ตลาดหุ้นโอเวอร์แฮง ลุ้นคำตอบสุดท้ายชะตาภาษี ‘ทรัมป์’
สถานการณ์ที่พลิกไป-พลิกมา ในประเด็นที่ว่าด้วยการเก็บภาษีตอบโต้ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ สร้างความผันผวนกับตลาดเงิน ตลาดทุนมากยิ่งขึ้น เพราะสินทรัพย์ลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงสลับขั้วระหว่างบวก-ลบ อยู่ได้ตลอด
โดย “สรพล วีระเมธีกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า หลังศาลอุทธรณ์สหรัฐสั่งเบรกคำตัดสินศาลชั้นต้น ที่ไปบล็อกการขึ้นภาษีของทรัมป์ ดังนั้น มีโอกาสสูงมากที่หากวันที่ 9 มิ.ย. ยังเคลียร์กันไม่ได้ จะไปจบที่ศาลสูงสุด (ศาลฎีกา) ซึ่งจะเข้าทางทรัมป์ หรือพรรครีพับลิกัน หรือทรัมป์
ขณะที่ “ภราดร เตียรณปราโมทย์” รองผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด วิเคราะห์ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเฉลี่ยราว 0.4% ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการพิจารณาคำตัดสินของศาลการค้าสหรัฐ ให้ระงับเก็บภาษีส่วนใหญ่ ที่ขัดต่อกฎหมาย IEEPA ได้แก่ ภาษีพื้นฐานทั่วโลก (Worldwide Tariff) 10%, ภาษีศุลกากรตอบโต้รายประเทศ, ภาษีแคนาดา-เม็กซิโก 25%, ภาษีจีน 20% ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินในทันที
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ได้รับคำร้องของรัฐบาลทรัมป์ และมีคำสั่งระงับคำสั่งศาลการค้าฯ ชั่วคราว ทำให้รัฐบาลทรัมป์สามารถเรียกเก็บ Tariff ต่อไป ในระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาคดี ซึ่งกำหนดการถัดไป ศาลอุทธรณ์ได้ให้ศาลการค้าฯ และรัฐบาลทรัมป์ รีบส่งเอกสารด่วน ภายในวันที่ 9 มิ.ย. 2568 เพื่อพิจารณาคำร้องขอระงับคำตัดสินเดิมอย่างถาวร และรอคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ ซึ่งคาดว่าจะกินเวลาไปอีกระยะหนึ่ง และอาจเห็นอาการ Overhang
กรณีศาลอุทธรณ์ตัดสิน “ระงับคำสั่งศาลการค้าฯ ถาวร” จะทำให้รัฐบาลทรัมป์เรียกเก็บ Tariff ได้ต่อไป กรณีศาลอุทธรณ์ตัดสิน “ยกเลิก” ระงับคำสั่งศาลการค้าฯ จะทำให้รัฐบาลทรัมป์ ไม่สามารถเรียกเก็บ Tariff ต่อไป พร้อมกับคืนภาษีที่เรียกเก็บไปก่อนหน้า และอาจนำไปสู่การยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาได้
อย่างไรก็ตาม กรณีที่รัฐบาลทรัมป์ยังอยากเดินหน้าเก็บ Tariff ต่อไป อาจเห็นใช้แนวทางอื่น ๆ แทน อาทิ ผ่านกระบวนการในรัฐสภา (การโหวตของสภาคองเกรส) การใช้กฎหมายการค้าที่เกี่ยวข้อง (อาทิ SECTION 232, 301)
อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตา คือ ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยล่าสุดสหรัฐ เผยตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในไตรมาส 1/2568 หดตัว -0.2% QOQ อีกทั้งตัวเลขว่างงานยังพุ่งเกินคาด ส่งผลให้ FEDWATCH TOOL คาดโอกาสลดดอกเบี้ยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 52.8% (เดิม 47.4%)
“ประเด็นที่เกิดขึ้น ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ เกิด Overhang ช่วงสั้น รวมถึงตลาดหุ้นไทย ขณะที่ในมุมของเศรษฐกิจไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ GDP GROWTH ปี 2568 อยู่ระดับ 1.3% และ 2.0% ตามข้อสมมุติอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐที่มีต่อไทย 18% และ 10% ตามลำดับ”
“ภราดร” ชี้ว่า หากไทยไม่ถูกสหรัฐเก็บภาษี ตามคำสั่งของศาลการค้าสหรัฐ (ศาลชั้นต้น) คาดลด Downside ต่อเศรษฐกิจไทย ให้อยู่ระดับเกิน 2% ได้ และอาจทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่รีบเร่งในการลดดอกเบี้ยเฉกเช่นในอดีต โดยมองว่า กนง.อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหนึ่งครั้ง 0.25% ในช่วงเวลาที่เหลือของปี ตามอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันที่ยังชะลอตัวและติดลบอยู่
“วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงนี้คือ เน้นการลงทุนแบบ Bottom-up เลือกเป็นรายตัว ให้ดูหุ้นที่มีกำไรแข็งแรง มีประเด็นบวกเฉพาะตัว และได้รับผลกระทบจำกัดจากความไม่แน่นอนเรื่องภาษี เพราะจะมีความเสี่ยงต่ำกว่า
“เป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2568 ปัจจุบันคาดการณ์ไว้ที่บริเวณ 1,180 จุด ซึ่งค่อนข้างอนุรักษนิยม โดยอิงสมมุติฐานว่า 50% จะโดนภาษีเต็มที่ และอีก 50% อาจจะโดนภาษีประมาณ 20% ในกรณีไม่มีการเก็บภาษีเลย หรือโดนเพียง 10% เป้าหมาย SET Index อาจจะปรับเพิ่มขึ้นไปในโซน 1,250 จุด ถึงใกล้ ๆ 1,300 จุด”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดหุ้นโอเวอร์แฮง ลุ้นคำตอบสุดท้ายชะตาภาษี ‘ทรัมป์’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net