โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดองกิ เปิดร้านไซซ์เล็ก ปรับแผน-เตรียมบุกต่างจังหวัด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ย 2565 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2565 เวลา 02.54 น.

“ดองกิ” ปรับแผนลดเป้าสาขาในไทยจาก 20 สาขา เหลือ 12 สาขาในปี 2568 เหตุโควิดทำสะดุด พร้อมเปิดฉากทดลองโมเดลร้านไซซ์เล็ก ขนาด 1,200-1,500 ตร.ม. หวังเพิ่มความคล่องตัวในการหาทำเล ผนึกธนิยะปักธงสาขาที่ 7 ต้นปี 2566 คาดเปิดปีละ 3 สาขา พร้อมหันรุกต่างจังหวัด

นายโยซูเกะ ชิมานุกิ ประธานกรรมการ บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารเชนร้านค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่น ดอง ดอง ดองกิ กล่าวว่า ตลาดค้าปลีกของไทยยังมีศักยภาพสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ด้วยจุดแข็งหลายด้าน อาทิ จำนวนผู้บริโภค มีจังหวัดหัวเมืองใหญ่หลายแห่ง และผู้บริโภคชาวไทยยังชื่นชอบสินค้าญี่ปุ่น

ขณะนี้แม้จะมีสถานการณ์เรื่องเงินเฟ้อและค่าเงินผันผวน แต่ไม่กระทบกับบริษัทมากนัก เนื่องจากเป็นธุรกิจสไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้มีลูกค้ามาจับจ่ายของกินของใช้เป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ก็ทำให้แผนการขยายสาขาในประเทศไทยล่าช้ากว่าที่วางเป้าไว้ว่าจะมี 20 สาขาในไทยภายในปี 2568 แต่ปัจจุบันมีเพียง 5 สาขา และกำลังจะเปิดอีก 2 สาขา คือ สาขาเจพาร์ค ศรีราชา ในเดือนกันยายนนี้ และธนิยะพลาซา ช่วงต้นปี 2566

ด้วยเหตุนี้ทำให้บริษัทต้องปรับเป้าจำนวนสาขา โดยวางไว้แบบหลวม ๆ ที่อย่างน้อย 12 สาขา ในปี 2568 พร้อมวางยุทธศาสตร์การขยายสาขาใหม่ ด้วยการทดลองโมเดลขนาดเล็กลงประมาณ 50% จากโมเดลปกติที่มีขนาด 2,500 3,000 ตร.ม. เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการหาทำเลในการขยายสาขาได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น

โดยนอกจากไทยแล้ว ที่สิงคโปร์เป็นอีกประเทศที่มีโมเดลไซซ์เล็กประมาณ 1,000 ตร.ม. และนำแอปพลิเคชั่นเข้ามาใช้เสริมประสบการณ์ช็อปปิ้งให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย

“แม้จะสามารถเร่งสปีดสาขาให้มากกว่า 3 สาขาต่อปีได้ แต่บริษัทเกรงว่าการขยายธุรกิจเร็วเกินไปอาจเกิดปัญหากับการควบคุมคุณภาพ จึงคงตัวเลขนี้ไว้ก่อน”

ประธานกรรมการ บริษัท ดองกิ กล่าวว่า พร้อมโฟกัสการรุกต่างจังหวัด นับจากปี 2562 หรือ 3 ปีที่ผ่านมาขยายสาขาในเขตกรุงเทพฯ และย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) มาอย่างต่อเนื่องจนมี 6 สาขา คือ ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ, เดอะ มาร์เก็ต, เอ็มบีเค เซ็นเตอร์, ซีคอนสแควร์, ซีคอน บางแค และเจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ ซึ่งจะเปิดในเดือนกันยายนนี้

โดยจะทดลองโมเดลไซซ์เล็กที่สาขาศูนย์การค้าธนิยะพลาซา ย่านสีลม ซึ่งเป็นสาขาที่ 7 ในขนาด 1,200 ตร.ม. แบ่งเป็น 2 ชั้น คือ ชั้น 1 และ 2 ของอาคารบี เน้นรวบรวมสินค้าที่ขายดีจากสาขาต่าง ๆ ประมาณ 4,000-6,000 รายการ มาไว้ในที่เดียว อาทิ มันเผา อาหารทะเล น้ำแอปเปิลจากจังหวัดอาโอโมริ ฯลฯ และเปิดบริการแบบ 24 ชั่วโมง มีกำหนดเปิดบริการช่วงต้นปี 2566

“ย่านสีลมนี้เป็นทำเลที่คล้ายคลึงกับย่านที่สาขาของดองกิในประเทศญี่ปุ่นเลือกเปิด นั่นคือจะอยู่ในย่านสถานบันเทิง จึงจับมือกับธนิยะกรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าธนิยะพลาซา ซึ่งมีทางเดินเชื่อมกับสถานีบีทีเอส สีลม และมีการรีโนเวตสถานที่ใหม่ รวมถึงมีฐานลูกค้าเป็นชาวญี่ปุ่นอยู่แล้ว”

พร้อมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแอปพลิเคชั่นดอง ดอง ดองกิ ซึ่งนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการช็อปปิ้งของผู้บริโภคไทย ไม่ว่าจะเป็นความชอบอ่านรีวิวจากลูกค้าด้วยกัน หรือหลายคนอาจไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้ามากนัก จึงใส่ฟังก์ชั่น เช่น สามารถสแกนสินค้าเพื่ออ่าน-เขียนรีวิว รวมถึงอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น ๆ เช่น ฟังก์ชั่นเด่น หรือสูตรอาหารที่ใช้สินค้าเป็นส่วนประกอบ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังนำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น “เซ็น เซ็น ซูชิ” (Sen Sen Sushi) มีจุดเด่นด้านความสดใหม่ของวัตถุดิบ ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเปิดบริการในธนิยะพลาซาแบบ 24 ชั่วโมงด้วยเช่นกัน พร้อมโซนพิเศษโมบายฟู้ดซึ่งจะมีอาหารญี่ปุ่นแบบเดินทานได้หลากหลายเมนู อาทิ มันเผา เนื้อวากิวเสียบไม้ ขนมหวาน ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับความไลฟ์สไตล์และศักยภาพของผู้บริโภคในย่านสีลม ซึ่งมีฐานลูกค้าทั้งพนักงานออฟฟิศ ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยในไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไปจนถึงผู้ที่เดินทางผ่านไป-มาด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง และมีไลฟ์สไตล์เน้นช็อปปิ้งระยะเวลาสั้น ๆ

นายโยซูเกะกล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยความเชี่ยวชาญของบริษัท และการปรับตัวเข้าหาผู้บริโภคชาวไทย เช่น การทำราคาสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ จะสามารถสร้างความคึกคักให้กับธนิยะพลาซา รวมไปถึงย่านสีลมได้มากขึ้น สะท้อนจากจำนวนผู้บริโภคในสาขาเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ที่อยู่ในระดับเฉลี่ย 8 หมื่นคนต่อวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...