โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจนละ-แตก แยกเป็น 2 แคว้น

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ส.ค. 2566 เวลา 06.10 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2565 เวลา 09.44 น.
ภาพถ่ายนักท่องเที่ยว ณ โบราณสถานในสมโบร์ไพรกุก ในเขตกำพงธม กัมพูชา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560 (Sambor Prei Kuk) (TANG CHHIN Sothy / AFP)

เมื่ออาณาจักร “เจนละ” แตก แยกเป็น 2 แคว้น ทางทิศเหนือคือ เจนละบก ทางทิศใต้คือ เจนละน้ำ

รัชกาลพระเจ้าภววรมัน

เจนละ เป็นประเทศราชของอาณาจักรฟูนัน

กษัตริย์องค์หนึ่งซึ่งสืบเชื้อสายมาจากฤาษีกัมพูซึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าเศรษฐวรมัน ทรงเป็นปฏิปักษ์แก่อาณาจักรฟูนัน

ในครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 12 มีเจ้าหญิงในพระราชวงศ์องค์หนึ่งทรงเสกสมรสกับเจ้าชายฟูนันที่ทรงพระนามว่า พระเจ้าภววรมัน เจ้าชายองค์นี้ทรงยึดอำนาจและเริ่มต้นปราบปรามอาณาจักรฟูนันโดยความช่วยเหลือจากพระเชษฐาคือเจ้าชายจิตรเสน

ภายใต้รัชกาลของพระเจ้าภววรมันนี้ อาณาจักรเจนละได้แผ่ขยายอาณาเขตไปทางใต้บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

รัชกาลพระเจ้ามเหนทรวรมัน

พระเจ้าภววรมันสิ้นพระชนม์โดยมิทรงมีรัชทายาท ดังนั้นพระเชษฐาของพระเจ้าภววรมัน คือเจ้าชายจิตรเสน จึงเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติในราว พ.ศ. 1145 ในพระนาม พระเจ้ามเหนทรวรมัน พระองค์ทรงดำเนินพระราโชบายและพระราชกิจที่ริเริ่มมาแต่รัชกาลก่อนต่อไป กับทั้งทรงผนวกดินแดนเมืองกระเตี้ย, มงคลบุรีและบุรีรัมย์ ทรงส่งราชทูตไปยังอาณาจักรจัมปาเพื่อสันถวไมตรีอันดี อย่างไรก็ดี ภายหลังจากพระเจ้ามเหนทรวรมันสิ้นพระชนม์ (ในช่วงรัชกาลอันสั้น) ก็ทรงทิ้งราชอาณาจักรซึ่งมีความมั่นคงไว้ให้แก่พระราชโอรสของพระองค์

รัชกาลพระเจ้าอีศานวรมันที่ 1

พระเจ้าอีศานวรมัน ซึ่งทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1159 – พ.ศ. 1179 ทรงประสบความสำเร็จในการครอบครองอาณาจักรฟูนัน ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นโดยพระเจ้าภววรมัน พระปิตุลา และพระเจ้ามเหนทรวรมัน พระราชบิดาของพระองค์ ศิลาจารึกได้กล่าวถึงความสำเร็จดังกล่าว โดยได้พบศิลาจารึก ณ ไพรเวง ตาแก้ว และจันทบุรีในดินแดนประเทศไทย

พระองค์ทรงสถาปนาราชธานี ณ สมโบร์ไพรกุกทางทิศเหนือของกำปงธม กับทั้งได้ตั้งมั่นพระราชอำนาจในบริเวณริมทะเลสาบใหญ่ ซึ่งจะเป็นสถานที่ซึ่งพระราชอำนาจของกษัตริย์เขมรจะดำรงอยู่เป็นเวลาช้านาน

ในราชธานีที่กว้างใหญ่แห่งนี้ได้โปรดให้สร้างศาสนสถานก่อด้วยอิฐ โดยสถาปัตยกรรมดังกล่าวคล้ายคลึงเป็นอย่างมากกับต้นแบบของเทวาลัยในศาสนาฮินดู แต่ปรากฏว่าประติมากรรม ซึ่งได้ค้นพบในบริเวณนี้ อาทิ พระหริหระและรูปพระอุมาจากสมโบร์ไพรกุก แสดงให้เห็นว่า ประติมากรได้สร้างงานซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเองและทรงมหิทธานุภาพ

พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงนำราชอาณาจักรของพระองค์และทรงดำเนินสัมพันธไมตรีอันดีกับประเทศจีนและอาณาจักรจัมปา ด้วยการแลกเปลี่ยนคณะทูตระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ

พระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 ทรงมีชัยชนะอย่างรวดเร็ว ประกอบกับแว่นแคว้นต่าง ๆ ที่ทรงครอบครองมิได้รวมกันเป็นอย่างดี พระองค์ยังคงรักษาการปกครองแบบศักดินาของฟูนัน แต่ขณะเดียวกันประเทศราชทั้งหลายก็ยังค่อนข้างวุ่นวายสับสน

เนื่องจากพระเจ้าอีศานวรมันที่ 1 มิทรงมีโอรส ด้วยเหตุนั้นเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว จึงได้บังเกิดความยุ่งยากตามมา ในท้ายที่สุดพระเจ้าภววรมันที่ 2 ซึ่งคงเป็นผู้แย่งราชสมบัติและในรัชกาลใหม่นี้เป็นระยะเวลาแห่งความมืดมน

รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 1

พระเจ้าภววรมันที่ 2 ทรงได้ตรากฎหมายแห่งการสืบราชสมบัติ จึงทำให้พระโอรสคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ได้เสด็จขึ้นเสวยราชย์ได้อย่างราบรื่นจนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 1224

พระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ทรงตั้งราชธานี ณ เมืองพระนครบุรี (Angkor Borei) บริเวณจังหวัดตาแก้วในปัจจุบัน พระองค์ยังคงรักษาไมตรีอันดีกับประเทศจีน เช่นเดียวกับที่ราชบูรพการีได้ทรงกระทำมาแล้ว ด้วยการส่งคณะทูตไปยังราชสำนักของพระจักรพรรดิเกาจง (Kao-Tsong) แห่งราชวงศ์ถัง

พระเจ้าชัยวรมันที่ 1 สิ้นพระชนม์โดยมิได้ทรงมีรัชทายาท ดังนั้น พระนางชัยเทวี พระชายาม่ายจึงพยายามจะดำเนินตามพระราโชบายแห่งพระสวามี แต่ทว่าการปกครองราชอาณาจักรที่กว้างใหญ่เป็นสิ่งที่พ้นวิสัยของราชนารี แม้ว่าพระนางจะทรงพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ด้วยเหตุนั้นอาณาจักรเจนละจึงแตกแยกออกเป็นสองแคว้นด้วยกัน อันได้แก่

ทางทิศเหนือคือ เจนละบก ซึ่งตรงกับบริเวณที่ตั้งดั้งเดิมของอาณาจักรเจนละ

ทางทิศใต้คือ เจนละน้ำ คือบริเวณที่เป็นที่ตั้งของอาณาจักรฟูนันโบราณนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 ตุลาคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...