โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Hometown Heroes นำ ธุรกิจร้านอาหาร สู่ระดับโกลบอล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ต.ค. 2567 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2567 เวลา 04.21 น.

“ธุรกิจร้านอาหาร” ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เป็นทั้งแหล่งรายได้ของประเทศ และเป็นที่นิยมของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรมและอาหารการกิน ทำให้ธุรกิจร้านอาหารไทยมีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ภายในงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 11 Money Expo 2024 UDONTHANI มีการจัดเสวนาพิเศษหัวข้อ HOMETOWN HEROES นำธุรกิจอาหารท้องถิ่นอุดร สู่ระดับโกลบอล” พร้อมเชิญ 4 วิทยากรท้องถิ่น มาร่วมเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจร้านอาหาร เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวอุดรธานีที่ต้องการเริ่มต้นสร้างธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง

โดยวิทยากรทั้ง 4 ท่านประกอบด้วย

  • ธนพล กองทรัพย์ไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี
  • ทอง กุลธัญวัฒน์ ผู้ก่อตั้งร้านวีทีแหนมเนือง
  • เนาวรัตน์ คู่วัจนกุล เจ้าของร้าน Dose Factory
  • สรศักดิ์ สัจจะไพบูลย์ เจ้าของร้านอาหาร Woods and Hoods

หอการค้า หนุนธุรกิจร้านอาหาร

ผสานหลากวัฒนธรรมที่ อุดรธานี

ธนพล กองทรัพย์ไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวภายในงานเสวนาว่า จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นจังหวัดที่มีธุรกิจร้านอาหารคึกคักเป็นอย่างมาก โดดเด่นด้วยความหลากหลาย และวัฒนธรรมการทานอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก ทำให้หอการค้าจังหวัดอุดรธานี มีโครงการส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารในจังหวัดอุดรธานีหลายโครงการ

ตัวอย่างเช่น โครงการป้ายของดีเมืองอุดร ที่หอการค้ามอบให้กับร้านอาหารในจังหวัดที่ผ่านการยกระดับมาตรฐาน โดยร้านค้าที่ได้รับป้ายนี้จะถูกประชาสัมพันธ์ผ่านทางระบบสมาชิกผู้ถือบัตร TCC Connect พร้อมให้สิทธิพิเศษแก่สมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศ สำหรับการใช้บริการร้านอาหารที่ได้รับป้ายของดีเมืองอุดร

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเริ่มต้นโครงการร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานร้านอาหารในเรื่องความสะอาด, การให้บริการที่ดี และการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น โดยจะมีการอบรมและทำการประเมินมาตรฐานของร้านอาหารแต่ละร้านเพื่อยืนยันถึงคุณภาพ

โครงการแข่งขันประกวดอาหาร ซึ่งมีการจัดประกวดมาแล้ว 3 ปี ผ่านเวทีงาน เกษตรแฟร์ โดยอาหารที่เข้าประกวดจะเป็นอาหารท้องถิ่นเช่น ปลาส้ม, หอยเชอรี่ และกบ โดยเฉพาะวัตถุดิบเช่นกบนั้น ถูกยกขึ้นมาสร้างเป็นโครงการใหม่ชื่อว่า “โครงการกบอุดรสร้างโลก” พร้อมส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการตั้งแต่ ต้น กลาง และปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การเลี้ยงกบ การแปรรูป จนถึงการผลักดันเกิดเมนูกบประจำร้านอาหารในจังหวัดอุดร

โดยร้านอาหารที่เข้าโครงการจะต้องมีเมนูกบ 1 เมนู เป็นเมนูประจำร้าน ที่ไว้คอยรับรองลูกค้า เช่น กบผัดไฟแดง, แซนด์วิชกบ, ไส้อั่วกบ เพื่อให้คนที่มาเยือนจังหวัดอุดรธานี นอกจากจะนึกถึงอาหารเช้าอย่างไข่กระทะ หรือวีทีแหนมเนือง ก็ยังนึกถึงเมนูกบที่จะมีอยู่ในร้านอาหารด้วย

“จังหวัดอุดรธานีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งเวียดนาม, จีน, มุสลิม จนถึงชาวยุโรปที่มาพักอาศัย สิ่งที่ทำให้จังหวัดอุดรธานีโดดเด่นอย่างมากคือการที่วัฒนธรรมเหล่านี้ได้ซึมลงไปสู่เรื่องอาหาร เราจะพบว่าคนที่มาเที่ยว เมื่อนึกถึงอาหารเช้าจะนึกถึงไข่กระทะหรือโจ้ก ซึ่งไม่มีที่ไหนขายดีเท่ากับจังหวัดอุดรธานี หรือการรับรองแขกจำนวนมาก จะนึกถึงวีทีแหนมเนือง หรือครัวคุณนิด นี่คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารที่ส่งให้จังหวัดอุดรธานีมีความโดดเด่น”

ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ให้ความเห็นว่า จากการสังเกตผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดอุดรธานี พบว่าประสบความสำเร็จพอสมควร โดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากวัฒนธรรมการทานอาหารของคนท้องที่ ที่มักชวนกันไปทานอาหารนอกบ้าน แม้จะชอบทดลองใช้บริการร้านใหม่ ๆ แต่ในระยะยาวก็จะกลับมาใช้บริการร้านเดิมในจังหวัดเป็นหลัก โดยเฉพาะร้านกาแฟในจังหวัดนั้นมีหลายร้านมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่พื้นที่ไหน ก็ยังมีคนเข้าไปใช้บริการ อาจเป็นเพราะชาวอุดรธานีชื่นชอบการดื่มกาแฟ และใช้พื้นที่ของร้านเป็นที่นัดพบ ประชุม สังสรรค์

“หลายโครงการที่หอการค้าทำ ช่วยยืนยันได้ว่าร้านอาหารในจังหวัดอุดรธานี เป็นร้านอาหารที่มีคุณภาพ ทั้งความสะอาดและการใช้วัตถุดิบภายในจังหวัด ตลอดจนการบริหารจัดการที่ดี ผมมองว่านี่คือสิ่งที่สำคัญมากในการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และในภาพใหญ่ยังทำให้จังหวัดอุดรธานีเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการต้อนรับแขกผู้มาเยือน พร้อมสร้างความประทับใจด้วยความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมทางอาหารที่หลากหลาย”

เปิดตำนานวีที แหนมเนือง

ของดีเมืองอุดร ใครไม่ลองคือพลาด

ทอง กุลธัญวัฒน์ ผู้ก่อตั้งร้านวีที แหนมเนือง เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจว่า เขาเริ่มสร้างธุรกิจวีที แหนมเนืองเมื่อปี 2540 สาเหตุที่เลือกจังหวัดอุดรธานีเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งการเป็นเมืองใหญ่ โดยสินค้าที่นำมาขายมีจุดแข็งตรงที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมการบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยม เพื่อแข่งขันกับร้านอาหารอื่น ๆ โดยกลยุทธ์นี้ถูกยึดถือและใช้มานานถึง 27 ปี พร้อมกับการขยายธุรกิจวีทีแหนมเนืองออกไปทั่วประเทศ

ผู้ก่อตั้งร้านวีที แหนมเนือง เล่าย้อนว่า ก่อนเริ่มธุรกิจ เขาเป็นเพียงเด็กจากจังหวัดหนองคาย ที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แต่มีความใฝ่ฝันที่จะเรียน เขาจึงขวนขวายด้วยการไปเรียนกับเด็กในโรงเรียนที่เปิดตามศูนย์เยาวชน เพื่อให้สามารถอ่านออกเขียนได้ จากนั้นก็เข้าเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ และเริ่มต้นประกอบอาชีพเพื่อหารายได้

“อาชีพแรกของผมคือช่างกลึง แต่ด้วยปัญหาด้านการเงินจึงไม่ได้ทำ เลยต้องเปลี่ยนไปเป็นช่างนาฬิกา จากนั้นก็แต่งงานกับภรรยาที่เป็นช่างตัดเสื้อสูท ต่อมาก็พยายามหาอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวตัวเองได้ จนได้เห็นว่าคุณแม่ทำแหนมเนืองขาย ก็เลยลองนำเข้ามาขายในจังหวัดอุดรธานีที่เป็นเมืองใหญ่”

จุดแข็งของวีที แหนมเนือง คือการเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ จุดอ่อนก็คือการจะทานแต่ละครั้งต้องใช้เวลา ไม่ได้สะดวกเหมือนการทานอาหารจานด่วน จึงพยายามพัฒนาสินค้า ก่อนจะเปิดสาขาแรกที่บริเวณหลังวัดโพธ์ ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ป่าช้า แต่มองว่าเป็นทำเลดี สามารถจอดรถได้ 4 มุม เวลารถทัวร์มาแวะซื้อของฝากกลับบ้านก็เข้ามาจอดได้ง่าย

ทอง บอกว่า สิ่งสำคัญคือการบริการที่ดี อาหารมีรสชาติเป็นมาตรฐาน นั่นจึงทำให้เขาเน้นเรื่องการบริการลูกค้าอย่างมาก และกำชับกับพนักงานทุกคนว่าต้องดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหน หรือขับรถอะไร เพราะคนเหล่านั้นคือเจ้านายของเรา

“ลูกค้าคือเจ้านายเรา ผมสั่งลูกน้องว่าผมไม่ใช่เจ้านาย ผมเป็นแค่คนแบ่งผลประโยชน์ให้ คนที่จ่ายเงินเดือนคือ คนที่จอดรถ และสั่งอาหาร ไม่ว่าเขาจะทำอาชีพอะไร แต่งตัวแบบไหน คนเหล่านั้นคือเจ้านายที่จ่ายเงินเดือนให้คุณ”

ในอนาคตวีที แหนมเนือง มีแผนจะพัฒนาสินค้าส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศ โดยมี ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และอเมริกา เป็นเป้าหมาย โดยในอเมริกานั้น วีที แหนมเนือง มีการเข้าไปตั้งโรงงานเพื่อเริ่มทำตลาดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบอีกครั้ง

ผู้ก่อตั้งร้านวีที แหนมเนือง ยังให้คำแนะนำทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจร้านอาหารคือ ต้องทำอาหารที่จะขายด้วยตัวเองให้เป็น และต้องเข้าใจสินค้าของตัวเองเป็นอย่างดี เพื่อให้ตัวเองเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ

“ถ้าคิดจะทำธุรกิจร้านอาหาร สิ่งแรกคือต้องเข้าใจสินค้าที่จะขาย และต้องสามารถทำอาหารได้เอง ถ้าเริ่มจากการจ้าง โอกาสเจ๊งมีสูง ผมเคยโดนทีมงานขอลาออกทั้งโรงงานมาแล้ว ตอนนั้นจำได้ว่า 145 คน มาขอลาออกในวันเดียวเพราะทะเลาะกันเองในโรงงาน ซึ่งโชคดีที่ตอนนั้นผมมี 2 สาขา แม้จะมีผลกระทบแต่ธุรกิจก็ยังไปได้ ดังนั้นเจ้าของร้านต้องเป็นแกนหลัก แล้วค่อยจ้างทีมงานเข้ามาช่วย”

Dose Factory คาเฟ่พลังบวก

สร้างวิถีชีวิต อีสาน-ออสซี่

เนาวรัตน์ คู่วัจนกุล เจ้าของร้าน Dose Factory เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจว่า ร้านกาแฟ Dose Factory เป็นผลพวงจากความพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเรียนรู้ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ แรงผลักดันนี้ทำให้เธอตัดสินใจเลือกไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย และเลือกสมัครงานเป็นพนักงานล้างจานในร้านกาแฟ เพื่อฝึกทักษะสื่อสาร

ชีวิตการทำงานในร้านกาแฟ ทำให้เธอตกหลุมรักอาชีพบาริสต้าเข้าอย่างจัง เกิดเป็นความฝันที่อยากจะเป็นบาริสต้าบ้าง เธอจึงพยายามไต่เต้าจากพนักงานล้างจาน ขึ้นมาเป็นคนทำแซนด์วิช จนสุดท้ายก็ได้เป็นบาริสต้าตามที่ต้องการ โดยเธอใช้เวลาอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 5 ปี และใน 2 ปีสุดท้ายได้พบกับ แซม (Sam) เจ้าของร้าน Dose Espresso ในเมืองซิดนีย์ และยังเป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟ Gabriel Coffee ถือเป็นจุดหักเหให้เธอเริ่มต้นศึกษาค้นคว้าด้านกาแฟในออสเตรเลียอย่างลึกซึ้ง

“ตอนนั้นอยู่ในโรงคั่วกาแฟแทบทุกวัน แม้จะเป็นวันหยุดก็ขอทำงานฟรีไม่เอาค่าจ้าง ทำให้ได้ความรู้ทางด้านกาแฟและการทำอาหารเช่น การทำแซนด์วิช พาสต้ากลับมา”

เจ้าของร้าน Dose Factory เล่าว่า เธอตัดสินใจกลับประเทศไทย พร้อมกับความต้องการที่จะเปิดร้านกาแฟในจังหวัดอุดรธานี (ประมาณปี 2557) โดยตั้งใจว่าอยากทำกาแฟที่ไม่ต้องใส่นมข้นหวานแล้วอร่อย ให้คุณแม่และชาวอุดรธานีได้ดื่ม และก่อนกลับมาไทยเธอได้เข้าไปขอคำแนะนำจาก Sam ซึ่ง Sam ก็แนะนำให้เธอใช้แบรนด์ Dose Espresso ในประเทศไทยไปเลย จึงเป็นที่มาของร้านกาแฟแห่งแรกของเธอในชื่อ Dose Espresso (ชื่อเดียวกับร้านกาแฟในเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย)

“ใช้เวลา 5-6 เดือนในการขนของจากออสเตรเลียกว่า 40 กล่องข้ามน้ำข้ามทะเลมา จากนั้นก็พยายามออกแบบร้านให้ได้ความรู้สึกเหมือนที่ออสเตรเลีย ประกอบกับเมื่อ 10 ปีที่แล้วเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย การเปิดร้าน Dose Espresso จึงเป็นเหมือนการจุดพลุเล็ก ๆ ในจังหวัดอุดรธานีด้วยภาพความเป็นอีสาน-ออสซี่ ทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีมาก”

พอเปิดร้านได้ 8 เดือน เป็นช่วงเวลาที่ขายดีมาก ก็เริ่มมีความคิดขยายร้าน จนได้ไปเจอกับโรงงานร้างแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง ก็เลยตั้งใจอยากจะใช้พื้นที่ของโรงงานร้างแห่งนี้ ตั้งคาเฟ่ที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน Dose Factory ซึ่งเป็นร้านที่ 2 ของเธอ

“คิดว่าถ้าตอนนั้นมีความรู้เรื่องธุรกิจ คงทำไม่สำเร็จ เพราะต้องคิดเรื่องต้นทุนและองค์ประกอบอื่น ๆ หลายอย่าง แต่พอไม่มีความรู้ธุรกิจ ก็เลยทำด้วยความเชื่อ และความตั้งใจเต็มที่ จึงสามารถทำร้านแบบนี้ออกมาได้ ทุกครั้งที่นึกย้อนไปก็รู้สึกว่า เรามันบ้าประมาณนึงเลยที่ทำออกมาได้แบบนี้”

เนาวรัตน์ กล่าวบนเวทีเสวนาว่า ตลอด 10 ปีที่ทำร้าน Dose Factory มา เธอนิยามตัวเองว่าเป็น “นักแก้ปัญหา” เพราะปัญหานั้นเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่คิดทำธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อเป็นการเริ่มต้นจากความไม่รู้ แต่เธอกลับมองว่าความไม่รู้นั้น คือโอกาส เพราะทำให้คิดได้ว่า ควรรู้เฉพาะเรื่องที่ต้องรู้ จากนั้นก็ลงมือทำ และเมื่อเจอปัญหาก็แก้ไข

เธอย้ำว่า สิ่งที่เธอยึดมั่นมาตลอดในการทำธุรกิจคือต้องโฟกัสที่ตัวเอง ต้องไม่ลืมว่าเปิดร้าน Dose Factory เพื่ออะไร ตอบคำถามให้ชัดว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร และพยายามถ่ายทอดพลังงานเหล่านี้ไปสู่ทีม เพื่อให้ทีมนำเสนอความตั้งใจไปสู่ลูกค้า

“เรามองว่าตัวเราคือ อีสาน-ออสซี่ เราได้ผสมผสานความเป็นอินเตอร์เข้ากับอีสาน เพื่อทำให้ความเป็นอีสานมีความคลาสสิค ไม่เชย นี่คือสิ่งที่เรารักษาและทำมาอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับทุกคนที่มีฝันอยากจะมีร้านอาหาร หรือเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง เนาวรัตน์ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า การเริ่มต้นสร้างธุรกิจ โดยรอให้ทุกอย่างพร้อมนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้น ดังนั้นถ้าตัดสินใจจะเดินตามความฝันแล้วให้ลงมือทำทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อม จากนั้นทุกอย่างจะสอนเราเองว่าต้องเดินไปอย่างไร

“การมีธุรกิจเป็นของตัวเองน่าจะเป็นความฝันของใครหลายคน ทุกคนย่อมมีฝัน และนั่นหมายถึงการเริ่มต้นลงมือทำทันที โดยที่ไม่ต้องรอให้พร้อม และถ้าทำแล้วสิ่งสำคัญต่อมาคือ ต้องกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ เพื่อพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ สำหรับใครที่อยากจะทำธุรกิจร้านอาหาร คำแนะนำก็คือ ให้ลุยเลย ลองทำให้เต็มที่ แล้วจะรู้ว่าเราต้องไปแบบไหน เดินต่ออย่างไร”

ร้านบุฟเฟต์ Woods and Hoods

Top of mind ในมื้อพิเศษของชาวอุดร

สรศักดิ์ สัจจะไพบูลย์ เจ้าของร้านอาหาร Woods and Hoods เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ตัวเขาและภรรยาเริ่มจากการค้นหาสิ่งที่ตัวเองถนัดและทำได้ดี ซึ่งก็คือการทำอาหารที่ทั้งคู่ให้ความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเริ่มจากการคิดง่าย ๆ ว่า “ถ้าไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็คิดเสียว่าทำกินเองแล้วกัน”

แน่นอนว่าทั้งคู่รู้ดีว่าการทำอาหารทานเอง กับการทำขายนั้นไม่เหมือนกัน จึงตัดสินใจไปเรียนเป็นเชฟอาหารนานาชาติที่โอเรียนเต็ล ส่วนภรรยาเรียนเชฟอาหารไทยและไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย จากนั้นก็เริ่มมาเปิดร้านสเต็กในจังหวัดอุดร โดยเริ่มจากมีโต๊ะไม่ถึง 10 โต๊ะ ใช้ชื่อร้านว่า Comehome

“ต้องทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่จ่ายตลาด, เก็บเงิน, ถูพื้น จนถึงล้างจาน ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่านี่คือก้าวแรกที่จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองมั่นคง และค่อย ๆ ขยับขยายจากร้านเล็ก ๆ ไปเป็นร้านที่ใหญ่ขึ้น”

เมื่อเปิดร้านได้ระยะหนึ่งก็ต้องการเติบโต โดยเฉพาะในจังหวัดอุดรธานีที่มีวัฒนธรรมการทานอาหารที่หลากหลาย ประกอบกับในช่วงก่อนการระบาดของ Covid-19 นั้น ร้านอาหารบุฟเฟต์เป็นที่นิยมมาก ทำให้เริ่มคิดโปรเจ็กต์ใหม่ โดยใช้เวลาเตรียมการราว 2-3 ปี จนได้จังหวะที่เหมาะสม จึงตัดสินใจเปิดร้าน Woods and hoods ซึ่งเป็นร้านอาหารบุฟเฟต์นานาชาติขึ้นมา

เจ้าของร้านอาหาร Woods and Hoods เผยว่า ความยากของการทำธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ คือการบริหารจัดการต้นทุน และทรัพยากรในร้าน เพราะการจะทำร้านบุฟเฟต์ต้องมีการวางแผนที่ละเอียด ตั้งแต่ในครัวจนถึงการให้บริการ ทุกอย่างต้องวางแผนให้รอบคอบตั้งแต่แรก การปรับเปลี่ยนภายหลังจะเป็นเรื่องยากมาก นอกจากนี้ยังต้องบริหารจัดการความผันผวนของราคาวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น ในช่วงที่มีภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็ส่งผลกระทบกับราคาวัตถุดิบหลายชนิด หรือช่วงเทศกาลกินเจ ก็จะส่งให้ราคาผักสูงขึ้น ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะเปิดธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์จะต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้

สิ่งที่ Woods and Hoods มุ่งเน้นอย่างมากคือการคิดจากมุมผู้บริโภคอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีการปรับใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายด้วยช่องทางใหม่ พร้อมกับการทำให้ร้าน Woods and Hoods เป็น Top of mind ของผู้บริโภคในช่วงเวลาที่อยากทานบุฟเฟต์ ด้วยการสร้างความหลากหลายให้กับอาหาร การออกแบบเมนูให้พอดีกับทุกกลุ่มลูกค้า

ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ขายไม่ดีก็เหนื่อย ขายดีก็เหนื่อยมาก เกิดความกังวลต่าง ๆ นานา สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ได้ด้วย Passion ของเจ้าของร้าน ถ้ามี Passion เราจะอยากตื่นขึ้นมาแล้วออกไปสู้ต่อจนกว่าจะได้ ทำทุกทางจนกว่าจะสำเร็จ พร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่จะเข้ามา ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อให้สามารถเดินไปถึงปลายทางที่ต้องการได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...