"เพื่อไทย" หาช่องทางตามกฎหมาย สู้คดีจำนำข้าว
"เพื่อไทย" หาช่องทางตามกฎหมายเท่าที่เหลืออยู่ สู้คดีจำนำข้าว ปรับตัวเพิ่มช่องทางสื่อสาร พร้อมดันกฎหมายงบฯให้ลุล่วงด้วยดี
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงจุดยืนของพรรคในคดีจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าพรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงเป็นใยและสงสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากหลายท่านทราบดีว่าคดีเรื่องการจำนำข้าวเกิดขึ้นช่วงปฏิวัติรัฐประหาร และเป็นหนึ่งในเหตุผลของการยึดอำนาจ แต่เมื่อคดีถึงที่สุดก็ต้องยอมรับในคำตัดสิน และอยากใช้ช่องทางกฎหมายเท่าที่เหลืออยู่ต่อสู้ในคดีนี้ การขายข้าวได้น่าจะเป็นหลักฐานใหม่ที่จะนำไปสู่ ตามมาตรา 75 ของพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี พ.ศ.2542 เพราะการขายข้าว 18.9 ล้านตัน เมื่อปีที่แล้วไม่ได้นำเข้าสู่การพิพากษาในคดี เพราะเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นภายหลังการสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว เราจะใช้ช่องทางทางกฎหมายต่อสู้ต่อไป เมื่อถามว่า มีนักกฎหมายวิเคราะห์ไม่สามารถนำข้าวที่ขายมาชดเชยได้ นายดนุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล เพียงแต่ว่าเราก็มีช่องทางทางกฏหมายที่เหลืออยู่ โดยใช้มาตรา 75 เราก็พยายามที่สุด ส่วนศาลจะรับหรือไม่รับ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องขอความเห็นเป็นธรรมต่อไป
ต่อมา แถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า พรรคเพื่อไทยพยายามจะเพิ่มช่องทางการสื่อสาร เนื่องจากในอดีตทุกวันอาทิตย์เราจะมีการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ และห่างหายไป แต่ขณะนี้เราพิจารณาแล้วเห็นว่าในวันอาทิตย์ช่วงเช้าหากมีประเด็นทางการเมืองอะไรก็จะมีการตั้งโต๊ะแถลง เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน เช่นในสัปดาห์หน้าวันที่ 28 พ.ค.จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องงบประมาณและกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน
ด้านนายชนินทร์ กล่าวว่า การประชุมสภาสมัยวิสามัญวันที่ 28-31 พ.ค. นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว ยังมีกฎหมายที่สำคัญอีกหลายฉบับ เช่น พ.ร.ก.กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีการบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนด้วยตั๋วร่วม ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรค เพื่อไทยหาเสียงไว้ด้วย สำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2569 พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนงบประมาณให้รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาได้ รวมถึงอาจจะมีการท้วงติงเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณบางประเด็นตรงจุดแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ให้มากที่สุด การจัดทำงบประมาณในครั้งนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากกำลังเจอผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอกที่ส่งผลต่อความมั่นคง ต่อเศรษฐกิจ หรือปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลต้องมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาและงบประมาณก็เป็นเรื่องหนึ่งที่จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาราบรื่นลุล่วงไปด้วยดี