โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IMF คาดอีก4ปี ขนาดเศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์-เวียดนาม แซงหน้าไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 ต.ค. 2567 เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 06.45 น.

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในภูมิภาคอาเซียน เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่งสัญญาณเตือนผ่านตัวเลขคาดการณ์ล่าสุด ที่ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังสูญเสียพลังในการแข่งขัน จนอาจต้องเสียตำแหน่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของอาเซียนให้กับคู่แข่งอย่างฟิลิปปินส์และเวียดนามในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

"ฐานเศรษฐกิจ" ได้รวบรวมประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และมูลค่า GDP ของไทยและประเทศคู่แข่งในอาเซียน 4 ประเทศ คืออินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม จาก IMF พบว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจ 5 ประเทศหลักในอาเซียนไม่รวมสิงคโปร์ที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ถึงปี 2572 ชี้ชัดว่าประเทศไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน จนถูกทั้งฟิลิปปินส์และเวียดนามแซงหน้าภายในปี 2571 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

เริ่มจากในปี 2567 อันดับขนาดเศรษฐกิจของไทยยังคงเดิม โดยอินโดนีเซียนำโด่งด้วย GDP 1.40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 4.96% ตามด้วยไทยอันดับ 2 ที่ 5.29 แสนล้านดอลลาร์ แต่โตเพียง 2.80% ขณะที่ฟิลิปปินส์อันดับ 3 มี GDP 4.70 แสนล้านดอลลาร์ โต 5.75% เวียดนามอันดับ 4 ที่ 4.68 แสนล้านดอลลาร์ แต่โตสูงถึง 6.06% และมาเลเซียอันดับ 5 ที่ 4.40 แสนล้านดอลลาร์ โต 4.80%

ปี 2568 อันดับยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ช่องว่างด้านขนาดเศรษฐกิจเริ่มแคบลง โดยอินโดนีเซียมี GDP 1.49 ล้านล้านดอลลาร์ โต 5.07% ไทยอันดับ 2 ที่ 5.45 แสนล้านดอลลาร์ โต 3.00% ฟิลิปปินส์อันดับ 3 ที่ 5.08 แสนล้านดอลลาร์ โต 6.11% เวียดนามอันดับ 4 ที่ 5.06 แสนล้านดอลลาร์ โต 6.06% และมาเลเซียอันดับ 5 ที่ 4.88 แสนล้านดอลลาร์ โต 4.39%

การขยายตัวเศรษฐกิจไทย VS คู่แข่งในอาเซียน

ปี 2569 อินโดนีเซียยังนำโด่งด้วย GDP 1.61 ล้านล้านดอลลาร์ โต 5.06% ไทยรั้งอันดับ 2 ที่ 5.70 แสนล้านดอลลาร์ แต่อัตราการเติบโตลดลงเหลือ 2.57% ฟิลิปปินส์อันดับ 3 ตามมาติดที่ 5.50 แสนล้านดอลลาร์ และโตสูงถึง 6.25% เวียดนามอันดับ 4 ที่ 5.45 แสนล้านดอลลาร์ โต 6.01% และมาเลเซียอันดับ 5 ที่ 5.22 แสนล้านดอลลาร์ โต 4.40%

เข้าสู่ปี 2570 ไทยเริ่มส่อเค้าถูกไล่ทัน แต่ยังรักษาอันดับ 2 ไว้ได้ที่ GDP 5.96 แสนล้านดอลลาร์ โต 2.75% ขณะที่ฟิลิปปินส์อันดับ 3 ตามมาห่างแค่เพียง 1 พันล้านดอลลาร์ ที่ 5.95 แสนล้านดอลลาร์ และโตสูงถึง 6.33% เวียดนามอันดับ 4 ที่ 5.86 แสนล้านดอลลาร์ โต 5.85% มาเลเซียอันดับ 5 ที่ 5.53 แสนล้านดอลลาร์ โต 3.97% ส่วนอินโดนีเซียยังนำห่างที่ 1.74 ล้านล้านดอลลาร์ โต 5.07%

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2571 เมื่อไทยถูกทั้งฟิลิปปินส์และเวียดนามแซงขึ้นไป โดยขนาดเศรษฐกิจเรียงลำดับใหม่ดังนี้: อินโดนีเซียอันดับ 1 ที่ 1.88 ล้านล้านดอลลาร์ โต 5.06% ฟิลิปปินส์ขึ้นมาอันดับ 2 ที่ 6.49 แสนล้านดอลลาร์ โต 6.34% เวียดนามขึ้นมาอันดับ 3 ที่ 6.29 แสนล้านดอลลาร์ โต 5.75% ไทยร่วงลงอันดับ 4 ที่ 6.24 แสนล้านดอลลาร์ โต 2.69% และมาเลเซียอันดับ 5 ที่ 5.87 แสนล้านดอลลาร์ โต 3.99%

ปี 2572 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการคาดการณ์ อันดับยิ่งถ่างกว้างขึ้น โดยอินโดนีเซียมี GDP 2.03 ล้านล้านดอลลาร์ โต 5.07% ฟิลิปปินส์รักษาอันดับ 2 ที่ 7.07 แสนล้านดอลลาร์ โต 6.31% เวียดนามอันดับ 3 ที่ 6.72 แสนล้านดอลลาร์ โต 5.55% ไทยอันดับ 4 ที่ 6.53 แสนล้านดอลลาร์ โต 2.66% และมาเลเซียอันดับ 5 ที่ 6.21 แสนล้านดอลลาร์ โต 4.00%

จากข้อมูลของ IMF สะท้อนให้เห็นว่าการที่ขนาดเศรษฐกิจของไทยร่วงจากอันดับ 2 มาอยู่ที่อันดับ 4 ในช่วง 5 ปี เป็นผลจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยฟิลิปปินส์นำโด่งที่ 6.18% เวียดนาม 5.88% อินโดนีเซีย 5.05% มาเลเซีย 4.26% ขณะที่ไทยเติบโตต่ำสุดเพียง 2.75%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ไทยจะมีฐานเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในปี 2567 แต่ด้วยอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่า 3% เกือบทุกปี ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเติบโตเกิน 4-6% ส่งผลให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านแคบลงอย่างรวดเร็ว จนถูกฟิลิปปินส์ และเวียดนามแซงหน้าในที่สุด สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยต้องปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจรวบรวมจาก IMF:World Economic Outlook Database

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...