"อ.เจษฎา" เตือน ! ไม่ควรเอาน้ำมันพืชไปเติมรถยนต์ ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีที่มีการแชร์ข้อมูลว่า รถยนต์สามารถใช้น้ำมันพืชทดแทนได้ โดยระบุว่า
"ไม่ควรเอาน้ำมันพืช ไปเติมรถยนต์นะครับ"
พอน้ำมันรถขึ้นราคาทีไร ข่าวเก่าเรื่องนี้กลับมาแชร์กันทุกครั้งเลย ซึ่งผมเคยเขียนบทความเตือนเอาไว้แล้วนะครับ ว่าไม่ควรทำตาม !
คือ นอกจากจะไม่ค่อยให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันขึ้นแล้ว ยังเกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้ โดยเฉพาะกับรถยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้เครื่องคอมมอนเรล
ขอเอาบทความเก่ากลับมารีโพสต์ให้อ่านกันอีกครั้ง มีคำอธิบายเคลียร์ๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้ไว้ในรายการ "ชัวร์ก่อนแชร์" ของสำนักข่าวไทยด้วย
แถมด้วยบทความยืนยันจากบริษัทโตโยต้า ในตอนท้ายสุดด้วยครับ
ปล. ราคาน้ำมันดีเซล รัฐเค้าก็ตรึงเอาไว้ให้แล้วที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรนะ ดังนั้น ไม่ต้องไปหาทำอะไรแบบนี้หรอกครับ
(รีโพสต์ ) "เติมน้ำมันพืช ไม่ได้ทำให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันขึ้นครับ"
เรื่องนี้ถูกแชร์กันมานานประมาณนึงแล้ว ตั้งแต่ตอนช่วงที่ราคาน้ำมันดีเซลแพงขึ้น จนคนพยายามจะหาทางต่างๆในการประหยัดน้ำมัน แล้วก็มีคนไปเอาน้ำมันปาล์มมาเติมลงไปแทนเพราะราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลในขณะนั้น … แต่พอราคาน้ำมันปาล์มเริ่มแพง และน้ำมันดีเซลราคาเริ่มคงที่ เรื่องนี้ก็ค่อยๆเงียบไป
ต่อมา ก็กลับมาแชร์กันใหม่ โดยอ้างว่าการเติมน้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง อย่างในรูปนี้ จะช่วยให้เครื่องรถดีเซลทำงานดีขึ้น แถมยังประหยัดน้ำมันมากขึ้นด้วย
ไม่จริงนะครับ!! ไม่ควรทำตาม เพราะกลับทำให้เครื่องยนต์ทำงานแย่ลง โดยเฉพาะพวกรถยนต์เครื่องดีเซลสมัยใหม่แบบเครื่องคอมมอนเรล จะมีปัญหากับระบบหัวฉีดได้ … แถมราคาน้ำมันพืชแบบนี้ ก็ไม่ใช่ถูกๆ ขวดนึงตกลิตรละ 40 กว่าบาททีเดียว
ทางรายการ #ชัวร์ก่อนแชร์ ของสำนักข่าวไทย ก็เคยไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งให้ความเห็นตรงกันว่า การเติมน้ำมันพืชแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันได้
โดย อ. สุเมธ พลับพลา อาจารย์สาขาวิศวกรรมเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี ระบุ
"น้ำมันพืชจะทำให้เครื่องยนต์รถดีเซลติดยากกว่าน้ำมันดีเซล เพราะค่าออกเทนไม่เหมือนกัน หากใช้ระยะยาวจะทำให้เครื่องยนต์อุดตัน จากยางเหนียวในน้ำมัน"
ส่วน ผศ. ดร. ยศพงษ์ ลออนวล อ.ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจร.พระจอมเกล้า ธนบุรี ระบุว่า
"หากใช้น้ำมันพืช ในระยะยาวจะมีผลทำให้คาร์บอนอุดตัน เครื่องยนต์รถนั้น ออกแบบมาให้ใช้กับน้ำมัน หากใช้น้ำมันพืชโดยไม่มีความรู้อาจจะเกิดอันตรายได้"
สรุปคือ ถ้าไม่ใช่เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าๆ ก็อย่าหลงเชื่อทำตามที่เขาแชร์กันแบบนี้นะครับ เดี๋ยวรถของท่านจะเสียหายไป ช่วยไม่ได้นะ
ดูคลิปรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ เพิ่มเติมได้ที่https://youtu.be/irMdbhtjBEI
(เพิ่มเติมความรู้จาก บ.โตโยต้า ด้วย)
"เติมน้ำมันพืชแทนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้จริงหรือ?"
น้ำมันพืชสามารถใช้เติมรถยนต์ได้จริงๆ ครับ แต่จะติดเครื่องยากกว่าเติมน้ำมันดีเซล และถ้าใช้ไปนานๆ จะทำให้เครื่องยนต์อุตตัน หากต้องการใช้น้ำมันพืชกับเครื่องยนต์ดีเซล ขอแนะนำให้ใช้ไบโอดีเซลที่ผ่านกระบวนการแยกยางเหนียวในน้ำมันออกมาแล้วจะคุ้มค่ากว่าครับ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ทางการเกษตร
หลายคนเชื่อว่าการเติมน้ำมันพืชจะช่วยทำให้รถประหยัดน้ำมันขึ้น อันนี้ขึ้นกับสภาพการจราจรและวิธีการขับรถของแต่ละบุคคลครับ ซึ่งอาจจะมีผลทำให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเชื้อเพลิงก็ได้ ในความเป็นจริงแล้วเครื่องยนต์ออกแบบมาให้ใช้กับน้ำมัน หากใช้น้ำมันพืชโดยไม่มีความรู้อาจจะเกิดอันตรายได้ ทางที่ดีใช้รถแบบเติมน้ำมันจะดีที่สุดครับ
คุณสมบัติของน้ำมันพืช…
ความจริงแล้วน้ำมันพืชที่เราใช้ประกอบอาหารนั้น ก็คือ น้ำมันไบโอดีเซล B100 ซึ่งมีความสะอาดทำให้สามารถนำมาทำอาหารได้ แต่ถ้าจะนำมาเติมแทนน้ำมันเครื่องต้องเป็นเครื่องยนต์แบบดีเซลรอบต่ำเท่านั้น หากนำใช้กับเครื่องรถยนต์ควรผสมเพื่อเป็นหัวเชื้อจะดีกว่า เนื่องจากการจุดระเบิดในห้องเครื่องแรงกว่าน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมนั่นเอง
ทุกวันนี้น้ำมันดีเซลที่จำหน่ายตามปั๊น ส่วนใหญ่จะมีการผสมไบโอดีเซลอยู่แล้วประมาณ 5 % จึงเชื่อได้ว่าสามารถเติมน้ำมันพืชผสมกับน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมทำได้จริง “เพราะเครื่องยนต์ดีเซลทุกรุ่นสามารถเติมน้ำมัน B100 โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไร” ซึ่งสำหรับใครที่อยากลองทดสอบดูแนะนำให้ใช้น้ำมันพืชแบบที่ไม่มีไข เพราะไขอาจไปอุดตันระบบจ่ายน้ำมัน–หัวฉีดได้ครับ
ข้อควรจำก็คือ : กระบะรุ่นใหม่ จะมีเครื่องยนต์หัวฉีดแบบละเอียด และระบบการตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในน้ำมันอาจก่อ วิธีการเติมน้ำมันพืชผสมลงกับน้ำมันดีเซลจึงทำได้กับรถกระบะดีรุ่นเก่าเท่านั้น ไม่แนะนำให้ทำกับรถรุ่นใหม่เท่าไหร่ครับ…
https://www.kmotors.co.th/kmotors-guru/chang-k-oil-diesel-at-kmotors/