TRUE ปรับพอร์ตธุรกิจ เดินเกมลดต้นทุน ในปีที่ไร้ ‘พรีเมียร์ลีก’
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 มิ.ย. 2568 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 06.03 น. • The Bangkok InsightTRUE ปรับพอร์ตธุรกิจ เดินเกมลดต้นทุน ในปีที่ไร้ลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีกเตรียมบุกประมูลคลื่น 2300MHz อัพไซด์ใหม่ของปีนี้
ในปี 2568 นี้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ หลังจากสูญเสียลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (EPL) ที่ถือครองมายาวนานมาตั้งแต่ปี 2559 ดังนั้น จึงต้องเดินเกมรุกด้านการลดต้นทุน โฟกัสการสร้างกำไรอย่างยั่งยืน และเตรียมเข้าประมูลคลื่นใหม่เพื่อขยายศักยภาพเครือข่ายในระยะยาว
TRUE ไร้ พรีเมียร์ลีก เลือกตัดสิ่งที่ไม่คุ้มทุน
บทวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์ ประเมินว่า TRUE ขาดทุนจากลิขสิทธิ์ EPL ในฤดูกาล 2024/2025 สูงถึง 706 ล้านบาท (รายได้ราว 1,092 ล้านบาท แต่มีต้นทุนถึง 1,798 ล้านบาท) เพราะฉะนั้น การไม่ต่อสัญญาในฤดูกาลถัดไป จึงเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อหยุดการไหลออกของเงินสด และสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ซื้อคอนเทนต์อื่นที่ตรงกลุ่มเป้าหมายและสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า
แม้จะมีสมาชิก EPL ราว 2 แสนรายที่อาจย้ายออก แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าผลกระทบต่อกำไรทั้งปี 2568-2569 จะอยู่เพียง 2-3% เท่านั้น เพราะสมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ใช้แพ็กเกจรวมอินเทอร์เน็ตบ้านและเพย์ทีวี มีแนวโน้มยังคงอยู่ต่อหาก TRUE เสนอทางเลือกที่คุ้มค่า
TRUE ไม่ได้หยุดเพียงแค่การตัด EPL แต่ยังเดินหน้าโครงการลดต้นทุนผ่านการรวมโครงสร้างพื้นฐานจากการควบรวมกิจการกับ DTAC อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลดจำนวนเสาสัญญาณซ้ำซ้อน การลดค่าใช้จ่าย SG&A ลง 10% ตลอดจนการบริหารต้นทุนคลื่นความถี่ใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คาดว่าเพียงต้นทุนจากค่าเสื่อมคลื่นความถี่ 2300MHz หากประมูลได้ในราคาต่ำกว่าคาด จะช่วยลดต้นทุนได้อีกปีละกว่า 1.1 พันล้านบาท และเพิ่มกำไรสุทธิขึ้นอีก 2-4%
เตรียมบุกประมูลคลื่น 2300MHz อัพไซด์ใหม่ของปีนี้
TRUE เตรียมเข้าร่วมการประมูลคลื่น 2300MHz จัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ หากการแข่งขันไม่รุนแรงจนราคาไม่พุ่งสูง มองว่าจะเป็นอัพไซด์สำคัญต่อประมาณการกำไรปี 25683-569 และมีโอกาสเพิ่มราคาเป้าหมายได้อีกจากปัจจุบันที่ 14.10 บาทต่อหุ้น
การประมูลคลื่น 2300MHz คาดว่าราคาสุดท้ายต่อใบอนุญาตจะอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท หรือรวม 3.78 หมื่นล้านบาท สำหรับทั้ง 7 ใบ คิดเป็นระดับราคาที่สูงกว่าราคาตั้งต้นถึง 108% คาดการณ์ไว้เผื่อกรณีมีการแข่งขันประมูลอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม หากราคาสุดท้ายเพิ่มขึ้นจากราคาตั้งต้นเพียง 20% ค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายต่อปีจะต่ำกว่าคาดประมาณ 1.1 พันล้านบาท
ผลประกอบการปี 2568 ฟื้นตัวชัด กำไรโต 2 หลัก
บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี คงคำแนะนำ "ซื้อ" TRUE ด้วยราคาเป้าหมาย 17.00 บาทต่อหุ้น โดยประเมินว่ากำไรปกติปี 2568 จะเติบโตถึง +59% และปี 2569 โตต่ออีก +27% หนุนจาก ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้) ที่สูงขึ้นทั้งในกลุ่มมือถือและเน็ตบ้าน การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจาก Synergy กับ DTAC ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง และการเริ่มใช้ประโยชน์จาก tax loss carry forward
ส่วนเหตุการณ์เครือข่ายล่ม เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา แม้จะเป็นบาดแผลต่อแบรนด์ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า แต่ไม่กระทบประมาณการกำไร ซึ่งฝั่ง TrueMove H ได้ออกมาตรการชดเชยเพิ่มเติม ได้แก่
ลูกค้าเติมเงิน: เน็ตฟรี 10GB + โทรฟรี 100 นาที (นาน 3 วัน)
ลูกค้ารายเดือน: ลดค่าบริการรายวันตามแพ็กเกจหลัก
แม้มาตรการนี้อาจกระทบรายได้ไตรมาส 2/2568 เล็กน้อย (<1%) แต่นักวิเคราะห์มองว่ายังไม่กระทบประมาณการทั้งปี และชี้ว่า TRUE ต้องเน้นเรื่องการสื่อสารและเสริมความเชื่อมั่นลูกค้าให้กลับคืน
บทสรุป TRUE อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ชี้วัดอนาคต ทั้งการปรับพอร์ตธุรกิจ ตัดต้นทุนที่ไม่ก่อมูลค่า และเดินหน้าโอกาสใหม่ผ่านการประมูลคลื่น 2300MHz สำหรับนักลงทุน TRUE ยังคงได้รับคำแนะนำ "ซื้อ" จากหลายโบรกเกอร์ และกลายเป็นหุ้น turnaround ที่น่าจับตาในปีนี้ โดยมีแนวโน้มฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจในระดับอุตสาหกรรม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทรูแจ้งชดเชยลูกค้า รับดาต้าฟรี 10GB และโทรฟรี 100 นาที ใช้งานได้ 24 ชั่วโมง
- กสทช. สั่งทรูเร่งตรวจสอบสัญญาณมือถือล่ม พร้อมเยียวยาผู้ใช้บริการ
- โวยลั่น ทรูล่ม สัญญาณโทรศัพท์-เน็ต ใช้งานไม่ได้ ทรูแจงเร่งแก้ ดีแทคไม่กระทบ
ติดตามเราได้ที่