ญี่ปุ่นติดซีรียส์ วายไทยงอมแงม 2 ยักษ์ใหญ่วงการบันเทิงญี่ปุ่นจ้างทีมงานคนไทย หวังผลิตซีรียส์วายป้อนตลาดโลก
The Structure
อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • The Structureกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่า บริษัท เอเว็กซ์ พิคเจอส์ (AVEX Pictures) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเอเว็กซ์ กลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิงยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น แถลงการณ์การออกอากาศเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องใหม่ชื่อ “Dating Game” ที่มีแผนออกอากาศภายในปีนี้ โดยทีมเขียนบทและทีมโปรดักชันจากประเทศไทย
โดย Avex Film Labels ผู้สร้างซีรีส์ “Dating Game” กล่าวว่า “เราได้ทำการสำรวจตลาดที่กำลังมาแรงในขณะนี้ และมาลงเอยที่ BL ของไทย” โดยเริ่มถ่ายทำในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป้าหมายหลักของ Avex คือการเจาะตลาดในเอเชียและตลาดต่างประเทศ
โดย “Dating Game” จะเป็นซีรีส์วายจากไทยเรื่องแรกของบริษัท ซึ่งบทละคร ผู้กำกับ และการถ่ายทำทั้งหมดเป็นฝีมือของทีมงานชาวไทย บทละครเขียนโดยคุณมาย เพียงไพฑูรย์ สาตราวาหะ ซึ่งเคยคว้ารางวัลบทละครยอดเยี่ยมจาก Asia Television Awards จากการดัดแปลงละครญี่ปุ่นยอดนิยม “Mother” เป็นเวอร์ชันภาษาไทย
นอกจากนี้ ซีรีส์ยังมีแผนทดลองเทคนิคใหม่ๆ เช่น การผสมผสานตัวละครแอนิเมชันเข้าไปในฉากจริงโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของบริษัทโปรดักชันจากไทย โปรดิวเซอร์กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกทีมไทยว่า “หากเป็นทีมญี่ปุ่น ผลงานก็จะกลายเป็นซีรีส์ญี่ปุ่น” พร้อมเสริมว่า “แม้บทละครจะเป็นบทออริจินัล แต่มีไอเดียและฉากที่แปลกใหม่ที่มีเนื้อหาดึงดูดใจ และมีสิ่งให้เรียนรู้มากมาย”
คาดว่าจะเริ่มออกอากาศในประเทศไทยภายในปีนี้ ซึ่งครั้งนี้จะต่างจากทุกครั้งของ Avex ที่ปกติจะเน้นตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ซีรีส์เรื่องนี้จะออกฉายต่างประเทศก่อนแล้วจึง “นำเข้า” สู่ตลาดญี่ปุ่น นอกจากนี้ บริษัทยังเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อออกอากาศในภูมิภาคอื่นของเอเชียด้วย โดยมีแผนจะฉายที่ญี่ปุ่นภายในปีนี้เช่นกัน
เจ้าหน้าที่ Avex Film Labels ผู้ซึ่งเป็นแฟนคลับซีรีส์วาย กล่าวว่า “ซีรีส์วายเรื่อง ‘2gether’ ที่ฉายในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้รับความนิยมและช่วยให้ซีรีส์วายไทยได้รับการยอมรับในสังคมญี่ปุ่น ปัจจุบันในญี่ปุ่นก็มีการเพิ่มช่วงเวลาออกอากาศสำหรับซีรีส์วายมากขึ้นในช่วงเวลาดึก”
“ในหลายประเทศที่มีข้อจำกัดด้านวัฒนธรรมหรือศาสนา ซีรีส์วายจึงอาจไม่สามารถออกอากาศทางโทรทัศน์ในประเทศเหล่านั้นได้ แต่ซีรีส์วายไทยมีความหลากหลาย ทั้งที่เหมาะสำหรับทีวีหรือสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เน้นการแสดงออกทางความรู้สึกมากขึ้น”
คำว่า “Thai Numa” ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “หล่มไทย” ซึ่งหมายถึงการติดหล่มหลงใหลในซีรีส์วายไทย ก็เริ่มแพร่หลายในหมู่แฟนคลับทำให้มูลค่าตลาดเติบโตตามไปด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเองก็ได้เปิดบัญชี X (เดิมคือ Twitter) อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับซีรีส์วายไทยแก่แฟนคลับชาวญี่ปุ่น และส่งเสริมการเดินทางตามรอยสถานที่ถ่ายทำ
การที่วงการภาพยนตร์และละครของญี่ปุ่นจับมือกับทีมสร้างจากไทยเพื่อนำกระแสความนิยมในตลาดและความเชี่ยวชาญของทีมงานเข้ามาใช้ ดูเหมือนจะเป็นความเคลื่อนไหวที่ขยายตัวต่อไปในอนาคต
ในขณะที่บริษัทคาโดกาวะคอร์ปอเรชั่น เตรียมฉายภาพยนตร์ซีรีส์วายเรื่อง “LOVE SONG” ในเดือนตุลาคมซึ่งกำกับโดยผู้กำกับชาวไทย โดยทั้งสองบริษัทมุ่งหวังจะนำเอาความรู้และประสบการณ์จากประเทศไทยซึ่งถือเป็น “ต้นตำรับ” มาผสมผสานเพื่อเข้าถึงกลุ่มแฟนคลับที่มีความชื่นชอบซีรีส์วาย
ทั้งนี้ DITP ให้ความเห็นว่า กระแสความนิยมซีรีส์วายไทยในญี่ปุ่นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากการออกอากาศซีรีส์ ‘2gether’ ในปี 2563 ซึ่งอยู่ในช่วงการระบาดที่ผู้คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น
ซีรีส์วายเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ที่รัฐบาลพยายามผลักดันและสนับสนุน ซึ่งกระแสซีรีส์วายทำให้วงการ บุคลากร เนื้อหา วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ของคนไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มคนญี่ปุ่น อีกทั้งยังส่งผลให้สินค้าไทย เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ไทยได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นด้วย
ที่ผ่านมา รูปแบบธุรกิจของคอนเทนต์ซีรีส์วายส่วนใหญ่คือสื่อญี่ปุ่นเลือกซื้อคอนเทนต์จากไทยเพื่อออกอากาศในประเทศญี่ปุ่น แต่ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันในการผลิตระหว่างไทยและญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การยกระดับการรับรู้ซีรีส์วายไทยในญี่ปุ่น และช่วยผลักดันการส่งออกคอนเทนต์ของไทยให้ขยายตัวยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ครีเอเตอร์และศิลปินชาวไทยยังสามารถคาดหวังโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านความร่วมมือนี้ อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการแนะนำวัฒนธรรมและสินค้าไทยซึ่งจะช่วยกระตุ้นความต้องการบริโภคสินค้าไทยในญี่ปุ่นได้ด้วย