โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หนุ่มสงสัย ไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่งคลอดลูก 2 เดือน แต่ไม่เห็นเด็กนานหลายวัน เค้นถามความจริงถึงรู้ เอาไปฝังแล้ว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2567 เวลา 12.41 น. • สยามนิวส์
หนุ่มสงสัย ไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่งคลอดลูก 2 เดือน แต่ไม่เห็นเด็กนานหลายวัน เค้นถามความจริงถึงรู้ เอาไปฝังแล้ว

กลายเป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจ หลัง สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบศพเด็กทารกถูกฝังดินอยู่ภายในป่า บริเวณเชิงเขากบ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับแพทย์เวร รพ.สวรรค์ประชารักษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเจ้าพ่อกวนอู-กู้ภัยนครสวรรค์

และเมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุ พบศพเด็กทารกเพศชาย คาดว่าน่าจะมีอายุไม่เกิน 2 เดือน ถูกฝังดินไว้ที่บริเวณเชิงเขากบ ใกล้กับถนนทางขึ้นวัดเขากบ สภาพศพเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และมีผ้าอ้อมเด็กติดอยู่ที่ศพ 1 ชิ้น จึงได้ให้แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างออกจากหลุมมาตรวจชันสูตร ก่อนนำร่างส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ เพื่อหาสาเหตุการตาย

แต่จากการตรวจสอบศพในเบื้องต้น ไม่พบว่ามีบาดแผลตามร่างกายแต่อย่างใด และเด็กน่าจะเสียชีวิตมาเกิน 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ทราบตัวพ่อแม่ของเด็กทารกรายนี้แล้ว และกำลังถูกนำตัวไปสอบสวนยังโรงพัก

นายพิเชษฐ์ ใดจิ๋ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิเจ้าพ่อกวนอู-กู้ภัยนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ผู้แจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบศพเด็กทารกนั้น เป็นเพื่อนของพ่อเด็กที่เห็นความผิดสังเกต เพราะเวลาไปเยี่ยมหาที่บ้านในช่วงหลัง ไม่พบเห็นเด็กมานานหลายวันจึงเกิดความสงสัย ก่อนจะเค้นถามพ่อแม่เด็ก กระทั่งพ่อ เด็ก อายุ 25 ปี และแม่เด็ก อายุ 19 ปี ยอมรับสารภาพว่า ลูกได้เสียชีวิตและนำไปฝังดินแล้ว เนื่องจากลูกป่วยหนักจากอาการติดเชื้อในปอด และได้เสียชีวิตเอง และเกิดความตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เลยนำศพของลูกเอาไปขุดดินฝังเอาไว้อยู่ที่บริเวณเชิงเขากบ ก่อนจะพาเพื่อนไปดูจุดที่นำศพไปฝัง

จากนั้น เพื่อนของพ่อเด็ก จึงได้โทรแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบทันที โดยมีการนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิปบันทึกภาพคำให้การรับสารภาพไว้ทั้งหมด เพื่อให้ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้ายังโรงพัก พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนยังคงสอบปากคำพ่อแม่เด็กด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งใช้เวลาในการสอบนานหลายชั่วโมง จนกระทั่งพ่อเด็กยอมเปิดปากให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมมือกับภรรยานำศพลูกน้อย เพศชาย วัย 2 เดือน ไปขุดดินแล้วฝังทิ้งเอาไว้เป็นระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นมา เพราะมีกลุ่มเพื่อนที่มาหาที่บ้านเค้นถามอย่างหนัก จึงยอมรับสารภาพ

แต่ขอปฏิเสธว่าไม่มีการทำร้ายลูกจนเสียชีวิตแต่อย่างใด เนื่องจากลูกป่วยหนักและเสียชีวิตเอง โดยมีการนำหลักฐานสมุดบันทึกจาก รพ. มาให้ตำรวจตรวจสอบ ส่วนอุปกรณ์ที่นำไปขุดดินเพื่อฝังร่างลูกนั้น ใช้เพียงแค่มีดกับไม้ในการขุดดินให้หลุมมีความลึกประมาณ 50 เซนติเมตร เพียงเท่านั้น

พ่อเด็กได้กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าว ยืนยันว่า ลูกคนนี้เป็นลูกคนแรกของตนและภรรยา ที่ผ่านมาลูกมีอาการป่วยมาตั้งแต่หลังคลอดแล้ว ซึ่งก็พาไปตรวจรักษาอยู่ตลอด จนกระทั่งล่าสุดหมอบอกว่าลูกติดเชื้อที่ปอด ให้ทำใจ แล้วก็พาลูกกลับมารักษาอยู่ที่บ้าน จนถึงวันเกิดเหตุ จู่ ๆ ลูกก็หยุดหายใจไปเอง ตนและภรรยาตอนนั้นก็รู้สึกตกใจ ช็อกไปเลย มันทำอะไรไม่ถูก และอีกอย่างตนไม่ต้องการให้แม่ของตนรู้ กลัวเขาจะช็อกไปตาม ๆ กัน เนื่องจากเขาก็รักหลานคนนี้มา

ยืนยันว่าไม่เคยทำร้ายลูกเลย อย่างมากก็เล่นกับลูกแบบอุ้มโยนลงที่นอน แต่ไม่บ่อยมาก และไม่เกี่ยวกับครั้งนี้ที่ลูกหยุดหายใจ และเสียชีวิตไปเอง

หลังสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพ่อแม่เด็กไปตรวจยึดของกลางที่ทั้งคู่อ้างว่าใช้เป็นอุปกรณ์ในการขุดดิน นำมาตรวจสอบ พร้อมกับเก็บหลักฐานเพิ่มเติมภายในบ้านพัก ซึ่งก็ยังต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็นที่ทางตำรวจยังสงสัย และยังต้องรอผลการชันสูตรตรวจสอบสภาพศพเด็กทางรกจาก รพ. อย่างเป็นทางการอีกครั้ง เป็นระยะเวลาประมาณ 15 วัน ว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอะไรกันแน่

แต่ในเบื้องต้น ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาพ่อแม่เด็กฐานฝัง ซ่อน ย้าย หรือทำลายศพ โดยมีเจตนาแอบแฝง ปิดบังการเกิดการตาย และเหตุแห่งการตาย เอาไว้ก่อน และจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...