คนไทยเป็น "ฟรีแลนซ์-ทำงานอิสระ" พุ่ง! 20 ล้านคน รายได้เยอะ แต่อ่อน "การเงิน" แก้ได้ด้วยความรู้
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยว่า ปัจจุบัน การทำงานอิสระ ในรูปแบบ “ฟรีแลนซ์” และการทำงานหลายอาชีพพร้อมกัน หรือ ที่เรียกว่า Multi-Jobbers มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย แต่กลุ่มอาชีพดังกล่าว ก็มาพร้อมกับความท้าทายด้านการเงิน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของรายได้และข้อจำกัดของสวัสดิการ
สอดคล้องกับข้อมูลของ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) พื้นที่รวม สื่อกลาง ของ อินฟลูเอนเซอร์ และการตลาดดิจิทัล ระบุถึง สถานการณ์ งานฟรีแลนซ์ ในประเทศไทย ว่า ณ ปี 2566 จากจำนวนผู้มีงานทำ 39.22 ล้านคน พบ มีผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ มากถึง 52.19% หรือ 20.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า
โดยแบ่งเป็น ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ประกอบอาชีพอิสระ ทำงานไม่มีนายจ้าง) ราว 10.98 ล้านคน และ มีกลุ่มที่ลงทะเบียน เป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) 2.60 ล้านคน
ขณะฟรีแลนซ์ ที่ลงทะเบียนกับ Fastwork.co มีราว 60,000 คน โดย 75% ทำงานฟรีแลนซ์ในรูปแบบของงานพาร์ทไทม์ เป็นช่องทางหารายได้เสริม และ มีอีก 25% ทำงานเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว โดยกลุ่มคนหลากหลายอายุ ตั้งแต่ต่ำกว่า 20 ปี ไปจนถึง อายุมากกว่า 61 ปีขึ้นไป แต่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนอายุ 21-40 ปี มากที่สุด
ฟรีแลนซ์-อาชีพอิสระ หลายประเภท
- ทำงานประจำเป็นหลัก แต่รับงานฟรีแลนซ์ควบคู่ไปด้วย
- รับงานฟรีแลนซ์ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจของตนเอง
- ทำงานฟรีแลนซ์ ไม่มีนายจ้างประจำ และทำอาชีพอื่นด้วย
- ทำงานฟรีแลนซ์ที่ทำสัญญาเป็นรายโครงการ หรือรายเดือน อาจมี หรือไม่มีนายจ้างประจำ
- ทำธุรกิจส่วนตัว
Tellscore เจาะลึกกลุ่มอาชีพ Multi-Jobbers และฟรีแลนซ์ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ที่ร่วม กับตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า ปัจจุบันมีรูปแบบการทำงานหลากหลายขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สอดคล้องกับข้อมูลพบว่าสถานการณ์ตลาดแรงงานในปัจจุบันมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ในไทยมากถึง 9 ล้านคน นับเป็นอาชีพที่มาแรงและเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีความแน่นอนของรายได้ อีกทั้งยังขาดเรื่องการเข้าถึงสวัสดิการสังคม ความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริหารเงิน วินัยการออม และการวางแผนภาษีต่างๆ
โจทย์ท้าทายทาง “การเงิน” ของฟรีแลนซ์
- รายได้หลายช่องทาง แต่เข้ามาแบบไม่แน่นอน
- รายได้สูง แต่ไม่สม่ำเสมอ
- มีรายได้ ต้องเสียภาษีเพิ่มทุกปี
- เจอเหตุฉุกเฉิน ไม่มีสวัสดิการ
- ไม่กล้าลงทุน เงินไม่เย็นพอ
- ขาดความรู้ทางการเงิน
โดยประเด็น ในแง่ความรู้ทางเงิน พบว่า ยังมีความเข้าใจผิดในหลายเรื่อง โดยเฉพาะ เรื่องที่เกี่ยวกับประกันชีวิต, ดอกเบี้ยทบต้น และเทคนิคการใช้บัตรเครดิต ขณะความรู้การลงทุนในหลักทรัพย์ มีผู้รอบรู้เพียง 19.47% เท่านั้น
โดยส่วนใหญ่ มีคะแนนในระดับเริ่มรู้ และระดับเรียนรู้เท่านั้น ตั้งแต่เรื่อง ค่าใช้จ่ายในการซื้อ-ขายหุ้น, การเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และความเข้าใจเกี่ยวกับ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ส่วนความรู้การลงทุนในการเลือกหุ้น ตอบผิดบ่อย ในแง่การประเมินมูลค่าหุ้นจากเงินปันผล, การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์บริษัท และไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์หุ้น
กลายเป็นโจทย์ ที่ต้องเร่ง เสริมทักษะทางการเงิน ท่ามกลางความท้าทายจากความไม่แน่นอนของรายได้และข้อจำกัดของสวัสดิการ เพื่อให้เกิดชีวิตอิสระ งานโปรเงินปังได้
เปิดเคล็ดลับสู่อิสรภาพทางการเงิน ฉบับอาชีพอิสระ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตลท. เปิดตัวแคมเปญ “Happy Money, Happy Jobbers ชีวิตอิสระ งานโปรเงินปัง” เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ที่ทำอาชีพฟรีแลนซ์ และ Multi-Jobbers มีความรู้พื้นฐานการวางแผนการเงิน วางแผนประกัน และบริหารภาษี
เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับกลุ่มอาชีพฟรีแลนซ์และ Multi-Jobbers ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินและเพิ่มความมั่งคั่ง เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนได้ คาดว่าปีนี้จะมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมเรียนรู้ 3,000 คน
ครอบคลุมเนื้อหาหลักๆ เปรียบเป็น เคล็ดลับสู่อิสรภาพทางการเงิน ฉบับอาชีพอิสระ ได้แก่
- เป้าหมายชีวิต = เป้าหมายที่ปรับได้ตามช่วงชีวิต เพราะหาก วางแผนการเงินเป็น จะช่วยรับมือกับ ความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในชีวิตได้
- สร้างหลักประกันด้านสุขภาพและการเงิน แม้มีงบจำกัด แต่หากเลือกได้อย่างเหมาะสม จะช่วยคุ้มครองเงินทองที่เก็บมา + ยกระดับความเป็นอยู่ของเราได้
- มีเทคนิค + ใช้เครื่องมือเป็น = วางแผนการเงินที่ดีให้ตัวเองอย่างยั่งยืน ทั้งวางแผนประหยัดภาษี วางแผนซื้อประกัน วางแผนออมและลงทุน
- อิสรภาพการเงิน ใครๆ ก็มีได้ เพราะรายได้มากหรือน้อย ไม่สำคัญเท่าออมให้มากที่สุด ออมให้ไว และออมถูกที่ เพื่อสร้าง Passive Income ที่พอเพียง
5 สูตรบริหารการเงิน สำหรับฟรีแลนซ์
อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญของ "อาชีพอิสระ" ก็คือ “การบริหารเงิน” 5 ข้อที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับการบริหารเงินของตนเอง
- “เงินสด” สำคัญที่สุด ง่ายที่สุดก็คือ การเก็บไว้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น ถ้ามีค่าใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท ก็ควรจะต้องมีเงินสดไว้ในบัญชีออมทรัพย์ประมาณ 60,000 บาท ให้อุ่นใจ เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องกังวล
- อย่าลืมทำ “ประกันสุขภาพ” Freelance ยังไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลจากต้นสังกัดเหมือนมนุษย์เงินเดือนเพราะฉะนั้นหากป่วย ลา มาสาย เท่ากับขาดหรืออาจเสียเครดิตก็เป็นได้ ดังนั้น “ประกันสุขภาพ” จึงเป็นสิ่งจำเป็น
- สูตรแบ่งเงิน 4 ส่วน ส่วนที่ 1: ให้เงินทำงาน (นำไปต่อยอด เงินต่อเงิน) / ส่วนที่ 2: ค่าใช้จ่ายประจำวัน (ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ฯลฯ) / ส่วนที่ 3: เงินฉุกเฉิน (เสริมสภาพคล่อง) / ส่วนที่ 4: จิปาถะ (ท่องเที่ยว เสริมความรู้ หนังสือ ฯลฯ)
- ลงทุน “ให้เงินทำงาน” อย่าลืมนำ “เงิน” ที่เราต้องทุ่มเทให้ได้มันมาไป “ทำงานต่อ” ด้วยการลงทุน ให้เกิดดอกผลจากการที่เรา “ให้เงินทำงาน” ผ่านวิธีการ นำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เราถนัด อาจเป็นหุ้น อสังหาฯ เพชร ทองคำ ฯลฯ หรือ “กองทุนรวม”
- ทำทุกอย่างให้ง่าย และเป็นอัตโนมัติ เพราะ เวลาของ Freelance เป็นเงินเป็นทอง ดังนั้น อะไรที่ช่วยลดขั้นตอนการทำธุรกรรมทางการเงินได้ ควรทำได้ ทั้งธนาคารออนไลน์ ลงทุนแบบอัตโนมัติ (ตัดบัญชีรายเดือน) ฯลฯ แล้วเอาเวลาที่เหลือ ไปเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาตัวเอง เป็นต้น
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , Tellscore , Fastwork.co
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investmen
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยเป็น "ฟรีแลนซ์-ทำงานอิสระ" พุ่ง! 20 ล้านคน รายได้เยอะ แต่อ่อน "การเงิน" แก้ได้ด้วยความรู้
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath