ADB หั่นคาดการณ์ “GDP ไทย” ปีนี้เหลือ 2.3% ปี 2568 ลดลงเหลือ 2.8%
ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ปรับเพิ่มการคาดการณ์ GDP อาเซียน ปี 67-68 ยกเว้นไทย โดย หั่นคาดการณ์ GDP ไทย เหตุ การใช้จ่ายภาครัฐซบเซา และการส่งออกอ่อนแอ
วันที่ 25 กันยายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาค สำหรับปี 2567 และ 2568 เนื่องจากความกดดันด้านราคาที่ผ่อนคลายลง โดยส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบที่ล่าช้าของการคุมเข้มทางการเงิน
ADB เผยแพร่รายงาน Asian Development Outlook ฉบับล่าสุดในวันนี้ (25 ก.ย.) ระบุว่า สำหรับประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิก ADB รวม 46 ประเทศ เช่น จีนและอินเดีย คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับ 2.8% ในปี 2567 ลดลงจากการคาดการณ์ที่ระดับ 2.9% ในเดือนก.ค. และสำหรับปี 2568 การคาดการณ์ปรับลดลดลงจาก ระดับ 3.0% สู่ระดับ 2.9%
ADB ระบุในรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อที่ลดลงกำลังสร้างเงื่อนไขสำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินในที่สุด
นอกจากนี้ ADB ยังเน้นย้ำว่าอัตราเงินเฟ้อด้านพลังงานได้กลับมาอยู่ที่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อด้านอาหารยังคงสูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิด แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในภูมิภาคได้ลดลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัตราเงินเฟ้อปี 2567 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3.3% จากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ระดับ 3.2% ในเดือนกรกฎาคม โดยได้เป็นผลจากค่าเงินที่อ่อนค่าลงในลาวและเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งลาว ซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดที่ระดับ 25% จากทั้งหมด 46 ประเทศเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาของเอเชีย
สำหรับปี 2568 การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.2% จากระดับ 3.0%
ในขณะเดียวกัน ADB ยังคงคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเอเชียที่ระดับ 5.0% สำหรับปีนี้ โดยคาดว่าอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้ช่วยชดเชยกับการคาดการณ์การเติบโตที่ลดลงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2567 ลดลงสู่ระดับ 4.5% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 4.6% โดยการปรับเปลี่ยนดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการปรับลดการคาดการณ์สำหรับเมียนมา ไทย และติมอร์เลสเต
ในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก 6 อันดับแรกของอาเซียน ไทยเป็นประเทศเดียวที่ ADB ปรับลดคาดการณ์ GDP โดยปรับลดดังกล่าวเป็นผลจากการใช้จ่ายของภาครัฐที่ลดลงและการฟื้นตัวของการส่งออกที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ โดยการคาดการณ์การเติบโตของไทยในปี 2567 ลดลง 0.3% จากการคาดการณ์ก่อนหน้า สู่ระดับ 2.3% และสำหรับปี 2568 ลดลง 0.3% เช่นกัน สู่ระดับ 2.7%
ในทางกลับกัน การคาดการณ์ GDP ของสิงคโปร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.6% จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 2.4% โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และบริการทางการเงินที่เพิ่มขึ้น โดยรายงานระบุว่าคาดว่าอัตราการเติบโตของสิงคโปร์จะคงที่ ที่ระดับ 2.6% ในปี 2568
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงขาลงที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงนโยบายกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและการเงินต่อประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย นอกจากนี้แล้ว ยังมีประเด็นความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยังไม่ฟื้นจากภาวะวิกฤต ก็อาจเลวร้ายลงได้
อ้างอิง : asia.nikkei.com