โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

4 บริษัทชิป ยักษ์ใหญ่ กวาดรายได้จากจีนพุ่ง 41% ตั้งแต่สหรัฐคุมเข้มส่งออก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 06.58 น.

BofA เผย บริษัทชิป รายใหญ่ 4 แห่งของโลก กวาดรายได้พุ่ง 41% จากการขายเครื่องจักรผลิตชิปให้จีน นับตั้งแต่สหรัฐคุมเข้มส่งออก เผยจีนเร่งซื้อเครื่องจักรตุน เพื่อพัฒนาชิปเอง

วันที่ 24 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า บริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุด 4 แห่งของโลก มีรายได้จากจีนเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า นับตั้งแต่สหรัฐเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดกีดกันการส่งออกเทคโนโลยีชิปล้ำสมัยไปยังจีน ในช่วงปลายปี 2566

แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of Ameirca) or BofA กล่าวว่า บริษัทชิปรายใหญ่ 4 แห่งดังกล่าวได้แก่ ASML ของเนเธอร์แลนด์ และ KLA Corp, Lam Research และ Applied Materials ของสหรัฐ โดยผลการสำรวจพบว่า บริษัทเหล่านี้มีรายได้จากจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 41% ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 จากระดับ 17% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2565

จีนได้เร่งสั่งซื้อและกักตุนอุปกรณ์และเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งแต่มีการออกข้อกำหนดดังกล่าว โดยสินค้าเหล่านี้นับเป็นจุดศูนย์กลางของความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และจะยิ่งตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมากขึ้น เมื่อสหรัฐกระชับกฎการส่งออกให้เข้มงวดยิ่งกว่าเดิม

ด้วยการยกระดับมาตรการส่งออกที่เข้มงวดจากสหรัฐ ส่งผลให้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีผลิตชิปเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญระดับชาติ ซึ่งผู้นำระดับสูงของรัฐบาลจีนได้เน้นย้ำในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 3 (Third Plenum) ซึ่งปิดฉากลงเมื่อวันที่ 18 ก.ค.

ทั้งนี้ จีนกำลังเร่งพัฒนาศักยภาพในการผลิตชิปของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐและบริษัทต่างชาติ ท่ามกลางความท้าทายและความตึงเครียดด้านอุปทานชิปในระดับโลก

อ้างอิง : cnbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...