โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

BIS เตือน “รัฐบาลทั่วโลก” เร่งคุม หนี้สาธารณะ ก่อนสาย ดอกเบี้ยสูงฉุดเสถียรภาพการเงิน-เสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 03.31 น.

BIS ส่งสัญญาณแรงรัฐบาลทั่วโลกต้องหยุด หนี้สาธารณะ ที่พุ่งไม่หยุด หลังต้นทุนดอกเบี้ยสูงจนอาจฉุดความเชื่อมั่น-เสถียรภาพการเงินโลก แนะวางกรอบการคลังโปร่งใส และเดินหน้ารัดเข็มขัดทันที

วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 07.28 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Agustín Carstens ผู้จัดการทั่วไปของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กล่าวว่า รัฐบาลทั่วโลกต้องเร่งควบคุมการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะที่ไม่หยุดยั้ง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกำลังทำให้เส้นทางการคลังของหลายประเทศไม่ยั่งยืน

Agustín Carstens กล่าวว่า หลังวิกฤตการเงินโลก รัฐบาลหลายประเทศสามารถดำเนินนโยบายขาดดุลการคลังและก่อหนี้ในระดับสูงได้โดยไม่กระทบเสถียรภาพ เพราะอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ จึงหลีกเลี่ยงการตัดสินใจยาก ๆ อย่างการลดรายจ่ายหรือขึ้นภาษีได้

“แต่วันนี้ยุคของดอกเบี้ยต่ำสุดขีดได้จบลงแล้ว รัฐบาลมีเวลาจำกัดในการจัดระเบียบการคลังก่อนที่ประชาชนจะเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่น” คาร์สเทนส์กล่าวในเวทีประชุมที่จัดโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ณ กรุงโตเกียว พร้อมเสริมว่า “ขณะนี้ตลาดเริ่มตระหนักแล้วว่าบางเส้นทางทางการคลังนั้นไม่ยั่งยืน และหากปล่อยให้เกิดความไม่สมดุลในระดับสูง ระบบการเงินโลกอาจปั่นป่วนได้ในทันที”

นอกจากนี้ได้เตือนว่ารัฐบาลหลายประเทศต้องเริ่มกระบวนการรัดเข็มขัดทางการคลัง (Fiscal Consolidation) โดยไม่สามารถแก้ปัญหาไปวัน ๆ ได้อีกต่อไป

โดยคำเตือนนี้มีขึ้นหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yields) ในสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลของตลาดว่ารัฐบาลอาจเพิ่มการใช้จ่ายโดยอาศัยหนี้เพิ่มขึ้น

“การผิดนัดชำระหนี้สาธารณะ (Public debt defaults) สามารถทำลายเสถียรภาพของระบบการเงินโลก และทำลายนโยบายการเงิน …เมื่อธนาคารกลางต้องเข้ามาแบกรับหนี้ของรัฐบาล จะทำให้เกิดภาวะที่การคลังกลายเป็นฝ่ายกำหนดนโยบายการเงิน (Fiscal Dominance) ซึ่งนำไปสู่เงินเฟ้อสูงและค่าเงินอ่อนค่ารุนแรง”

คาร์สเทนส์จึงกล่าวย้ำว่า “ทางการคลังต้องควบคุมการเพิ่มขึ้นของหนี้อย่างไม่หยุดยั้งให้ได้” เพราะหากปล่อยต่อไป ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจจะยิ่งรุนแรง

ทั้งนี้ BIS มีบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินและการคลังระหว่างธนาคารกลางทั่วโลก และทำหน้าที่เป็นธนาคารของธนาคารกลาง

คาร์สเทนส์ยังกล่าวอีกว่าหลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการใช้จ่ายภาครัฐ จากปัจจัยระยะยาว เช่น การเข้าสู่สังคมสูงวัย (Population ageing) ปัญหาสภาพภูมิอากาศ (Climate change) และค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น (Defense spending)

“รัฐบาลต้องกำหนดเส้นทางการคลังที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ เพื่อรักษาความมั่นคงทางการคลังในระยะยาว โดยควรยึดตามกรอบวินัยการคลังที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือต้องทำตามที่ประกาศไว้จริง …ธนาคารกลางไม่ควรเป็น ‘คนแบกรับทุกอย่าง’ อยู่ฝ่ายเดียว”

ในส่วนของนโยบายการเงิน คาร์สเทนส์กล่าวว่า “เราไม่ควรคาดหวังว่าธนาคารกลางจะสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในช่วงแคบ ๆ ภายในเวลาอันสั้นได้เสมอ …เพราะอย่างที่เห็นกันแล้วในช่วงที่ผ่านมา เงินเฟ้อบางส่วนเกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคารกลาง”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...