พ่อแม่ใจสลาย ร้อง กระบะเมาแล้วขับ ชนลูกชาย 6 ขวบเสียชีวิต ซ้ำไม่มาเหลียวแล
พ่อแม่ใจสลาย ร้อง กระบะเมาแล้วขับ ชนลูกชาย 6 ขวบเสียชีวิต ซ้ำไม่มาเหลียวแล
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายณัฐวุธ อายุ 26 ปี ช่างเฟอร์นิเจอร์ และภรรยา น.ส.บุษกร อายุ 29 ปี เซลส์บริษัทขายนม ว่าถูกคู่กรณีขับรถกระบะชนท้ายรถจักรยานยนต์จนลูกชายวัย 6 ขวบ แขนซ้ายขาดและเสียชีวิต เหตุเกิดบนสะพานต่างระดับวัดโบสถ์ดอนพรหม ถนนบางศรีเมือง วัดโบสถ์ดอนพรหม ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เวลา 21.00 น. หลังเกิดเหตุไร้คู่กรณีแสดงความรับผิดชอบ หรือแม้แต่จะมาพูดขอโทษ
นายณัฐวุธกล่าวว่า วันเกิดเหตุตนได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ทะเบียน 1 ขฒ 1168 กรุงเทพมหานคร เพื่อจะไปเที่ยวงานวัดโบสถ์ดอนพรหม โดยมี น.ส.บุษกร ภรรยา ซ้อยท้ายอุ้มลูกสาววัย 1 ขวบ ลูกชายวัย 12 ขวบนั่งกลาง และ ด.ช.ณัฎฐกิตติ์ อายุ 6 ขวบ น้องซอฟ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 นั่งด้านหน้า รวม 5 คน พอขับรถมาถึงกลางสะพานต่างระดับห่างจากงานวัดเพียงแค่ 200 เมตร จะถึงงานแล้ว ปรากฏว่าได้มีรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ขับมาพุ่งชนท้ายรถของตนที่กำลังขับอยู่อย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ตน ภรรยาและลูกกระเด็นไปคนละทิศละทางพอตั้งสติได้ ตนมองไปที่ลูกชายนอนแน่นิ่งอยู่และพบว่าแขนลูกชายข้างซ้ายขาด ตนจึงรีบเข้าไปอุ้มลูกชายและเก็บแขนมากอดไว้ ส่วนภรรยาได้อุ้มลูกสาวไว้
หลังเกิดเหตุคนขับรถกระบะได้พยายามขับรถหลบหนีไปได้ประมาณ 200 เมตร แต่ไปต่อไม่ได้เพราะรถจักรยานยนต์ติดอยู่ใต้ท้องรถกระบะ แล้วมีพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมาช่วยจับตัวคนขับรถกระบะไว้ได้ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำครอบครัวตนส่ง รพ.พระนั่งเกล้า ก่อนลูกชายไปเสียชีวิตที่ รพ.
น.ส.บุษกรกล่าวว่า หลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีพยายามวิ่งไปจับตัวคนขับรถที่ชนเรา หลังจากนั้นตนก็ไม่เห็นแล้ว เพราะคนขับกระบะหนีไปประมาณ 200 เมตร เขาขับไปจนถึงตีนสะพาน แต่รถจักรยานยนต์ไปติดอยู่ใต้ท้องรถกระบะเลยทำให้ไม่สามารถไปต่อได้ ไปจอดอยู่ที่ตีนสะพานหน้าวัดโบสถ์ และมีพลเมืองดีขี่รถไปล็อกตัวไว้และตำรวจมาพอดีจับตัวไป แต่หลังจากนั้นตนไม่เห็นเหตุการณ์ เพราะตนต้องพาลูกขึ้นรถกู้ภัยไปโรงพยาบาล
พอมาถึงโรงพยาบาลหมอช่วยปั๊มหัวใจประมาณ 30 นาทีแต่ไม่ขึ้น หมอบอกว่าไม่มีชีพตั้งแต่มาแล้ว คาดว่าน้องน่าจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ตนจะช่วยชีวิตน้องก็เลยรีบพามาก่อน สาเหตุเบื้องต้นหลังส่งน้องไปชันสูตรที่นิติเวช พบว่าเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงที่ช่องอกและสูญเสียโลหิตจากแขนซ้ายขาดและคอหัก เพราะตอนที่พ่อเขาอุ้มตัวน้องเขาห้อยไปหมดแล้ว
น.ส.บุษกรกล่าวว่า อยากให้คู่กรณีได้รับโทษ ตนไม่ได้อยากได้เงินเยียวยา แต่ว่าอยากให้เห็นว่าพวกตนก็ลำบากและต้องสูญเสียจากการเมาแล้วขับ รถกระบะคันที่ขับชนก็เป็นรถใช้งานของบริษัท เขารู้เหตุการณ์ก็ควรติดต่อตนมาบ้าง แต่เขาก็ไม่มาให้ปากคำ เขาหายไปเลย ตนก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ทราบว่ารถของเขา พ.ร.บ.ก็ขาด แต่ยังปล่อยให้ออกมาใช้ทำงานอยู่ อยากให้เขาติดต่อกลับมาพูดคุยบ้าง เพราะตนก็ไม่มีเงินจะซื้อยารักษาไปโรงพยาบาลยังไม่ได้รับสิทธิฉุกเฉิน พวกตนต้องจ่ายเงินเองทุกวัน
ส่วนงานศพลูกชายได้ตั้งสวดทำพิธีทางศาสนา 3 วัน และฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ค่าใช้จ่ายยังโชคดีที่ทางวัดได้เมตตาช่วยเหลือและจากทางบริษัทของตนและสามีก็ช่วยเหลือ ตนได้สอบถามไปทางพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามว่าเขาเมาหรือเปล่า ทางพนักงานสอบสวนบอกว่าได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับกระบะได้ 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
เรื่องที่เกิดขึ้นตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมกับครอบครัว จึงนำเรื่องมาร้องกับสื่อเพื่อให้ช่วยเหลือครอบครัวของตน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อแม่ใจสลาย ร้อง กระบะเมาแล้วขับ ชนลูกชาย 6 ขวบเสียชีวิต ซ้ำไม่มาเหลียวแล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th