โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

#dek67 ต้องทำยังไง ถ้าได้คณะที่ไม่ชอบ และเตรียมตัวจะ "ซิ่ว"

Dek-D.com

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 06.14 น. • DEK-D.com
ต้องทำอะไรบ้าง ถ้าตัดสินใจจะ

การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว แต่จะน่ายินดีมากขึ้นไปอีก ถ้าสอบติดในคณะที่ชอบ สนใจ และเรียนอย่างมีความสุข เพราะปัญหาที่น้องๆ หลายคนเจอทุกวันนี้คือ คิดว่าตัวเองชอบคณะนี้ แต่พอได้เรียนจริงๆ แล้วเหมือนอยู่กันละโลก เรียนอะไรก็ไม่เข้าใจ จนไปสู่ "การซิ่ว"

แต่การซิ่วก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกอะไรค่ะ เพราะถ้าทนเรียนต่อไปแล้วไม่มีความสุข การซิ่วเพื่อรอเวลาได้เข้าไปเรียนในคณะที่เหมาะสมก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว วันนี้พี่ๆ ก็อยากจะมาช่วยน้องๆ เตรียมตัว ถ้าจะซิ่ว มีอะไรที่ต้องรู้หรือเตรียมตัวเป็นพิเศษบ้าง

#dek67 ต้องทำยังไง ถ้าได้คณะที่ไม่ชอบ และเตรียมตัวจะ "ซิ่ว"

ขั้นตอนที่ 1 : ซิ่วแบบไหน ตัดสินใจให้ชัด

ซิ่วยังมีหลายแบบอีกหรอเนี่ย?

จริงๆ ไม่ได้แบ่งเป็นทางการขนาดนั้น แต่แบ่งเพื่อให้เข้าใจสถานะของตัวเองว่าเป็นเด็กซิ่วแบบไหน จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ถูกทางมากขึ้น

ปกติจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ"ซิ่วอยู่บ้าน" และ "ซิ่วไปด้วยเรียนไปด้วย"

  • ซิ่วอยู่บ้าน คือ ไม่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเลย แม้จะสอบติดแล้ว เลือกที่จะอยู่บ้านเตรียมสอบ
  • ซิ่วไปด้วยเรียนไปด้วย คือ กลุ่มที่สอบติดในปีของตนเอง แต่อยากลองเรียนไปก่อนเผื่อตัดสินใจอีกที แต่ระหว่างนี้ก็เตรียมตัวซิ่วไปด้วย

ทั้ง 2 กลุ่ม ภาระหน้าที่ต่างกันแน่นอน ถ้าซิ่วไปด้วยเรียนไปด้วย น้องๆ จะต้องทำ 2 หน้าที่ คือ นักศึกษาปี 1 และ เด็กที่เตรียมตัวสอบเข้า ก็จะต้องวางแผนให้รัดกุมมากขึ้น ต้องแบ่งเวลาให้ดีระหว่างทำงานส่งครู/การสอบ/การตื่นเช้าไปเรียน/การอ่านหนังสือทบทวนเพื่อสอบ เป็นต้น ดังนั้น ด่านแรกที่ต้องตัดสินใจคือ จะเป็นเด็กซิ่วแบบไหนนั่นเองค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 : ทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง

หลายคนลืมคิดเรื่องนี้แล้วมามีปัญหาภายหลังว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ นี่คือเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่ใครก็ตามที่อยากซิ่ว ต้องรีบเคลียร์ให้เรียบร้อย บ้านไหนเข้าใจก็โชคดี แต่บ้านไหนไม่เข้าใจ คงต้องอาศัยเวลาในการอธิบายว่าการซิ่วคืออะไร เราจะทำให้สำเร็จได้ยังไง เพราะส่วนใหญ่ทุกบ้านก็เป็นห่วง ไม่อยากให้เสียเวลา และเสียใจอีกครั้ง ดังนั้นน้องๆ ควรต้องรีบให้ข้อมูล รวมถึงให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะทำให้เต็มที่ที่สุด (แต่ก็อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปล่ะ)

ขั้นตอนที่ 3 : หนึ่งปีวางแผนกันใหม่

หากไม่ติดอะไร น้องๆ สามารถเริ่มวางแผนได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ เพราะไทม์ไลน์ของ TCAS อาจจะไม่แตกต่างจากเดิมมาก และยิ่งเรามีประสบการณ์แล้ว ก็พอคาดการณ์ช่วงเวลาได้ว่าเดือนไหนจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เรามาวางแผนรายปีกันเลยว่าแต่ละเดือนต้องทำอะไรบ้าง Check point ของแต่ละเดือนคืออะไร ทำให้เต็มที่ที่สุด จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง

และโดยเฉพาะน้องๆ ที่ซิ่วไปเรียนไป ยิ่งต้องเพิ่มความละเอียด เพราะมีกำหนดการสอบหรือกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยอยู่ด้วย ดังนั้นพยายามเช็กปฏิทินอยู่เสมอ ถ้าหากเจอกิจกรรมอะไรที่ดูจะชนกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย จะได้รีบคุยรีบแก้ปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ

หากเรารีบวางแผน และทำตามแผนอย่างดี ทำให้น้องๆ ไม่ต้องเหนื่อยในช่วงใกล้สอบ และอาจมีโอกาสสอบติดตั้งแต่รอบต้นๆ ก็ได้

ขั้นตอนที่ 4 : บทเรียน TCAS67 นำมาใช้

แม้จะมีคำพูดที่ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ แต่มันจะดียิ่งกว่าถ้าเราไม่ได้ปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นในปีก่อนหายไปเปล่าๆ

  • บางคนเรียนแล้วไม่มีความสุขเพราะไม่ได้ค้นหาตัวเองมาก่อนว่าชอบอะไร
  • บางคนพลาดคัดเลือกไม่ผ่านเพราะจ่ายเงินไม่ทัน
  • บางคนเข้าสอบไม่ได้ เพราะลืมบัตรเข้าสอบ
  • บางคนสอบไม่ผ่าน ได้คะแนนไม่ดี เพราะไม่ได้อ่านหนังสือ

และอีกหลายเหตุผลที่ทำให้เราเลือกที่จะซิ่ว แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเราสามารถนำมาเป็นบทเรียน ปีนี้จะไม่ผิดพลาดแบบเดิม เช่น เริ่มค้นหาตัวเองตั้งแต่วันนี้ เริ่มทบทวนวิชาจุดอ่อนตั้งแต่เดือนหน้า หรือการหาปฏิทินมาตั้งไว้บนโต๊ะเพื่อจดอีเว้นท์สำคัญๆ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 5 : เตรียมเรื่องการลาออกและเอกสารให้ถูกต้อง

พี่มิ้นท์ย้ำเสมอว่า การเตรียมเอกสาร ถือว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนคัดเลือกเลย เพราะมันสามารถบอกได้ว่านักเรียนคนนี้เป็นยังไง มีความรับผิดชอบ มีความละเอียดรอบคอบมากพอมั้ย

ซึ่งน้องๆ เป็นเด็กซิ่ว เอกสารด้านคุณสมบัติการศึกษาก็จะไม่เหมือนกับ ม.6 แล้วค่ะ ที่ผ่านมา น้องๆ คุ้นเคยกับการใช้ใบ ปพ.7 หรือใบรับรองการเป็นนักเรียน แต่เมื่อขยับมาเป็นเด็กซิ่ว เราจะใช้ใบ ปพ.1 หรือระเบียนผลการศึกษา และหากมีการเรียกใช้เอกสารอะไรจากมหาวิทยาลัย ก็ต้องเตรียมให้พร้อม อย่าลืมเผื่อเวลาให้คณะ/มหาวิทยาลัยดำเนินการด้วยนะ

สำหรับเรื่องการลาออก พี่มิ้นท์ขอแบ่งเป็นกลุ่มแบบนี้ค่ะ

  • คนที่เพิ่งสอบติด TCAS67 ไม่ได้ไปรายงานตัว แบบนี้ไม่ต้องทำอะไรต่อที่มหาวิทยาลัยแล้ว รอ TCAS68 เปิดรับสมัครก็เริ่มสมัครได้ ซึ่งการไม่ไปรายงานตัว/สอบสัมภาษณ์/ขึ้นทะเบียนนักศึกษา ไม่มีผลต่อการสมัครในปีถัดไป

  • คนที่สอบติด TCAS67 ไปรายงานตัวและมีชื่อเป็นนักศึกษาแล้ว เคสนี้จะต้องลาออก แต่ก็มีช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป

  • หากจะสอบเข้าคณะทั่วไป สอบติดแน่ๆ 100% แล้วค่อยลาออกก่อนขึ้นทะเบียนนักศึกษาได้

    • หากจะสอบเข้าคณะใน กสพท โดยที่น้องๆ อยู่ปี 1 หลักสูตรแพทย์, ทันตฯ, เภสัชฯ, วิศวฯ ม.รัฐ ที่จะซิ่วเข้าคณะเดิม (เช่น แพทย์ปี 1 จะสมัครแพทย์) ต้องลาออกก่อนวันที่ กสพท กำหนด รายละเอียด กสพท 68 รอติดตามเร็วๆ นี้
    • หากจะสอบเข้าคณะใน กสพท โดยที่น้องๆ อยู่สูงกว่าปี 1 ทุกคณะ ม.รัฐ ต้องลาออกก่อนวันที่ กสพท กำหนด รายละเอียด กสพท 68 รอติดตามเร็วๆ นี้

สมัยนี้หลายคนเปิดใจให้กับการซิ่วมากขึ้น ดังนั้นน้องๆ คนไหนที่รู้สึกว่าเรียนแล้วไม่มีความสุข จนได้เกรด F มาครองไว้หลายเทอม หรือ เหนื่อย เรียนแล้วยิ่งมองไม่เห็นอนาคต ก็ลองคุยกับตัวเองเยอะๆ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และตัดสินใจให้ดี หากตัดสินใจซิ่ว ก็ขอให้ทุ่มเทกับปีนี้ให้เต็มที่ ไม่ต้องแคร์สายตาคนอื่น และรอวันที่เราจะนำเอาความสำเร็จมาโชว์ค่ะ :)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...