

หม้อน้ำ

3. ตรวจเช็กหม้อน้ำรั่ว เติมแล้วน้ำลดหายไปไหม

  • หากเราเช็กหม้อน้ำก่อนหน้า 1 วันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่พอวันรุ่งขึ้นปรากฏว่าน้ำที่เติมลดหายไปมากพอสมควร สันนิษฐานได้เลยว่า ต้องเกิดความผิดปกติ เช่น

  • หม้อน้ำรั่ว

    [* ท่อยางแตก , * พัดลมหม้อน้ำไม่ทำงาน , * ประเก็นแตก , * ฝาปิดไม่ได้มาตรฐาน ]

หม้อน้ำ

4. ตรวจเช็กหม้อน้ำ ว่าแห้งหรือความร้อนสูงเกินไปไหม

  • ให้สังเกตอาการต่างๆ ขณะขับรถ โดยสังเกตที่หน้าปัดเกจ์ความร้อน หากเข็มความร้อนขึ้นสูงกว่าปกติ ให้รีบจอดรถทันที ห้ามฝืนขับต่อเด็ดขาด
  • เปิดฝากระโปรงทิ้งไว้สักพัก อย่าเพิ่งปิดเพื่อให้ความร้อนค่อย ๆ ลดลง
  • ใช้ผ้ารองก่อนเปิดฝาหม้อน้ำ อย่าเอาใบหน้าเข้าไปใกล้ เพราะน้ำร้อนอาจจะพุ่งมาโดนได้
  • ค่อย ๆ เติมน้ำอุณหภูมิห้องทีละน้อย อย่าเติมน้ำเย็นเด็ดขาด เครื่องจะพังเอา
  • เมื่อเติมน้ำเสร็จแล้วให้รีบหาอู่ซ่อมรถให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นต้องจอดเช็กหม้อน้ำอยู่เรื่อย ๆ

หม้อน้ำ

5. เช็กดูว่าหม้อน้ำว่าตันหรือไม่

  • สังเกตน้ำในหม้อน้ำว่าเปลี่ยนเป็นสีส้ม ๆ หรือสีสนิมไหม มีคราบตะกรันอยู่หรือเปล่า
  • เข็มความร้อนขึ้นสูงอย่างรวดเร็วในขณะที่รถเพิ่งออกตัวหรือไม่ บางครั้งอาจมีอาการแอร์ไม่เย็นร่วมด้วย
  • เมื่อหม้อน้ำตัน ให้รีบถ่ายน้ำในหม้อน้ำออกทันที อล้วใช้น้ำเปล่าล้างหม้อน้ำสัก 2-3 ครั้ง
  • ถ้าตะกรันเยอะเกินไป ล้างเท่าไรก็เอาออกไม่หมด ควรให้ช่างจัดการจะดีกว่า

การตรวจเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำนั้นควรหมั่นเช็กบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ เพราะเราจะได้ทราบถึงความผิดปกติของรถ ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลางทางอาจทำให้เราเสียทั้งเงินและเวลาได้

หม้อน้ำ

คำแนะนำและข้อควรระวังในการเช็กหม้อน้ำด้วยตัวเอง

  • ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ร้อน เพราะน้ำที่กำลังเดือดอาจพุ่งใส่ในขณะที่เปิดฝา (ควรเช็กในตอนเช้าหลังจากที่จอดรถเอาไว้แล้ว 1 คืน)
  • น้ำที่เติม ควรเป็นน้ำยาหล่อเย็นที่ใช้สำหรับเติมในหม้อน้ำ (หาซื้อได้จากศูนย์บริการ และร้านขายอะไหล่ทั่วไป ) ไม่แนะนำให้ใช้น้ำประปา เพราะในระยะยาวอาจก่อให้เกิดตะกรันและสนิมในหม้อน้ำ

หากเราหมั่นตรวจสอบและสังเกต เมื่อพบปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที แต่หากคุณละเลยไม่ได้สังเกตหรือไม่ใส่ใจในหม้อน้ำ อาจทำให้ปัญหาเพียงแค่เล็กน้อย ลุกลามจนทำให้เครื่องพัง หรือทำให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...