โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก บาร์บาร่า ปราวี ถึง เอ็มม่า ค้อก : ทัศนะสตรีเข้มแข็งในยุโรป และบทเรียนต่อสังคมไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มิ.ย. 2567 เวลา 02.03 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2567 เวลา 02.03 น.

บทความพิเศษ | ธเนศวร์ เจริญเมือง

จาก บาร์บาร่า ปราวี

ถึง เอ็มม่า ค้อก

: ทัศนะสตรีเข้มแข็งในยุโรป

และบทเรียนต่อสังคมไทย

“เสียงเพลงของเธอทำให้ผู้ชายสูงวัยและแข็งแกร่งอย่างฉันต้องร้องไห้… เธอกับอีกไม่กี่คนคงมีพรสวรรค์อะไรสักอย่างที่พระเจ้าให้มา…ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก”

@sadvery4984 มกราคม 2024

“เสียงจากสรวงสวรรค์…”

@watkinslesley3217 พฤศจิกายน 2023

“ขอพระเจ้าอวยพรเสียงของเธอและรักษาโรคร้ายนั้น…”

@faresmsaad7858 พฤศจิกายน 2023

“ฉันได้ชมและฟังเพลงนี้มานับล้านครั้งตลอดหลายสัปดาห์มานี้ ไม่น่าเชื่อจริงๆ นี่คือเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยฟังมา เสียงของเธอ อารมณ์ที่แสดงออก พลังที่เปล่งออกมา และความสมบูรณ์ของทุกอย่าง”

@jamesharvey2534 กุมภาพันธ์ 2024

“ฉันฟังมาแล้ว 50 ครั้ง แล้วก็ร้องไห้ 50 ครั้ง และภาคภูมิใจยิ่งนักที่ได้ฟัง”

@manuels9747 กุมภาพันธ์ 2024

“ฉันไม่เข้าใจภาษาฝรั่งเศส แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย, เพื่อนรัก ฉันจะฟังเพลงนี้ไปอีกหลายๆ สัปดาห์เหมือนเธอ ขณะออกไปทำงานตอนตี 4 ทุกๆ เช้า ซิดนีย์ ออสเตรเลีย”

@akarabu1228 มีนาคม 2024

คำขึ้นต้น

ใครเล่าจะลืมเลือน…

ภาพของเด็กสาวชาวดัตช์ นามว่า “เอ็มม่า ค้อก” อายุ 15 ปี ผมสีน้ำตาล หน้าตาสะสวย ร่างเล็กกว่าวัยในชุดยาวสีดำ ร้องเพลง “Voila” เพลงภาษาฝรั่งเศส “Voila, voila, voila,วัวล่ะ วัวล่ะ วัวล่ะ นี่ไง นี่ไง นี่ไง…”

เสียงนั้นนุ่มนวล อ่อนไหว ไพเราะล้ำ แล้วก็ค่อยๆ เปล่งพลัง เข้มข้น แข็งแกร่ง ดังขึ้นๆๆ ประกาศความมีตัวตน และความเป็นสตรีของตัวเธอ “มารับรู้เรื่องราวของฉัน เห็นฉัน รู้จักฉันและเข้าใจฉันอย่างที่ฉันเป็น… Voila, voila, วัวล่ะ, วัวล่ะ… นี่อย่างไรล่ะ เห็นไหมล่ะ…”

เสียงเพลง “Voila” ที่ดังก้อง ดังขึ้นๆ บีบรัดหัวใจคนฟังนับหมื่นคนในเดือนกันยายน ค.ศ.2023 ที่เวทีคอนเสิร์ต จตุจักรไฟรต์ฮอฟ (Vrijthof Square) กลางนครมาสตริชท์ (Maastricht เมืองงดงามตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์) และดังจนสะเทือนสะท้านทั้งเมืองและทั้งโลกในยุคที่ภาพถ่ายและข่าวสารเดินทางอย่างรวดเร็ว

และ 9 เดือนต่อจากนั้น ก็มีคนทั่วโลกเข้ารับชมเพลงนี้ถึง 183 ล้านคน

บ่ายวันนั้นบนเวที อังเดร ริว (Andre Rieu, 1949-) นักไวโอลินชาวดัตช์และเจ้าของวงออเคสตราระดับโลก ได้แนะนำคนฟังว่า เอ็มม่า มาจากครอบครัวนักดนตรีทั้งพ่อและแม่ มีพี่ชายเป็นนักไวโอลินดาวรุ่ง ตั้งแต่เล็กๆ เธอโชคร้ายที่ป่วยเป็นโรคที่หายากและน่ากลัวยิ่ง คือ โรคกระเพาะอาหารพิการ (Gastroparesis) เธอกินอาหารไม่ได้เลย เมื่อค้นพบตั้งแต่เธออายุได้ 9 เดือน เธอจึงต้องรับอาหารเหลวทั้งหมดเข้าท้องและลำไส้ด้วยท่อเล็กๆ 2 ท่อ (ที่ใช้เวลาแต่ละวันนานถึง 22 ชั่วโมง) แต่เอ็มม่าเป็นเด็กที่กล้าหาญ เธออยากดำเนินชีวิตอย่างปกติ ไม่เคยหวั่นกลัวต่ออุปสรรคใดๆ (ดูลีลาการเดินของเธอบนเวทีสิ)

“เธอมีความฝัน เป็นคนเสียงดี อยากเป็นนักร้อง และแล้ว เธอก็ชนะการประกวดร้องเพลงเยาวชนดัตช์ (The Voice Kids ฤดูกาลที่ 10 ในปี 2021) จากนั้น เธอก็ตั้งมูลนิธิเพื่อระดมทุนและทุ่มเทให้การศึกษาและหาทางแก้ไขโรคร้ายนั้น

เอ็มม่า จึงเป็นแบบอย่างของการต่อสู้ชีวิตสำหรับพวกเราทั้งหลาย…”

นี่จึงเป็นต้นทุนสำรองสำคัญที่เอ็มม่าได้รับก่อนที่เธอจะร้องเพลงนั้น

ครั้นเมื่อเสียงเพลงดังขึ้น เริ่มด้วยความไพเราะนุ่มนวลของเสียง, ท่วงทำนองเพลงดูเศร้าสร้อย และความทรงพลังของเนื้อเพลงและน้ำเสียงอันแข็งแกร่งเกินวัยก็เพิ่มขึ้นๆๆ โลกจึงตกตะลึงที่ได้เห็นเทพธิดาตัวน้อยที่เจ็บป่วยด้วยโรคประหลาด แต่กลับขับขานบทเพลงด้วยเสียงที่สุดแสนมหัศจรรย์ เปี่ยมด้วยพลังเป็นเลิศ มีผู้คนมากมายที่หลั่งน้ำตาขณะที่ได้ฟังเพลงนี้

ส่งผลให้เธอได้รับการชื่นชมและกล่าวขวัญถึงอย่างอื้ออึงตั้งแต่วันนั้น และแล้วเธอก็ได้รับเชิญให้ไปร้องเพลงนี้ในหลายประเทศ

โดยเฉพาะการต้อนรับอันอบอุ่นอย่างยิ่งที่ฝรั่งเศส มีคนให้ความเห็นกระทั่งว่า ชาวฝรั่งเศสควรขอบคุณ เอ็มม่า ที่ทำให้ใครๆ ก็อยากเรียนภาษาฝรั่งเศส และมีแต่คนถามหาเนื้อเพลงที่แปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ

ในงานคอนเสิร์ตที่กรุงเอเธนส์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เอ็มม่าได้รับเสียงไชโยโห่ร้องต้อนรับ และเพลงสุขสันต์วันเกิดแด่เธอก็ดังกระหึ่มก้อง

จากเอ็มม่า ค้อก ถึงบาร์บาร่า ปราวี

ปรากฏการณ์ เอ็มม่า ค้อก (Emma Kok, เกิด 12 มีนาคม 2008 (2551) เด็กสาวชาวดัตช์วัย 15 ที่ร้องเพลงครั้งเดียว และดังข้ามโลกในพริบตา จึงสะท้อนให้เห็นความสามารถของนักร้อง, พลังของเพลง, ทีมนักดนตรีและจัดรายการ และพลังของโลกสมัยใหม่ที่ไร้พรมแดน

และแน่นอน คนแต่งและคนขับร้องเพลง “Voila” เป็นครั้งแรก นั่นคือ บาร์บาร่า ปราวี (Barbara Pravi, 1993-) สาวฝรั่งเศสวัย 28 ปีที่นำเพลงนี้เข้าประกวดในงาน ยูโรวิชั่น-Eurovision, 2021

และทันทีนั้น เธอก็ได้รับการคาดหมายว่าจะคว้ารางวัลชนะเลิศ แต่แล้วเธอก็ได้รับรางวัลที่ 2 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี (ตั้งแต่มีการจัดงานนี้ ค.ศ.1977) ที่นักร้องชาวฝรั่งเศสได้รับรางวัล

และ 2 ปีต่อจากนั้น เอ็มม่า สาวน้อยเพื่อนบ้านก็นำเพลงนี้มาขับร้องให้โด่งดังไปทั่วโลกชนิดฟ้าถล่ม

บาร์บาร่า กล่าวว่า เธอแต่งเพลง “Voila” เพื่อเล่าชีวิตส่วนหนึ่งของตัวเธอเอง เพลงบอกว่าขอเปิดอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง อย่างที่ไม่มีใครกล้าเล่า…

“ก็ที่เล่ามานี่แหละที่ฉันเป็น นี่ไง นี่ไง ฉันอยู่ตรงนี้ และเป็นตัวฉันอย่างนี้…Voila, voila, voila, voila, นี่ไง นี่ไง นี่แหละ นี่แหละ”

บทวิเคราะห์

โลกจึงตกตะลึงและฉงนฉงาย 2 ด้านจากเพลงนี้

ด้านหนึ่ง คือ ความยิ่งใหญ่ของเนื้อเพลง “Voila” ที่แตกต่างจากเพลงรักอันหวานซึ้งทรงพลังของมนุษยชาติทั่วไป เช่น เพลง “I Will Always Love You” ของ Whitney Houston (1992), เพลง “My Heart Will Go On” ของ Celine Dion (1999) และเพลง “Never Enough” ของ Loren Allred (2007) ฯลฯ ที่ตอกย้ำของความยิ่งใหญ่ของรักระหว่างเพศ

แต่เพลง “Voila” ของ บาร์บาร่า ปราวี (Barbara Pravi, 2021) เน้นย้ำความเป็นสตรีและสิทธิเสรีภาพของสตรีที่ควรเท่าเทียมกับของบุรุษเพศให้ทั่วทั้งโลกได้ตระหนัก

อีกด้านหนึ่ง ความไพเราะลึกล้ำเปี่ยมพลังของน้ำเสียงและลีลาของเอ็มม่า-สาวน้อย ตลอดจนโรคภัยที่เธอต้องประสบตั้งแต่วัยเด็กมายาวนาน หมายถึงว่า เสียงเพลงอันยิ่งใหญ่นี้ขับขานอย่างมหัศจรรย์โดยสตรีนักสู้ที่มีวัยเพียง 15 ปีและป่วยด้วยโรคร้าย

ใครเล่าจะเชื่อว่าผู้ขับขานเสียงเพลงแห่งการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีอย่างทรงพลังยิ่งนี้ เป็นเยาวชนและยังเป็นผู้ป่วยที่ต้องต่อสู้กับชีวิตอีกแบบหนึ่งตลอดมาและตลอดชีวิตอันเยาว์ของเธอ

นี่ยังสร้างความฉงนฉงายและตื่นตะลึงให้โลกนี้ไม่พอหรืออย่างไรกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกและสังคมยุคข่าวสารนี้??

ความงดงามของเพลงที่แต่งโดย บาร์บาร่า ปราวี และได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งในยุโรป ที่สุดแล้ว ก็คือผลพวงของการต่อสู้อย่างยาวนานทางความคิดในสังคมยุโรปและสังคมโลก

นั่นคือทัศนะกดขี่ทางเพศที่ดำรงอยู่อย่างมากโดยเฉพาะในสังคมที่ยังถูกยึดกุมด้วยความคิดแบบเก่า

เช่น หญิงเป็นเพศอ่อนแอ ต่ำต้อยเพราะมีเลือดที่สกปรกออกจากร่าง มีหน้าที่เลี้ยงลูก ประกอบอาหาร ดูแลปรนนิบัติรับใช้สามีและครอบครัวของสามี

ต้องยอมรับการมีอนุภรรยามากมายของสามี ต้องยอมรับการเป็นช้างเท้าหลัง ไม่โต้เถียงกับสามี หรือสู่รู้เรื่องราวใดๆ ของสามี และจะต้องซื่อสัตย์ต่อสามีเพียงคนเดียว

และจะต้องไม่เปิดเผยสิ่งใดที่อาจไม่เหมาะสมของตัวเธอให้คนอื่นล่วงรู้ได้ ฯลฯ

เพลง “Voila” ยังคงมีริ้วรอยเช่นนี้ แม้ว่าขบวนการสิทธิสตรีในยุโรปและอเมริกาเหนือจะพัฒนาไปไกลแล้วนับศตวรรษ เช่น ควรบอกบางเรื่องให้ฝ่ายชายรู้ได้หรือไม่ มีหญิงใดไหนที่กล้าเปิดเผยเรื่องแบบนี้… ทุกวันนี้ ยังมีคุณค่าอะไรหลงเหลืออยู่เพื่อให้ผู้ชายได้เห็น ฯลฯ

เนื้อเพลง “Voila” จึงเผยให้เห็นทั้งความเข้มแข็ง และความอ่อนแอทางความคิดของหญิง “ขอเธอจงฟังฉัน…มองดูฉัน ดูใบหน้า และดูมือของฉัน…ขอให้เธอรักฉัน อย่าทิ้งฉันไปไหน รักฉันอย่างที่เธอรักคนที่กำลังจะจากไปชั่วนิรันดร์ แม้ว่ามันอาจจะช่วยอะไรไม่ได้เลยก็ตาม…”

“เห็นหรือยัง นี่แหละ นี่แหละๆๆ ตัวตนของฉัน และฉันก็เป็นแบบนี้แหละ นี่ไง นี่ไง…”

เสียงอันอ่อนหวาน ดูสร้อยเศร้า แล้วก็แข็งแกร่งมีพลังมากขึ้นๆ ประกาศก้อง “Voila, voila, voila นี่แหละ นี่แหละ นี่ไง ตัวฉัน…” ชูมือขวาขึ้นราวกับจะประกาศก้องโลก

เป็นเพลงที่บอกเราว่า หญิงก็เป็นชีวิตหนึ่งที่เติบโตในสภาพสิ่งแวดล้อมหนึ่ง มีชีวิต จิตใจและมีความแข็งแกร่ง และมีจุดอ่อน หญิงทระนง และอ่อนแอในบางด้าน

ผู้ชายและสังคมนี้จะเข้าใจไหม ยอมรับได้ไหม อย่างไร และต่างจากเพศชายตรงไหน ฯลฯ

ไม่แปลกใจเลย ที่เพลงของบาร์บาร่า ปราวี ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งที่เวทีการประกวด และถูกคาดหมายว่าจะได้รางวัลชนะเลิศของยุโรป ยุโรปที่วันนี้ สตรีและครอบครัวชาวยูเครนจำนวนมาก ตลอดจนสตรีและครอบครัวจากทวีปอื่นๆ ที่เคยตกเป็นอาณานิคมของยุโรปตะวันตกได้เข้าไปขอพักอาศัย

ยังไม่ต้องพูดถึงสหรัฐ ที่ผู้คนจากร้อยพ่อพันแม่ทั่วโลกเดินทางไปแสวงหาชีวิตใหม่พร้อมกับนำเอาทัศนะเก่าๆ ติดตัวไปเผยแพร่ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ โชคดีที่สภาพสังคมเปิดที่นั่นช่วยมิให้ทัศนะสังคมเก่าสำแดงตัวหรือพ่นพิษร้ายออกมาได้มากนัก

ผิดกับสังคมจีนที่พลันเปิดระบบการลงทุนเสรีและเสรีภาพในด้านดนตรี-ละคร-นิยาย-เพลง ฯลฯ หลายเรื่องหลายตอนที่เข้ามาเผยแผ่ในสังคมไทยก็แสดงให้เห็นการกดขี่ข่มเหงสตรีหลายรูปแบบจนแทบไม่น่าเชื่อ

เช่น การบีบบังคับลูกสาวแบบคลุมถุงชน ทัศนะกดขี่เพศหญิงของแม่ผัวต่อลูกสะใภ้ กระทั่งท่าทีของสามีต่อภรรยา หรือท่าทีของชายต่อคนรักของตน ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ล้วนบอกเราว่าปัญหาการกดขี่ทางเพศ และซากเดนความคิดเก่าๆ ยังคงมีอยู่

ลีลาการขับร้อง น้ำเสียง ความนุ่มนวลและแข็งแกร่งของ เอ็มม่า ค้อก เยาวชนวัย 15 ปี บวกกับความรู้ของคนฟังจำนวนมากที่ว่าเอ็มม่าไม่สบายด้วยโรคพิกลพิการตลอดเวลาที่เธอเติบโตมา ประเด็นสิทธิสตรีที่ บาร์บาร่า ปราวี เปิดเผยจึงเข้มข้นและบีบคั้นคนฟังมากขึ้นเพราะเสียงร้องอันเฉียบขาดของเยาวชนคนนี้ และโรคร้ายที่เธอต้องเผชิญอันเป็นธรรมชาติที่แต่ละคนต้องประสบ แต่เอ็มม่าต้องเผชิญเรื่อยมาตั้งแต่วัยไม่ถึงขวบ

นั่นคือ ปัญหาสิทธิสตรี อันเป็นปัญหาวัฒนธรรม ปัญหาสังคม ปัญหาการศึกษาและปัญหาการเมืองและกฎหมาย นี่คือเส้นทางของเพลงที่บาร์บาร่าเขียนไว้และเข้มข้นมากขึ้นไปอีกหลายเท่าเมื่อเอ็มม่า-เทพธิดาตัวน้อย พัฒนาเพลงไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการเพิ่มปัญหาสุขภาพ ปัญหาสาธารณสุขและบทบาทการดูแลประชาชนโดยรัฐ และด้วยวัยและเสียงขับขานชนิดคนฟังแทบจะลืมหายใจ

คำลงท้าย

ในตอนท้ายนี้ คำกล่าวที่เคยมีบทบาทตลอดมาก็ยังไม่เสื่อมมนต์ “ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว”

สังคมไทยเราไม่เพียงคลาคล่ำไปด้วยปัญหาทางเพศ ปัญหาสิทธิสตรี หากเรายังเผชิญปัญหาความเป็นรัฐ 3 ช้า

1. ช้า ที่ยังไม่ได้ปฏิวัติโครงสร้างการเมืองการปกครองจนกระทั่งบัดนี้

2. ช้า ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย

และ 3. ช้า ในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

และแน่นอนว่า ทั้ง 3 ช้านี้ส่งผลให้ปัญหาสิทธิเสรีภาพทางเพศที่บาร์บาร่าและเอ็มม่า ร่วมกันขับร้องซับซ้อนมากขึ้นไปอีกในสังคมไทย

อนึ่ง ขณะเราชมการแสดงคอนเสิร์ตบนเวทีในยุโรป เช่นที่มาสตริชท์ เราเห็นอังเดร ริว ผู้ดำเนินรายการ พูดภาษาดัตช์และภาษาอังกฤษสลับไปมาอย่างฉะฉานต่อหน้าผู้ชมนับหมื่นคน และเมื่อเอ็มม่าพูดกับนักข่าว เธอก็พูดภาษาดัตช์และอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว

รับรู้กันตลอดมาว่าคนชั้นกลางขึ้นไปในยุโรปตะวันตกพูดได้อย่างน้อย 4 ภาษาในแทบทุกเมือง ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน หรืออิตาเลียน หรือดัตช์ หรือสวีดิช ฯลฯ ที่จุดขายของตามสี่แยกต่างๆ สิ่งหนึ่งที่พบเห็นประจำก็คือ หนังสือพิมพ์ 4-5 ภาษาวางเคียงกัน เห็นได้อย่างชัดเจนในแทบทุกเมืองของภูมิภาคนี้

การอยู่กันเป็นกลุ่มมีการค้าขายติดต่อกันมายาวนาน เมื่อมีการพัฒนาระบบการเมืองการปกครอง การค้าขาย และการศึกษา ความเป็นชาติก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ความเข้มแข็งของแต่ละท้องถิ่นก็เช่นกัน และการเรียนรู้สิ่งดีๆ และเก็บรั

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จาก บาร์บาร่า ปราวี ถึง เอ็มม่า ค้อก : ทัศนะสตรีเข้มแข็งในยุโรป และบทเรียนต่อสังคมไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...