โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

มะปราง วิรากานต์ เผยป่วยหัวใจทะลุ เล่านาทีชีวิต เกิดอาการแพนิค-ซึมเศร้า บนทางด่วน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 07.42 น.

‘มะปราง วิรากานต์’ เผยป่วยหัวใจทะลุ เล่านาทีชีวิต เกิดอาการแพนิค-ซึมเศร้า บนทางด่วน

นักแสดงสาวมากความสามารถ มะปราง วิรากานต์ ควงคุณสามี นายตำรวจใหญ่ ดร.ชร พรประกฤต และลูกชายน้องเชน วัย 1 ขวบ มาเปิดใจในรายการคุยแซ่บshow ถึงเรื่องราวการตรวจพบโรคหัวใจทะลุ พร้อมเล่านาทีชีวิตมีอาการแพนิค-ซึมเศร้า บนทางด่วน

ตั้งแต่แต่งงาน มีลูก ไม่ออกงานตั้งใจเลี้ยงลูกอย่างเดียว?

มะปราง : ด้วย แล้วร่างไม่อำนวยด้วย หนูขึ้นมา 25 โล

ตอนนี้ น้องเชน 1 ขวบ 3 เดือน พัฒนาการเป็นยังไงบ้าง?

มะปราง : พูดว่าแม่ ป้า ปลา วัว

บ้านนี้มีกฎไม่ให้ดูจอ ไม่ว่า ไม่ตี?

มะปราง : มันยากมาก เพราะเราเป็นคนดุ เราได้ปรึกษาคุณหมอจิตวิทยาเด็ก เขาก็ให้คำปรึกษาว่าจะเป็นเวนี้ เวเขาคือ ไม่ดุ ไม่ว่าก็จริง แต่ต้องก็มีกฎ

คุณพ่อต้องจดสถิติเพราะอะไร?

คุณชร : เราเป็นพ่อ แม่ มือใหม่มีลูกชายคนแรก เราไม่มีความรู้หรือประสบการณ์เลย เราเลยต้องเก็บเป็นตัวเลขหรือเป็นสถิติก่อน พอเราเริ่มรู้แล้ว ตัวเลขค่อยๆ หายไป มันเริ่มเชี่ยวชาญขึ้น

ที่จดมันช่วยไหม?

มะปราง : มันช่วยมาก อย่างน้องเชน ช่วงแรกเขาถ่ายเยอะผิดปกติ อย่างเด็กน้อยตอนเด็กๆ ถ่าย 6-8 ครั้ง เชนเป็น 10 กว่าครั้งจนก้นแดง จดถึงขั้นแม่กินอะไรบ้าง เชนกินนมแม่ และกินนมชงประเภทนี้เป็นยังไงบ้าง ถ่ายรูปในมือถือมีแต่รูปอึส่งไปให้คุณหมอดู บางทีเราไม่ต้องไปโรงพยาบาล คุณหมอก็จะวิเคราะมาให้เลยว่าเป็นอะไร แต่ถ้าเกิดมีคนต่อไปจะทำไหม ไม่ทำ

พาลูกไปเที่ยวตั้งแต่อายุกี่ขวบ?

มะปราง : 8 เดือนไปฮ่องกง แต่ก่อนหน้านั้นในไทยก็ไปแล้ว เขาใหญ่ไปตั้งแต่ 3-4 เดือน

ไปเที่ยวมันง่ายเหมือนที่เราคิดไหม?

มะปราง : หนูไม่เคยคิดว่ามันง่ายเลย หนูไปฮ่องกง หนูไม่รู้รสชาติอาหารเลย หนูมัวแต่โฟกัสกับลูกกินแค่เหมือนผ่านปากเฉยๆ วันนั้นพาตากับยายไปด้วย เราก็ถามตากับยายว่าสนุกไหม ตา ยาย ตอบว่าเราไปเที่ยวอะไรกันเหรอ เหนื่อยกันหมดทุกคน แต่เราอยากพาไป เพราะอยากมีความทรงจำกับลูก แต่ไม่มีความทรงจำเลย แต่ก็ไม่เข็ดไปเรื่อยๆ ในไทยคือทุกเดือน ซึ่งประสบการณ์ลูกไม่เท่าไหร่ แต่ประสบการณ์พ่อ แม่ เหมือนได้สร้างภูมิ มันก็ง่ายขึ้น

แต่ก็ไม่ได้ง่าย ได้ป่วยกลับมาด้วย?

มะปราง : พอชีวิตมันจะหายใจได้ มันจะมีอะไร พอบอกว่าช่วงนี้ลูกแข็งแรงดีจังเลย เท่านั้นแหละประกันทำงาน

คุณชร : ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ

มะปราง : แล้วเป็นกันหมดทุกคนในบ้าน เพราะตอนนั้น ความลูก ความแม่มือใหม่ ลูกป่วย ไม่เป็นไรลูก แม่จะอยู่กับหนู พลีกายถวายชีวิต เป็นด้วยกัน ทั้งๆ ที่มีคนโทรมาเตือนแม่ ยายก็โทรมาบอกว่าไม่ต้องป่วยกับลูกนะลูก ใส่แมสก์ไว้ เราก็กลัวลูกไม่เห็นหน้า กลัวลูกเสียใจ

มีช่วงนึงคุณพ่อ คุณแม่กลัวว่าลูกชายจะเป็นออทิสติก?

มะปราง : มันมีช่วงนึง เขาพลังเยอะมาก แล้วเขาชอบเอาหัวไปกระแทกผนังให้มันเจ็บ ฉันเคยอ่านมาอาการแบบนี้มันเข้าข่ายนะ รีบพาไปเลย พอไปถึงคุณหมอบอกว่าไม่เกี่ยวเลย เขาเป็นคนพลังงานเยอะ แล้วเขาเทสว่าสิ่งที่กระทบกับเขามันเป็นยังไง

คุณแม่เป็นมาม่าบลูจนถึงลูก 8 เดือน?

มะปราง : เป็นแบบไม่รู้ว่าเป็น คิดว่าคนมีลูกจะนิ่งขึ้นจริงๆ เปล่า หนูเป็นมาม่าบลูโดยที่ไม่รู้ว่าหนูเป็น ตอนไหนได้ศึกษาธรรมะ ดูจิต ดูกาย ดูใจ เราจะรู้ว่าเป็นประมาณไหน แต่พอหลังคลอดได้ชุดความรู้จากแม่และผู้ใหญ่ว่าเราจะเปลี่ยนไปนะ เราก็คิดว่าเราอาจจะเปลี่ยนไป สิ่งที่สังเกตชัดคือเรามีความคิดที่ดาร์กมาก ดาร์กแบบเราเห็นลูกประสบอุบัติเหตุตลอดเลย สมัยก่อนหนูเห็นลูกวิ่งอย่างนี้ไม่ได้เลย หนูรู้สึกว่าลูกถึงขั้นเจ็บ ถึงขั้นตายเลย เดินผ่านบันไดหนูรู้สึกว่าลูกจะตกลงไปตาย เราเห็นอาการตรงนี้น่าจะเป็นความผิดปกติของฮอร์โมน

เขาเปลี่ยนไปเยอะไหมกับตอนก่อนท้อง?

คุณชร : เปลี่ยนไปไม่เยอะครับ เพราะเรามองไม่เห็นว่าเขารู้สึกยังไง เขาคิดอะไรอยู่ บางทีเขาจะเก็บเก่ง ด้วยความเป็นนักแสดง

มะปราง : พิจารณาตัวเองอยู่ค่ะ ดูอารมณ์น่าจะไม่ปกติ

แล้วเราหายตอนไหน?

มะปราง : อยู่ดีๆ ตื่นเช้ามามันสดใสมาก

คุณชร : แล้ววันนั้นมาบอกว่าหายมาม่าบลูแล้ว

มะปราง : หนูไม่รู้ว่าหนูเป็น แต่วันนี้หนูหายแล้ว มันสดใส มันกลับมาเป็นมะปรางที่สดใส

มะปรางป่วยบ่อยมาก เข้าโรงพยาบาลปีนึงเกือบ 10 ครั้ง?

มะปราง : บวกๆ

อันนี้คือช่วงหลังแต่งหรือก่อนแต่ง?

มะปราง : จริงๆ เป็นมาตลอดนะตั้งแต่ตอนถ่ายละคร แต่หนูแค่ไม่ได้ลงโซเชียล มันเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากอารมณ์หมดเลย ถ้าโกรธมากๆ กระเพาะทะลุ, ลำไส้อักเสบ, ลำไส้แปรปรวน ที่มาเจอหลังแต่งงาน เพราะมีเวลาว่าง พอมันมีเวลาอาการมันออกมาเยอะ ที่ผ่านมาไม่เคยว่าง มันมีความคิดนึง ถ้าไม่ว่าง ไม่ป่วย ช่วงนั้นป่วยทุกโรคเลย ช่วงโควิดเจอว่ามีการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร ต้องส่องกล้อง ทานยาเป็นเดือนๆ เลยกว่าจะหาย แล้วก็กรดไหลย้อน ตรวจเจอว่าหัวใจช่องล่างหนูผนังทะลุ ทุกอย่างมันเกิดจากอารมณ์หมดเลย เพราะเราละครแบบที่เราเป็นตัวละคร แล้วหนูก็เป็นตัวร้ายทั้งหมด

หัวใจทะลุมันคือโรคอะไร?

มะปราง : มันคือการเบิร์นเยอะเกินไป

คุณชร : ใช้คำว่ามีรู แต่เล็กมาก

มะปราง : พวกนี้จะเป็นตั้งแต่กำเนิด แต่หนูดันเพิ่งเป็น

ต้องรักษาอะไรเป็นพิเศษไหม?

มะปราง : รักษาตามอาการ โชคดีไปเจอพระอาจารย์ ท่านแนะนำให้เรารู้จักวิธีเรียนรู้อารมณ์ ปรางเป็นนักแสดง ตอนแรกก็บอกว่าหนูรู้จักอารมณ์ดีอยู่แล้ว จะให้ร้องไห้ตอนนี้หนูก็ทำได้ แต่จริงๆ มันคือการรู้จักอารมณ์แบบไม่บิดเบี้ยว ปรางเป็นคนจิตดี ชอบเป็นคนดี ชอบให้คนรัก ก็เลยรู้สึกว่าต้องเป็นคนดีสิ แต่พอเป็นตัวร้ายไปนานๆ ความร้าย ความคิด อิจฉา มันเข้ามาในร่างกายแบบไม่รู้ตัว พอพวกนี้เกิดขึ้นความเป็นคนดีก็ปัดทิ้ง มันคือการไม่เรียนรู้อารมณ์แบบแท้จริง พอมันสะสมไปเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นแพนิค ซึมเศร้า

พอรักษาโรคหัวใจทะลุก็ทราบว่าตัวเองเป็นแพนิค ซึมเศร้า มาทราบตอนอยู่บนทางด่วน?

มะปราง : หนูขับรถไปทำงานคนเดียวตามปกติ ตอนขับอยู่ทางด่วนตรงเลียบด่วนที่เป็นทางโค้งสูงๆ อยู่ดีๆ หนูหายใจไม่ออก เพราะเหมือนเห็นมันสูงมาก มือสั่น เหงื่อแตกเยอะจนพวงมาลัยลื่นเลย แล้วหายใจถี่ หายใจไม่ออก เหมือนจะเป็นลม ขับได้แค่ 20 เองมั้ง แล้วคันหลังก็บีบแตร กูจะตายอยู่แล้วอย่าเพิ่งบีบแตร แต่ก็ประคองตัวเองจนถึงบ้าน

เป็นบ่อยไหม?

มะปราง : ครั้งแรกเลย หลังจากนั้นหนูก็พบแพทย์เลยว่าเป็นอะไร ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยเป็น แต่มีฝันว่าตกทางด่วนบ่อยๆ พอเราไปตรวจเราถึงรู้ว่าเราเป็นแพนิค เป็นขาลงของซึมเศร้า

คุณหมอรักษายังไงบ้าง?

มะปราง : ก็มียา กินยาตามอาการ ปรางโชคดีที่มีกัลยาณมิตรดี ปรางเจอพี่เงาะ แกบอกว่าแปลกๆ นะเรา แล้วพาไปเจอกับพระอาจารย์ต้น ท่านเมตตามาก ตอนนั้นท่านลูกศิษย์เยอะมาก แต่ก็มาถามว่าสุขภาพเป็นไงบ้าง ก็ปกติดี ตอนนั้นเราคิดว่าการเป็นโรคนี้ไม่ได้เป็นปัญหา เดี๋ยวกินยาก็หาย คุยไปสักพักท่านก็ถามว่าเวลาโกรธจัดการยังไง ก็บอกว่าเวลาโกรธจะไม่ยอมให้ตัวเองโกรธ เพราะชอบเป็นสุขนิยมก็ปัดอารมณ์ทิ้ง ทำให้ตัวเองมีความสุข ตอนเสียใจก็ไม่อยากเสียใจ ก็พยายามมีความสุขให้ได้เลย พระอาจารย์บอกว่าอันนี้เป็นซึมเศร้าแล้วนะ แล้วคุยต่อพระอาจารย์บอกว่าแบบนี้ต้องเป็นแพนิคแล้วนะ เราก็คิดว่าพระอาจารย์องค์นี้แม่นมาก ศรัทธาเลย สงสัยจะดูดวงแม่น ไม่ จริงๆ คืออาการผิดปกติทางอารมณ์มันจะทำให้เกิดแบบนี้ทุกคนอยู่แล้ว ท่านสอนให้ระลึกเพื่อสร้างสติ เพื่อเอาสติไปรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเรา เพราะปรางไม่รู้อารมณ์ตัวเองแบบแท้จริง ซึ่งพอรู้มันหนูไม่มีอาการอะไรเลย จนไม่ต้องกินยา ไม่มีอาการ ไม่ใช่แค่อาการทางอารมณ์เนาะ อาการทางกายด้วย

ตอนนี้อาการป่วยมันดีขึ้น มีแพลนจะกลับมาทำงานในวงการไหม?

มะปราง : ติดใจคนนี้อยู่ ให้เขาเข้าโรงเรียนก่อนแล้วค่อยว่ากัน

สัญญาหมดหรือยัง?

มะปราง : วันนี้นี่แหละที่จะไปต่อ จริงๆ เราทำงานกับที่อื่นได้ แต่เล่นละครกับทางช่อง

เราจะได้เห็นมะปรางกลับมาเล่นละครไหม?

มะปราง : วันนึงหนูจะต้องคิดถึง แต่ก็ต้องสักพัก

แล้วถ้ากลับมาเรื่องอารมณ์จะเป็นยังไง?

มะปราง : ตอนนี้หนูรับมือไหวแล้วค่ะ

มะปรางจัดการอารมณ์ด้วยการใช้ธรรมะ?

มะปราง : จริงๆ ที่ผ่านมาได้ทั้งหมดต้องขอบคุณพี่ชรด้วย เพราะไม่ว่าเราจะดี จะเลวยังไง นางอยู่ด้วยตลอด สมัยที่เรามูเตลูแบบสุดใจ นางก็พาเราไป ทั้งที่จริงๆ นางไม่อะไรกับเรื่องพวกนี้เลย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มะปราง วิรากานต์ เผยป่วยหัวใจทะลุ เล่านาทีชีวิต เกิดอาการแพนิค-ซึมเศร้า บนทางด่วน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...