อเมริกา-จีน อาจกลับมาเผชิญหน้า ทรัมป์ เตรียมคุย สีจิ้นผิง หลังการค้าปะทุ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน อาจมีการพูดคุยกันภายในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าการหารือครั้งนี้มีต้นเหตุมาจากความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างอเมริกาและจีน ซึ่งอาจทำให้ข้อตกลงการค้าชั่วคราวที่ทั้งสองชาติเพิ่งบรรลุไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ต้องพังทลายลง
3 มิถุนายน 2568 – สำนักข่าว CNBC รายงานว่า มีโอกาสที่ โดนัลด์ ทรัมป์ และ สีจิ้นผิง จะต้องมีการพูดคุยกันแบบตัวต่อตัวในเร็ว ๆ นี้ โดยอ้างอิงคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทำเนียบขาวที่ไม่เปิดเผยชื่อ
โดยคาดว่าการหารือครั้งนี้มีต้นเหตุมาจากความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างอเมริกาและจีน ซึ่งอาจทำให้ข้อตกลงการค้าชั่วคราวที่ทั้งสองชาติเพิ่งบรรลุไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ต้องพังทลายลง
ด้านดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐเปิดตัวลดลงในเช้าวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนตอบสนองต่อโทนเสียงที่มีความขัดแย้งมากขึ้นในแถลงการณ์สาธารณะระหว่างสหรัฐและจีน
ที่ผ่านมาทั้งอเมริกาและจีนต่างพึ่งพาเศรษฐกิจซึ่งกันและกันอย่างมาก แต่ถูกตัดขาดไปในเดือนเมษายน เมื่อ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มอัตราภาษีแบบครอบคลุมต่อสินค้านำเข้าจากจีนขึ้นไปถึง 145% และจีนเองก็ตอบโต้ด้วยการออกมาตรการภาษีตอบโต้ที่รุนแรงไม่แพ้กัน ต่อมาทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะลดระดับภาษีส่วนใหญ่ลงเป็นระยะเวลา 90 วัน ภายหลังจากการเจรจารอบแรกที่จัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
แต่หลังจากนั้น ทั้งสองประเทศต่างก็กล่าวหากันว่าทำลายข้อตกลงที่เคยทำกันไว้ โดยฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวหาจีนว่าจงใจชะลอการส่งออกแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่ออเมริกา ขณะที่จีนก็ออกมากล่าวหาว่าอเมริกาได้เตือนบริษัทต่าง ๆ ไม่ให้ใช้ชิปอิเล็กทรอนิกส์จากจีนเช่นกัน
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวหาอเมริกาว่า“อเมริกาจงใจยั่วยุความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้าใหม่แบบฝ่ายเดียว ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและความไม่มั่นคงมากขึ้นในความสัมพันธ์เศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ”
ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยอมรับว่า ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างอเมริกาและจีนได้ชะลอลง ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าการคลี่คลายสถานการณ์จะต้อง “อาศัยผู้นำทั้งสองคนเปิดใจพูดคุยกันโดยตรง”**
อ้างอิง : cnbc.com