โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร้านค้าโอด ถูกเรียกเงินคืน จากโครงการเราชนะ หลังพบทุจริต?

อีจัน

อัพเดต 11 ต.ค. 2564 เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 01.48 น. • อีจัน

เราชนะส่อแวว ทำร้านค้า แพ้ เมื่อมีหนังสือว่อนโซเชียล เมื่อมีหนังสือเรียกเก็บเงินโครงการเยียวยา ในช่วงโควิดที่ผ่านมา อย่างโครงการเราชนะ

วานนี้ 10 ตุลาคม 2564 เป็นประเด็นขึ้นเทรนด์โซเชียล หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายราย รวมถึงในทวิตเตอร์โพสต์เอกสารการเรียกเงินคืนของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ เช่น โครงการเราชนะ โครงการคนละครึ่ง

โดยในหนังสือระบุว่า

“เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขของโครงการ และไม่ได้จัดส่งเอกสารชี้แจงโต้แย้งมาภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามความยินยอมที่ได้ให้ไว้ขณะเข้าร่วมโครงการฯ ให้คืนเงินภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือนี้”

“หากไม่เห็นด้วย สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 15 วัน ทั้งนี้หนังสือของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ลงวันที่ 14 กันยายน 2564”

ผู้ประกอบการแต่ละรายก็จะถูกเรียกเงินในจำนวนที่แตกต่างกันไป ที่ปรากฎออกมามีตั้งแต่หลักแสนไปถึงหลักล้าน และที่สูงสุดที่นำมาโพสต์คือ 17 ล้านบาท

ร้านค้า ผู้ประกอบการที่โดนเรียกเงินคืนจากรัฐ มีรายงานว่าส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ ร้านค้าที่รับสแกนแล้วแลกเป็นเงินสด โดยหักค่าธรรมเนียม 10% และ กรณีร้านค้าออนไลน์ที่รับสแกนข้ามจังหวัด

โดยไม่แค่โครงการเราชนะ ร้านค้าเข้าร่วมโครงการจากทางภาครัฐ ทางโครงการได้มีข้อตกลงว่า หากตรวจสอบพบทุจริต จะมีการเรียกเงินคืนทั้งหมดบัญชี ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะรายการที่ทำทุจริตเท่านั้น

เอาเป็นว่า ร้านค้าคงกุมขมับกันใหญ่ ตอนรับยังยิ้มได้ แต่ตอนนี้เห็นที่จะไม่อยากชนะแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...