Yasmeen Mjalli ดีไซเนอร์หญิงในเขตเวสต์แบงค์ ผู้ต้องการสนับสนุนผู้หญิงในพื้นที่สงครามให้มีงานทำ
Yasmeen Mjalli แทบจำหุบเขาที่เคยเป็นบ้านเกิดของเธอเองไม่ได้ ดินสีแดงและต้นไม้ที่เคยอยู่บนนั้น ถูกแทนที่ด้วยสิ่งก่อสร้างแปลกหน้ากับบ้านพักชั่วคราวของผู้อพยพที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน
ดีไซเนอร์วัย 28 อย่าง Yasmeen Mjalli เป็นหนึ่งในชาวปาเลสไตน์ผู้เกิดและเติบโตในอเมริกาตั้งแต่พ่อแม่ของเธออพยพไปตั้งรกรากที่นั่น แต่หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา ทริปสั้นๆ ที่เธอตั้งใจแค่ว่าจะเดินทางกลับมาไปบ้านเกิดที่เมืองทูบา (Tubas) ทางตะวันออกเฉียงเหนือในเขตเวสเเบงค์ของปาเลสไตน์ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแบรนด์ Nöl Collective ของตัวเองเมื่อปี 2017 และทำให้เธอตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองรามัลลาห์ (Ramallah) อย่างถาวร
สงครามที่ในฉนวนกาซาเริ่มเลวร้ายลงนับตั้งแต่เดือนตุลาคมราวๆ 2 ปีก่อน ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์ตกงานจำนวนหลายหมื่นคน แถมยังถูกปฏิเสธไม่ให้ทำงานในอิสราเอลด้วย ผู้หญิงหลายคนในพื้นที่จึงจำต้องทำงานรับจ้างเย็บผ้าไปตามมีตามเกิดเท่าที่จะหาได้เพื่อปะทังชีวิตตัวเองและครอบครัว เนื่องจากบรรดาผู้ชายซึ่งเคยเป็นหัวหน้าครอบครัว ทั้งพ่อ สามี และลูกชายของพวกเธอต่างเผชิญกับภาวะตกงานบ้าง บ้างก็ต้องออกไปเป็นทหารตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น ท่ามกลางทรัพยากรทุกอย่างที่เหลือน้อยลง มีจำกัด แถมราคาข้าวของกับค่าครองชีพในพื้นที่สงครามก็มีราคาสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งตามไปด้วย
แบรนด์ Nöl Collective ของดีไซเนอร์ Yasmeen Mjalli ในเวลานี้จึงเต็มไปด้วยช่างฝีมือท้องถิ่นที่มีความชำนาญในด้านต่างๆ ทั้งช่างออกแบบตัดเย็บ ช่างย้อมผ้า ช่างปักผ้ามากกว่า 40 คน เพื่อต้องการซับพอร์ตคนในพื้นที่สงครามเหล่านั้น โดยเฉพาะผู้หญิง ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในภาวะที่ยากลำบากเช่นนี้
หลายคนในบรรดาช่างฝีมือที่ทำงานกับ Yasmeen Mjalli ยังนับเป็นคนเจนฯ ท้ายๆ ที่มีความรู้เรื่องการทอผ้าแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Majdalawi หลังจากหมู่บ้าน Al-Majdal ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของภูมิปัญญาการทอผ้านี้ได้ถูกทำลายไปจากสงครามอันยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ราวๆ สิบปีก่อน
นอกจากการทอผ้า กับภูมิปัญญาการย้อมผ้าแบบดั้งเดิมของหมู่บ้าน Al-Majdal ซึ่งจะได้สีม่วงจากเปลือกหอย และสีเทอร์ควอยซ์จากครามแล้ว เสื้อผ้าของ Nöl Collective ยังใช้เทคนิคการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติที่ได้จากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสีจากต้นไม้ใบหญ้า แมลง หรือแม้แต่รากไม้พื้นเมือง ประยุกต์ใช้เทคนิคการทอผ้าของชนพื้นเมืองผสมผสานกับเทคนิคของการตัดเย็บสมัยใหม่
“มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ และเล่าเรื่องของมันออกไปให้โลกรับรู้ค่ะ” Yasmeen Mjalli เล่าเรื่องราวจากจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Nöl Collective “ฉันมีความคิดว่า แทนที่เราจะบริจาคเพียงแค่เงินเพื่อซับพอร์ตองค์กรผู้หญิงต่างๆ ทำไมเราไม่ทำงานกับพวกเธอไปเลยล่ะ เพื่อที่พวกเธอจะได้มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว และมีทักษะอาชีพในระยะยาวด้วย”
แบรนด์ Nöl Collective ของเธอไม่เพียงแต่ตระเวนหาและว่าจ้างช่างฝีมือจากเมืองเล็กๆ ทั่วเวสต์แบงค์และกาซา ช่างฝีมือของเธอบางคนยังเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในแคมป์ผู้อพยพด้วย และมีหลายครั้งที่ครอบครัวของช่างฝีมือถูกฆ่าโดยทหารอิสราเอลไปต่อหน้าต่อตา แต่สิ่งที่ Yasmeen Mjalli ตั้งใจจะสื่อสารออกไปผ่านเสื้อผ้าของเธอกลับไม่ใช่เรื่องราวเเสนเศร้าหรือโศกนาฏกรรมของชีวิตคนเหล่านี้ เพราะเธอบอกว่าเรื่องเศร้าเกิดขึ้นทุกวันจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเธอไปแล้ว สิ่งที่ Yasmeen Mjalli อยากสื่อสารออกไปคือความตั้งใจให้ผู้บริโภคแฟชั่นทุกคน ‘ตระหนัก’ ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับคนอีกมากมายที่เป็น ‘ผู้ผลิต’ แฟชั่นเหล่านั้นมากกว่า
“หากคุณไม่รู้เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นในเวสต์แบงค์ก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยๆ คุณควรจะรู้ว่าเสื้อผ้า หรือแฟชั่นที่คุณกำลังใส่อยู่นั้นคือการเมือง คนที่เย็บเสื้อผ้าให้คุณใส่ คนที่ปลูกฝ้ายเพื่อนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า นั่นคือเเรงงานผู้อยู่เบื้องหลังแฟชั่น และแฟชั่นก็คือส่วนหนึ่งของการเมือง”
และแม้ว่าปัญหาความขัดเเย้งทางการเมืองที่นำมาสู่ความรุนแรงของสงครามในบ้านเกิดของ Yasmeen Mjalli จะยิ่งทำให้การทำงานแทบทุกขั้นตอนของแบรนด์แฟชั่นอย่าง Nöl Collective เป็นไปด้วยความยาก ทุลักทุเล และเสี่ยงชีวิต แต่เธอก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการซับพอร์ตผู้คนในบ้านเกิดที่เธอรัก “ฉันโคตรภูมิใจเลย เวลาได้เห็นพวกเขามีรายได้ในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะผู้คนที่ฉันทำงานด้วย พวกเขาเหมือนเป็นพี่ชาย น้องสาว เป็นคุณลุงคุณป้าที่ฉันรัก ฉันจะพยายามหาช่างฝีมือมากขึ้น ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้ให้มากที่สุดค่ะ”
อ้างอิง
https://www.thecut.com/article/what-its-like-to-be-a-fashion-designer-in-the-west-bank.html
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Yasmeen Mjalli ดีไซเนอร์หญิงในเขตเวสต์แบงค์ ผู้ต้องการสนับสนุนผู้หญิงในพื้นที่สงครามให้มีงานทำ
- Y/Project กับความจึ้งที่โลกแฟชั่นต้องจดจำ ตั้งแต่ต่างหูชูนิ้วกลาง เสื้อกล้ามไร้สาย ยีนส์ทรงประหลาด และความ deconstruct
- KIIKS แบรนด์เครื่องสำอางของ Kiko Mizuhara ที่ทำงานกับท้องถิ่นญี่ปุ่นและออร์แกนิกแบบสาแก่ใจ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com