โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Yasmeen Mjalli ดีไซเนอร์หญิงในเขตเวสต์แบงค์ ผู้ต้องการสนับสนุนผู้หญิงในพื้นที่สงครามให้มีงานทำ

Mirror Thailand

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 06.47 น.
ภาพไฮไลต์

Yasmeen Mjalli แทบจำหุบเขาที่เคยเป็นบ้านเกิดของเธอเองไม่ได้ ดินสีแดงและต้นไม้ที่เคยอยู่บนนั้น ถูกแทนที่ด้วยสิ่งก่อสร้างแปลกหน้ากับบ้านพักชั่วคราวของผู้อพยพที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน

ดีไซเนอร์วัย 28 อย่าง Yasmeen Mjalli เป็นหนึ่งในชาวปาเลสไตน์ผู้เกิดและเติบโตในอเมริกาตั้งแต่พ่อแม่ของเธออพยพไปตั้งรกรากที่นั่น แต่หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา ทริปสั้นๆ ที่เธอตั้งใจแค่ว่าจะเดินทางกลับมาไปบ้านเกิดที่เมืองทูบา (Tubas) ทางตะวันออกเฉียงเหนือในเขตเวสเเบงค์ของปาเลสไตน์ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแบรนด์ Nöl Collective ของตัวเองเมื่อปี 2017 และทำให้เธอตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองรามัลลาห์ (Ramallah) อย่างถาวร

สงครามที่ในฉนวนกาซาเริ่มเลวร้ายลงนับตั้งแต่เดือนตุลาคมราวๆ 2 ปีก่อน ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์ตกงานจำนวนหลายหมื่นคน แถมยังถูกปฏิเสธไม่ให้ทำงานในอิสราเอลด้วย ผู้หญิงหลายคนในพื้นที่จึงจำต้องทำงานรับจ้างเย็บผ้าไปตามมีตามเกิดเท่าที่จะหาได้เพื่อปะทังชีวิตตัวเองและครอบครัว เนื่องจากบรรดาผู้ชายซึ่งเคยเป็นหัวหน้าครอบครัว ทั้งพ่อ สามี และลูกชายของพวกเธอต่างเผชิญกับภาวะตกงานบ้าง บ้างก็ต้องออกไปเป็นทหารตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น ท่ามกลางทรัพยากรทุกอย่างที่เหลือน้อยลง มีจำกัด แถมราคาข้าวของกับค่าครองชีพในพื้นที่สงครามก็มีราคาสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งตามไปด้วย

แบรนด์ Nöl Collective ของดีไซเนอร์ Yasmeen Mjalli ในเวลานี้จึงเต็มไปด้วยช่างฝีมือท้องถิ่นที่มีความชำนาญในด้านต่างๆ ทั้งช่างออกแบบตัดเย็บ ช่างย้อมผ้า ช่างปักผ้ามากกว่า 40 คน เพื่อต้องการซับพอร์ตคนในพื้นที่สงครามเหล่านั้น โดยเฉพาะผู้หญิง ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในภาวะที่ยากลำบากเช่นนี้

หลายคนในบรรดาช่างฝีมือที่ทำงานกับ Yasmeen Mjalli ยังนับเป็นคนเจนฯ ท้ายๆ ที่มีความรู้เรื่องการทอผ้าแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Majdalawi หลังจากหมู่บ้าน Al-Majdal ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของภูมิปัญญาการทอผ้านี้ได้ถูกทำลายไปจากสงครามอันยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ราวๆ สิบปีก่อน

นอกจากการทอผ้า กับภูมิปัญญาการย้อมผ้าแบบดั้งเดิมของหมู่บ้าน Al-Majdal ซึ่งจะได้สีม่วงจากเปลือกหอย และสีเทอร์ควอยซ์จากครามแล้ว เสื้อผ้าของ Nöl Collective ยังใช้เทคนิคการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติที่ได้จากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสีจากต้นไม้ใบหญ้า แมลง หรือแม้แต่รากไม้พื้นเมือง ประยุกต์ใช้เทคนิคการทอผ้าของชนพื้นเมืองผสมผสานกับเทคนิคของการตัดเย็บสมัยใหม่

“มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ และเล่าเรื่องของมันออกไปให้โลกรับรู้ค่ะ” Yasmeen Mjalli เล่าเรื่องราวจากจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Nöl Collective “ฉันมีความคิดว่า แทนที่เราจะบริจาคเพียงแค่เงินเพื่อซับพอร์ตองค์กรผู้หญิงต่างๆ ทำไมเราไม่ทำงานกับพวกเธอไปเลยล่ะ เพื่อที่พวกเธอจะได้มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว และมีทักษะอาชีพในระยะยาวด้วย”

แบรนด์ Nöl Collective ของเธอไม่เพียงแต่ตระเวนหาและว่าจ้างช่างฝีมือจากเมืองเล็กๆ ทั่วเวสต์แบงค์และกาซา ช่างฝีมือของเธอบางคนยังเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในแคมป์ผู้อพยพด้วย และมีหลายครั้งที่ครอบครัวของช่างฝีมือถูกฆ่าโดยทหารอิสราเอลไปต่อหน้าต่อตา แต่สิ่งที่ Yasmeen Mjalli ตั้งใจจะสื่อสารออกไปผ่านเสื้อผ้าของเธอกลับไม่ใช่เรื่องราวเเสนเศร้าหรือโศกนาฏกรรมของชีวิตคนเหล่านี้ เพราะเธอบอกว่าเรื่องเศร้าเกิดขึ้นทุกวันจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเธอไปแล้ว สิ่งที่ Yasmeen Mjalli อยากสื่อสารออกไปคือความตั้งใจให้ผู้บริโภคแฟชั่นทุกคน ‘ตระหนัก’ ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับคนอีกมากมายที่เป็น ‘ผู้ผลิต’ แฟชั่นเหล่านั้นมากกว่า

“หากคุณไม่รู้เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นในเวสต์แบงค์ก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยๆ คุณควรจะรู้ว่าเสื้อผ้า หรือแฟชั่นที่คุณกำลังใส่อยู่นั้นคือการเมือง คนที่เย็บเสื้อผ้าให้คุณใส่ คนที่ปลูกฝ้ายเพื่อนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า นั่นคือเเรงงานผู้อยู่เบื้องหลังแฟชั่น และแฟชั่นก็คือส่วนหนึ่งของการเมือง”

และแม้ว่าปัญหาความขัดเเย้งทางการเมืองที่นำมาสู่ความรุนแรงของสงครามในบ้านเกิดของ Yasmeen Mjalli จะยิ่งทำให้การทำงานแทบทุกขั้นตอนของแบรนด์แฟชั่นอย่าง Nöl Collective เป็นไปด้วยความยาก ทุลักทุเล และเสี่ยงชีวิต แต่เธอก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการซับพอร์ตผู้คนในบ้านเกิดที่เธอรัก “ฉันโคตรภูมิใจเลย เวลาได้เห็นพวกเขามีรายได้ในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะผู้คนที่ฉันทำงานด้วย พวกเขาเหมือนเป็นพี่ชาย น้องสาว เป็นคุณลุงคุณป้าที่ฉันรัก ฉันจะพยายามหาช่างฝีมือมากขึ้น ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้ให้มากที่สุดค่ะ”

อ้างอิง

https://www.thecut.com/article/what-its-like-to-be-a-fashion-designer-in-the-west-bank.html

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...