ส่องกำไรหุ้นอสังหาฯไตรมาส 1/68 ท่ามกลางแรงกดดัน
The Bangkok Insight
อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 02.47 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 02.44 น. • The Bangkok Insightสรุปกำไรไตรมาส 1/68 หุ้นอสังหาฯ ท่ามกลางแรงกดดัน ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น
ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกของปี 2568 คงจะไม่ใช่ช่วงเวลาทองสำหรับหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทย หลังหลายบริษัทจดทะเบียนเผยผลประกอบการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สะท้อนแรงกดดันรอบด้านที่ถาโถมเข้าสู่ภาคอสังหาฯ ทั้งจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้นในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ไปจนถึงแรงส่งจากมาตรการภาครัฐที่หายไปหลังหมดอายุตั้งแต่สิ้นปี 2567
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ฉุดรายได้ของผู้ประกอบการ คือ การเร่งโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้าในช่วงไตรมาส 4/2567 เนื่องจากแรงจูงใจมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ทำให้การโอนในไตรมาส 1/2568 ชะลอลงชัดเจน หลายบริษัทจึงเผชิญกับแรงกระแทกรายได้ในช่วงต้นปี ขณะเดียวกันปลายไตรมาสยังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย ซึ่งกระทบต่อจิตวิทยาผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังพิจารณาซื้อคอนโดมิเนียมที่มีความเสี่ยงด้านโครงสร้าง
จะเห็นหุ้นอสังหาฯ หรือบริษัทที่ยังสามารถประคองผลประกอบการได้ดี ได้แก่
1. AP: บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ทำกำไรได้ 863 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน
2. QH: บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีกำไร 402 ล้านบาท ลดลง 18% ยังถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัดเมื่อเทียบกับภาพรวม
ในทางกลับกัน บริษัทที่ผลประกอบการหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ LH: บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กำไรปรับตัวลดลง 32% เหลือ 837 ล้านบาท SIRI: บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กำไรลดลง 38% เหลือ 814 ล้านบาท
และ SPALI: บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กำไรลดลง 34% เหลือ 405 ล้านบาท สะท้อนถึงแรงกดดันด้านรายได้อย่างชัดเจนในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่
ขณะที่บริษัทขนาดกลางและเล็กบางรายเผชิญภาวะ “กำไรทรุดหนัก” เช่น ORI: บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กำไรลดลง 76% เหลือเพียง 112 ล้านบาท
และ LPN: บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กำไรเหลือ 20 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 76%
สถานการณ์หนักที่สุดตกอยู่กับ ANAN: บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่พลิกขาดทุนสุทธิ 257 ล้านบาท จากปีก่อนที่ยังมีกำไร แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงจากทั้งภาวะตลาดและภายในองค์กรเอง โดยราคาหุ้น YTD ลดลงแล้ว 27%
เมื่อมองไปข้างหน้า หุ้นอสังหาฯ นักลงทุนควรจับตาหลายปัจจัยสำคัญในไตรมาส 2/2568 ได้แก่ สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การประกาศมาตรการภาครัฐรอบใหม่ หรือแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ที่อาจยังไม่กลับมาเต็มที่ในระยะสั้น
แม้หลายบริษัทจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากนักลงทุนมองว่าเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ที่ราคาปรับฐานแรง อาจกลายเป็น “ของถูก” สำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในการฟื้นตัวระยะยาว แต่ก็ต้องวิเคราะห์ Valuation พร้อมกับ Price Momentum ให้ดีๆ ว่าคุ้มค่าจะเสี่ยงในเกมนี้แค่ไหน
ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจเก็บสะสมหุ้นในจังหวะที่ราคาปรับตัวลง ยังสามารถใช้หลักวิเคราะห์ต่อไปนี้เป็นแนวทาง
- ดู Backlog และรายได้รอรับรู้: บริษัทที่มี Backlog สูงหมายถึงมีรายได้ในอนาคตรออยู่แล้ว ช่วยให้คาดการณ์กระแสเงินสดได้ชัดเจน
- สัดส่วนรายได้แนวราบ vs แนวสูง: ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดในขณะนี้
-ดูอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin): บริษัทที่ควบคุมต้นทุนเก่ง จะรักษากำไรได้แม้รายได้ลดลง
- ภาระหนี้และอัตราการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์: หุ้นที่หนี้ไม่สูง มีความคล่องตัวในการพัฒนาโครงการใหม่ และทนทานต่อดอกเบี้ยขาขึ้นได้ดีกว่า
- การกระจายทำเลและกลุ่มเป้าหมาย: บริษัทที่มีพอร์ตกระจายทั้งในเมือง-ชานเมือง หรือเน้นกลุ่มลูกค้าตลาดกลาง-บน จะมีความเสี่ยงเฉพาะจุดน้อยลง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดราคาประเมินที่ดิน 2568 ทุกภาคทั่วไทย ที่ไหนแพงสุด เช็กเลย!!
- สยาม-ชิดลม-เพลินจิต ราคาที่ดินพุ่งไม่หยุด แตะตร.ว.ละ 3.85 ล้าน
- ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา กรุงเทพ-ปริมณฑล ย่านรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม แชมป์ราคาที่ดินพุ่งสูงสุด
ติดตามเราได้ที่