โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 4 ฉากทัศน์ภาษีสหรัฐ-ไทย ลุ้นเคาะอัตรา 18% หนุน Sentiment บวก-ได้เปรียบเวียดนาม

efinanceThai

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 02.55 น.

เปิด 4 ฉากทัศน์ภาษีสหรัฐ-ไทย ลุ้นเคาะอัตรา 18% หนุน Sentiment บวก-ได้เปรียบเวียดนาม

โบรกฯ เปิด 4 มุมมองการเจรจาภาษีการค้าไทยกับสหรัฐฯ วันนี้ ลุ้นเคาะอัตราภาษี 18% จากอัตราเดิม 36% หนุน Sentiment เชิงบวก หวั่นอัตราภาษีสูงกว่า 20% ทำไทยเสียเปรียบเวียดนามทันที หรือกรณีเลวร้ายภาษี 36% เสี่ยงปรับลงมาที่ 1,060 จุดได้อีกรอบ

จับตาอัตราภาษีไทย 18% ลุ้นเจรจาสหรัฐวันนี้

บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้ากับเวียดนามแล้ว หลังเจรจากันมาแล้วหลายครั้ง โดยสหรัฐฯ จะเก็บภาษี 20%สำหรับสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ส่วนสินค้าที่ถูกมองว่า TRANSSHIPPING (นำเข้าจากจีนแล้วส่งต่อผ่านเวียดนาม) จะถูกเก็บภาษี 40% ส่วนเวียดนาม ตกลงยกเลิกภาษีทั้งหมดสำหรับสินค้าสหรัฐฯ และเปิดตลาดให้สหรัฐฯ แบบปลอดภาษี (0%)

ทั้งนี้ เวียดนาม เป็นผู้ส่งออกอันดับ 6 ของสหรัฐฯ ในปี 2024 มูลค่าเกือบ $137 พันล้าน และเป็นแหล่งผลิตหลักของสินค้าแฟชั่น อาทิ NIKE, GAP, LULULEMON เป็นต้น ขณะที่ข้อตกลงนี้ลดภาษีจาก 46% (ที่ประกาศเมื่อ 2 เม.ย.) เหลือ 20% แม้จะสูงกว่าภาษี 10% ที่ใช้กับประเทศส่วนใหญ่ แต่ยังดีกว่า WORST CASE ซึ่งก่อนหน้านี้ BLOOMBERG ได้ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจเวียดนามไว้

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาท่าที่ของประเทศที่มีการส่งส่งต่อผ่านเวียดนามที่จะถูกเก็บภาษี 40% โดยเฉพาะ จีน ที่มีดุลการค้าเกินดุลกับเวียดนามเกือบ $77 พันล้าน (ข้อมูล ณ พ.ค. 2025) หากการส่งออกผ่านเวียดนามถูกตัดออก อาจกระทบ GDP จีนราว 0.4% ซึ่งการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ ในทางอ้อมนี้ ต้องรอดูว่าจะมีการตอบโต้กลับจากจีนหรือไม่? โดยจีนมีดุลการค้าเกินดุลกับเวียดนามเกือบ $77 พันล้าน (ข้อมูล ณ พ.ค. 2025)

ส่วนบ้านเรา รมว. คลังได้เดินทางไปสหรัฐแล้ว มีกำหนดประชุมกับนายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ในวันที่ 3 ก.ค.2568 เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย เพื่อลดอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐที่เก็บกับไทยจาก 36% ให้เหลือต่ำที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาไทยยื่นข้อเสนอหลายครั้ง และได้รับสัญญาณที่ดีจากฝั่งสหรัฐ เบื้องต้นมีข้อเสนอสหรัฐฯ ว่าอาจมีการเก็บภาษีตอบโต้ไทย 18% (อัตราเดิม 36%) หากข้อตกลงออกมาต่ำกว่าอัตราที่รับรู้ไป (<18%) เชื่อว่าจะเป็น SETIMENT เชิงบวกต่อไทย แต่ในทางกลับกัน หากเก็บในอัตราที่สูงกว่า (>18%) อาจเพิ่ม DOWNSIDE ให้กับ GDP บ้านเรา

ลุ้นแรงหนุนเชิงบวกจากประเด็นที่ไทยเข้าเจรจาสหรัฐฯ ต่อรองเหลือภาษี 10% รวมถึงการขยายระยะเวลาผ่อนผันจัดเก็บภาษีอัตราใหม่ แนะเก็งกำไร COCOCO, CCET, KCE, HANA, TU,ITC, WHA, AMATA

หวั่นภาษีสูงกว่า 20% ทำไทยเสียเปรียบเวียดนาม

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า หลังสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับเวียดนามแล้ว โดยสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเวียดนามในอัตรา 20% ซึ่งต่ำกว่าที่สหรัฐเคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับประเทศไทยก็มีความหวังว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าในอัตรา 10-20% จากที่ประกาศไว้ 36%

หากสหรัฐเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าจากไทย 10-15% ซึ่งต่ำกว่าเวียดนามก็จะเป็นข่าวดี .เป็นบวกกับกลุ่มนิคมฯ(AMATA, WHA, ROJNA ฯลฯ) และกลุ่มอิเลคทรอนิกส์& ส่งออก แต่ถ้าอัตราภาษีเท่ากันที่ 20% ก็ on par แต่ถ้าสูงกว่า 20% ก็จะเป็นข่าวลบ โดยไทยจะเสียเปรียบเวียดนาม

ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เวียดนาม หนุนกองทุน-หุ้นทำธุรกิจเวียดนาม
บล.กรุงศรี ระบุว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับเวียดนามแล้ว โดยรวมมองเป็นจิตวิทยาบวกต่อตลาดหุ้นเวียดนามกองทุนหุ้นเวียดนาม อาทิ B-Vietnam และหุ้นที่ทำธุรกิจในเวียดนาม อาทิ SNNP, AMATA, CPF 2).คณะบริหารของทรัมป์ส่งสัญญาณว่าการทำข้อตกลงการค้ากับอินเดียกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ (มองเป็นจิตวิทาบวกต่อตลาดหุ้นอินเดีย แนะกองทุน KT-India-A อย่างไรก็ดี ประเทศอื่น ๆ อาจจะยังไม่พร้อมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ภายในวันที่ 9 ก.ค.

นอกจากนี้ ข้อตกลงอัตราภาษีดังกล่าว จะกลายเป็นฐานที่ตลาดใช้ประเมินศักยภาพแข่งขันของประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ โดยไทยต้องจับตาข้อเสนอที่จะได้ คงโอกาส 65% ที่จะได้ดีลใกล้เคียงหรือดีกว่าประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ กรณีเชิงเปรียบเทียบเวียดนาม หากอิงกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯกังวลอยู่ในลักษณะสวมสิทธิ์สูงกว่าไทย กล่าวคือ เวียดนาม คือ อิเลคทรอนิกส์+ชิ้นส่วนฯ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เหล็ก อะลูมิเนียม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่อยอดส่งออกราว 55-60% ส่วนไทย คือ อิเลคทรอนิกส์+ชิ้นส่วนฯ สิ่งทอ เหล็ก อะลูมิเนียม และ Solar Cells คิดเป็นสัดส่วนต่อยอดส่งออกราว 28-32%

อย่างไรก็ตาม ในเชิงเปรียบเทียบอาจพิจารณาประเด็นอื่นๆ ร่วมเพิ่มเติม อาทิ ข้อเสนอที่เวียดนามเปิดรับสินค้าสหรัฐฯ แบบปลอดภาษี vs นโยบายที่ไทยใช้ปกป้องอุตสาหกรรมภายใน อาทิ เกษตร, ยานยต์, กรณีที่สหรัฐฯมีข้อกังวลแรงงานและสิทธิมนุษยชน

ระยะสั้นเราคาดตลาดจะชะลอลงทุนหุ้นในธีม Reopening Trade เพื่อประเมินสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่มี Valuation ถูก มองผันผวนจำกัด อาทิ นิคม China Plays ขณะที่กลุ่มที่ตลาดมีโอกาสพิจารณาเก็งกำไร หากตลาดตั้งสมมติฐานว่าไทยน่าจะต้องยอมเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 0% เท่าเวียดนาม คือ กลุ่มนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ อาทิ กลุ่มที่นำเข้าก๊าซฯ บวกต่อ PTTGC โรงไฟฟ้า หุ้น Consumer Electronics และกลุ่มได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาลงที่เร่งขึ้นจากความเสี่ยงผลกระทบเศรษฐกิจ

ลุ้น 3 แนวทางเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ ชี้นำทิศทางตลาดหุ้น

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ -ไทย คาดมีความชัดเจนขึ้นในเดือนนี้ ประเมิน 3แนวทางที่เป็นไปได้

1) สหรัฐฯ ลดการเก็บภาษีตอบโต้ให้ไทยต่ำกว่าระดับ 36% มาที่ 10%หรือไม่เสียเปรียบคู่แข่ง

2) สหรัฐฯขยายเวลาการเก็บภาษีตอบโต้เพื่อเจรจาเพิ่ม

3) สหรัฐฯเก็บภาษีตอบโต้กับไทย 36%มีผล 9 ก.ค.

ให้น้ำหนักโอกาสเกิด 2 กรณีแรกเพราะเราเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของข้อเสนอรัฐบาลไทยต่อสหรัฐฯ เช่น การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น การลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีและการควบคุมแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ไทยสามารถตอบสนองได้ หากเกิดขึ้นคาดจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นจากมุมมองเรื่องความเสี่ยงเศรษฐกิจช่วง 2H68 ลดลง โดยหุ้นที่กลุ่มที่นำตลาดจะเป็นกลุ่มที่ข้องกับการลงทุนภาคเอกชนและภาคส่งออกชอบ WHA CCET และ GFPT

ส่วนกลุ่มที่ได้ประโยชน์ทางอ้อมหากสหรัฐฯ ผ่อนปรนนโยบายภาษีกับประเทศต่างๆร่วมด้วย คือ กลุ่มน้ำมันจากราคาน้ำมันดิบที่มีโอกาสฟื้นตัวชอบ PTTEP และ SPRC และกลุ่มโรงไฟฟ้าที่จะได้รับปัจจัยบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยฯของ FED ที่ลงได้ง่ายขึ้นตามความเสี่ยงเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ลดลงชอบ CKP

แต่อย่างไรก็ตามหากออกมากรณีเลวร้ายสหรัฐฯเก็บภาษีไทย 36% ประเมิน SET Index มีความ เสี่ยงปรับลงมาที่ 1,060 จุดได้อีกรอบ

เปิด 4 ฉากทัศน์เจรจาการค้า แนวโน้มภาษี 10-20% มองเป็นบวก

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน มีมุมมองการเจรจาภาษีการค้า ดังนี้

1) คาดภาษีการค้าประเทศส่วนใหญ่ในโลกอยู่แถว 10-20% (สหรัฐฯ เก็บคนที่เกินดุลอย่างอังกฤษ 10% และเก็บเวียดนามที่ขาดดุลอันดับ 3 ที่ 20%)

2) มีโอกาสที่ไทยจะถูกเก็บภาษีต่ำกว่า 20% เนื่องจากไทยเกินดุลสหรัฐฯ ในอันดับที่ 11 (4.6 หมืนล้านเหรียญฯ) ในระดับที่น้อยกว่ามาก เทียบกับเวียดนามที่เกินดุลอันดับ 3 (1.2 แสนล้านเหรียญฯ) หรือในกรณีแย่ก็อาจเสีย 20% เท่าเวียดนาม

3) อัตราภาษีที่นักลงทุนน่าจะมองว่าเป็นบวกกับไทย พิจารณาจาก 2 ปัจจัย คือ ต่ำกว่า 18% ที่เป็นเป้าหมายของทีมเจรจา และสมมติฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย จะทำให้ประมาณการทางเศรษฐกิจที่อัพไซด์ และต้องรอประกาศอัตราภาษีการค้าของประเทศอื่นๆ ซึ่งหากภาษี (tariffs) ของไทยใกล้เคียงหรือดีกว่า จะทำให้ไทยไม่เสียเปรียบในภาคการผลิตและการส่งออก ซึ่งน่าจะทำให้ตลาดมองเป็นบวกได้

4) อาจเห็นการย้ายฐานการผลิตไปสหรัฐฯ การที่สหรัฐฯ ไม่เสียภาษีนำเข้า เมื่อส่งสินค้าไปยังเวียดนาม (และอาจรวมถึงประเทศอื่นๆ) จะทำให้สหรัฐฯ มีข้อได้เปรียบที่จูงใจให้ธุรกิจย้ายฐานการผลิต (บางส่วน) ไปยังสหรัฐฯ (แต่อาจต้องพิจารณาผลของต้นทุนค่าแรงที่สูงกว่าประกอบ)

ภาษีการค้าที่ใกล้ประกาศ คาดบวกต่อกลุ่มส่งออกไปยังสหรัฐฯ สูง เช่นอาหารทะเล อาหารสัตว์เลี้ยง แต่อาจไม่ช่วยมากนักสำหรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม:

1) ภาษีการค้า (tariffs) ที่มีโอกาสต่ำ 20% และอาจไม่แตกต่างกันมากนักกับประเทศอื่นๆ จะช่วยให้สินค้าไทยยังแข่งขันได้ ส่งผลบวกต่อกลุ่มที่มีรายได้จากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ สูง ได้แก่ TU, ITC, AAI เป็นต้น

2) เศรษฐกิจโลกที่อาจไม่แย่อย่างที่เคยกังวล ประกอบกับภาษีการค้าจีน ที่น่าจะอยู่ในระดับรับได้ คาดส่งผลบกต่อกลุ่มปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะ IVL, SCGP

3) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ช่วงสั้นอาจฟื้นตัวจากแรงกดดันที่ผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ระยะกลาง-ยาว จะยังเผชิญความเสี่ยงจากภาษีสินค้าผ่านทาง (transshipment) ทำให้การย้ายฐานของผู้ประกอบการจีนมาไทย อาจชะงัก ขณะที่ยุทธศาสตร์จูงใจย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐฯ และประเทศในทวีปอเมริกา จะเป็นแรงกดดันระยะยาวที่ลดทอนอัตราการเติบโตของหุ้นในกลุ่มได้

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...