โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567

สวพ.FM91

อัพเดต 29 พ.ย. 2567 เวลา 22.54 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 22.53 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567

>> รวบแล้ว "หนูวัดไผ่เงิน" หัวจ่ายยาเสพติด ดีกรีน้องชายหัวหน้าชุมชน หนีคดี 10 ปี

06.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ร่วมกันสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัว นายหนูวัดไผ่เงิน อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 19 พ.ค. 57 ข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" โดยจับกุมตัวได้ที่ บ้านหลังหนึ่ง ในชุมชนวัดไผ่เงิน ซ.จันทน์ 43 แยก 22-3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม จ.กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้ามาตรวจค้นในบ้านของหนูไผ่เงินแต่ไหวตัวทัน ปีนหน้าต่างหนีออกไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่ได้ทิ้งของกลางยาเสพติดจำนวนมากและบัตรประจำตัวประชาชนไว้ในห้องพัก ซึ่งต่อมาก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ แต่ได้หายเข้ากลีบเมฆไปเป็นเวลากว่า 9 ปี กระทั่งล่าสุดช่วงปี 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสว่า หนูได้กลับมากบดานอยู่ในชุมชนวัดไผ่เงิน จึงได้มีการนำกำลังเข้าไปไล่ล่าจับกุมหลายครั้ง แต่ก็คลาดกันอยู่ตลอดเหมือน "แมวไล่จับหนู" เพราะคนร้ายมีดีกรีเป็นถึงน้องชายผู้นำชุมชนในชุมชนมีพรรคพวกคอยสอดส่องดูเจ้าหน้าที่ให้ ทันทีที่เจ้าหน้าที่เริ่มเข้าชุมชนคนร้ายก็จะไหวตัวและปีนออกทางหน้าต่าง แล้วใช้ความชำนาญในพื้นที่ลัดเลาะไปหลบในบ้านของพรรคพวกในชุมชน

กระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังชุดสืบนครบาล วางแผนเด็ดปีกเอเย่นต์แสบรายนี้ให้ได้ โดยนำกำลังกว่า 20 นาย นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 28 พ.ย. 67 บุกเข้าไปปิดล้อมในชุมชนวัดไผ่เงิน โดยคราวนี้ชุดปฏิบัติการใช้ยุทธวิธีแบบ "ย่องเงียบ" จนสามารถจับกุมคนร้ายได้คาที่นอน ภายหลังจับกุมขยายผลได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีต่อไป

>> นายภูมิธรรม ยัน น้ำท่วมใต้ ไม่ซ้ำรอยภาคเหนือ เหตุไม่มีดินโคลน สั่งทหารทุกหน่วยช่วยเหลือเต็มที่

10.43 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัยและดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่าไม่เหมือนในพื้นที่ภาคเหนือ เพราะเป็นน้ำหลาก น่าจะไม่มีดินโคลนถล่ม ซึ่งคงจะหนักอีกประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากมีความกดอากาศต่ำแผ่เข้ามา จึงทำให้มีฝนตกหนัก 1 -2 วันนี้

รัฐบาลได้ส่ง พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่แล้ว สั่งการให้กำลังพลกองทัพภาคที่ 4 ร่วมมือกับจิตอาสา และทุกหน่วยงานที่ลงพื้นที่ ซึ่งวันนี้ในช่วงเช้านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการ จะลงพื้นที่

สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดในขณะนี้เบื้องต้นคือเรื่องอาหาร เพราะมีถนนบางส่วนขาดทำให้เป็นปัญหากับการลำเลียงวัตถุดิบไปยังพื้นที่ แต่พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือปัตตานีและสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ และสิ่งที่ต้องการที่สุดขณะนี้คือเรือท้องแบน ซึ่งขณะนี้ ส่งเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ไปทั้งหมดจำนวน ประมาณ 150 ลำ จากกองทหารพัฒนา กองทหารช่าง และภาคเอกชน เพื่อช่วยลำเลียงคนเข้ามาเนื่องจากขณะนี้ยังมีคนที่เป็นห่วงบ้าน ซึ่งจะต้องนำคนแก่ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียงออกมาก่อน รวมถึงการลำเลียงอาหาร

เราได้บทเรียนจากพื้นที่ภาคเหนือมาแล้ว และครั้งนี้จะไม่หนักเหมือนในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ส่วนพื้นที่จังหวัดสงขลาได้มีการเสนอให้มีการนำเรือผลักดันน้ำลงทะเล โดยหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเสร็จสิ้น ทุกฝ่ายจะลงไปทำหน้าที่

>> รอง ผบช.น. แถลงข่าวจับแก๊งอ้างตัวเป็นตำรวจ ปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

13.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) และ สน.ลาดพร้าว จับกุม 3 ผู้ต้องหา แอบอ้างเป็นตำรวจปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นายกิตติชัย และ นายพงษ์พัฒน์ ในข้อหา "ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น" ส่วนอีก 1 รายที่ยังหลบหนี คือ นายฐิติพงษ์ หรือ ปาล์ม

โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายชาวต่างชาติ 2 คน ซึ่งได้เดินทางมาจากประเทศเวียดนาม เพื่อจะท่องเที่ยวในประเทศไทย และได้นัดเจอกับเพื่อนชาวไทยเพื่อให้พานำเที่ยว โดยนัดหมายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ถนนคลองลำเจียก ซอยคลองลำเจียก 31 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. เพื่อมารอรับรถยี่ห้อเอ็มจี รุ่น ZS สีขาวระหว่างที่นั่งรอเพื่อนชาวไทยได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อ จำนวน 3 คน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว แต่งกายคล้ายตำรวจ สวมเสื้อเกราะ เสื้อคลุม และห้อยบัตรเจ้าพนักงาน อีกทั้งยังพกพาวิทยุสื่อสารและอาวุธปืน เข้ามาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาทำการตรวจค้น โดยอ้างว่ารถยนต์ยี่ห้อเอ็มจีคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่ถูกใช้ในการขนส่งยาเสพติดจำนวนหลายครั้ง และเจ้าหน้าที่ได้ติดตามเฝ้าดูมาโดยตลอด และจะขอตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว

โดยคนร้ายทั้ง 3 ขอตรวจสอบพาสปอร์ตและได้ตรวจค้นกระเป๋าสะพาย (ภายในมีเงินสด 120,000 บาท และกุญแจรถยนต์) จากนั้น นายกิตติชัย ทำการยึดกระเป๋าของผู้เสียหาย และเดินออกจากห้องไป โดยให้คนร้าย 2 คนที่เหลือ เฝ้าจับตาดูผู้เสียหาย อีกทั้งยังมีการนำอาวุธปืนลูกโม่มาถือไว้ในมือ จนกระทั่ง นายกิตติชัย นำกุญแจรถยนต์จากกระเป๋าของผู้เสียหายไปไขรถยนต์ ยี่ห้อเอ็มจี คันดังกล่าว และขับขี่หลบหนีไปทันที จากนั้นคนร้าย 2 คน ที่เหลือก็เดินออกจากห้องที่เกิดเหตุ

เมื่อเพื่อนชาวไทยของผู้เสียหายมาถึง และทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงพามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว โดย ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว จึงทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ จนทราบรูปพรรณของคนร้าย 3 คน และตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย กระทั่งได้พยานหลักฐานพอจะออกหมายจับ จึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอออกหมายจับ และสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย และอีก 1 รายยังหลบหนี และจะเร่งรัดจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายจนครบทุกราย

>> ครม. เห็นชอบ ปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ-ผู้พิการ-เด็กทารก

13.36 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอปรับฐานกลุ่มเป้าหมายโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจาก 0-6 ปี ในครัวเรือนที่ทีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 จากเดือนละ 600 บาท ปรับให้เป็นเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้า 600 บาทโดยไม่ต้องคัดกรองรายได้ ครอบคลุมตั้งแต่ในครรภ์ 4 เดือน

พร้อมปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ จากเดิมอายุ 60-69 ปี เดือนละ 600 เป็น 700 บาท อายุ 70-79 เดือนละ 700 เป็น 850 บาท อายุ 80-89 จากเดือนละ 800 เป็น 1,000 บาท และ อายุ 90 ปีขึ้นไป จากเดือนละ 1,000 เป็น เดือนละ 1250 พร้อมทั้งปรับเบี้ยกลุ่มคนพิการจากเดิม 800-1,000 บาท ปรับเป็นเท่ากัน 1,000 ถ้วนหน้า

ขณะเดียวกันมีการยกระดับแรงงานนอกระบบโดยให้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจแรงงานนอกระบบ เข้าสู่ระบบประกันสังคม ร่วมถึงสวัสดิการครอบครัว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดแล้วนำกลับมาเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อให้เห็นชอบต่อไป"

>> นายกฯ ลงขันนอต ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และ PM2.5 ทั้งในและนอกประเทศ

13.45 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายเรื่อง แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ห้องประชุมสโมสรยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ทางด้านภายในประเทศ ให้กระทรวงมหาดไทย ใช้กลไกการทำงานของจังหวัดบูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ท้องถิ่น ออกแบบการทำงานโดยไม่ยึดติดขอบเขต นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม, ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา ให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับทางเลือกของการเก็บเกี่ยวโดยไม่เผา ทำเกษตรแบบยั่งยืน และ กรมป่าไม้ ดูแลรับผิดชอบในส่วนของการเผาไหม้ในพื้นที่อุทยาน ตลอดจนเฝ้าระวังไม่ให้มีการเผาป่า ถางป่า เพื่อนำพื้นที่ป่าไปใช้ในการทำเกษตรอย่างผิดกฎหมาย

ทางด้านภายนอกประเทศ ให้กระทรวงการต่างประเทศ เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านและเร่งรัดมาตรการ Clear sky strategy, ให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เร่งจัดทำมาตรการควบคุมการรับซื้อ และนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศที่มีการเผาไร่ข้าวโพด, ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพัฒนาระบบตรวจจับฝุ่นควัน และระบบแจ้งเตือนประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการป้องกันตัวอย่างทันท่วงที

โดย นายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคนที่เสียสละปกป้องพื้นที่ป่าไม้ พร้อมกับกำชับให้ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง เพราะชีวิตของทุกคนเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชื่นชมและให้กำลังใจ ให้ทุกคนภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือประชาชน

>> "บิ๊กเต่า" เผยความคืบหน้า 2 คดี เตรียมเพิ่มของขวัญปีใหม่ให้ "สามารถ" ส่วน "ฟิล์ม รัฐภูมิ" ลุ้นหมายจับเร็วๆ นี้

14.18 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึง 2 คดีสำคัญ ระบุว่า เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) มีผู้ประกอบการรายหนึ่งเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.กก.2 บก.ป. กรณีที่ถูก นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช รีดทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อช่วงปี 63-64 โดย นายสามารถ มีพฤติการณ์อ้างถึงเทวดาที่จะมาดูแลคุ้มครองธุรกิจของผู้เสียหาย และมีการกล่าวอ้างว่าผู้เสียหายมีความผิด แต่ตัวผู้เสียหายเอง มีหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด แต่ก็กลัวว่าจะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจจึงต้องยินยอมจ่ายเดือนละ 30,000 บาท เป็นเงินรวม 500,000 บาท

ซึ่งขณะที่ นายสามารถ กระทำผิดนั้น ได้อยู่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่นั้น ทาง บก.ปปป. กำลังนำรายละเอียดไทม์ไลน์เวลาที่รับตำแหน่งมาตรวจสอบ หากพบว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ ก็จะมีโทษหนักขึ้นไปอีก ซึ่งในส่วนนี้จะเข้าข่ายความผิดกรรโชกทรัพย์ และไม่เกี่ยวข้องกับคดี "ดิไอคอน กรุ๊ป" โดยทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้เอง ซึ่งตำรวจได้มีการประสานกับดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว โดยผู้เสียหายจะเดินทางไปพบดีเอสไอด้วย เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆที่มีอยู่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในส่วนของเรื่องฟอกเงิน ซึ่งเส้นเงินนี้มีการโอนไปยังบัญชีคนใกล้ชิด ซึ่งคนใกล้ชิดได้มีการมาพบตำรวจแล้ว และยังโยงไปถึงบริษัทหนึ่งซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่ขณะนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผย คาดว่าใช้เวลาไม่นานเพราะสอบพยานอีกไม่กี่ปากก็น่าจะดำเนินการได้ และเป็นอีกคดีหนึ่งที่น่าจะเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้ นายสามารถ

ส่วนการดำเนินคดีกับ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม ตนได้ดูในส่วนของการสืบสวน ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวนที่กำลังเร่งทำสำนวนอย่างเต็มที่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ โดยขณะนี้ตำรวจได้ทำคดีของ นายรัฐภูมิ อยู่ 3 คดี ซึ่งจะออกหมายเรียกหรือหมายจับนั้น ก็ให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน เนื่องจากเราให้อิสระพนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่ในการดำเนินคดีนี้ สำหรับคดีของ นายรัฐภูมิ กับ "ดิไอคอน กรุ๊ป" นั้น มีการสอบสวนไปแล้ว จากการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่น่าจะเป็นพยายามฉ้อโกง แต่เข้าข่ายพยายามกรรโชกทรัพย์

>> ทหาร-ตำรวจ สนธิกำลัง รวบหนุ่มลาว - สาวไทย ร่วมกันลักลอบขนเฮโรอีน 10 กิโลกรัมเข้าประเทศ

15.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 2104 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ สภ.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงการจับกุม น.ส.บอ(นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ,น.ส.สอ (นามสมมุติ) และนายวิ (นามสมมุติ) สปป.ลาว พร้อมยึดของกลางเฮโรอีน น้ำหนักรวม 10.122 กิโลกรัม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ บริเวณพื้นที่บ้านน้ำเป อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดักซุ่มและตรวจสอบ จนกระทั่งพบเรือหางยาวข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาจอดเทียบฝั่งริมปากลำห้วยน้ำเป โดยมีน.ส.บอและนายวิ นั่งมาในเรือ จากนั้นขึ้นฝั่งมาพร้อมกระเป๋าสัมภาระ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น พบว่าในกระเป๋ามีวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาวซ่อนอยู่ในฟองน้ำสีดำ ห่อด้วยกระดาษคาร์บอนสีดำ พันด้วยเทปกาวสีเหลืองอีกชั้น ตรวจสอบด้วยน้ำยาพิสูจน์ยาเสพติด พบว่าเป็นเฮโรอีน

จากการสอบสวนน.ส.บอ รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก น.ส. สอ ให้ไปรับยาเสพติดที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยน.ส. สอ จะเดินทางกลับมาภายหลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตามไปจับน.ส.สอ ได้ที่สถานีขนส่งหนองคาย ขณะเดินทางกลับเข้าประเทศ ควบคุมตัวทั้งหมดมาดำเนินคดี

>> ไฟไหม้บ้าน ย่านบางแวก เพลิงสงบพบร่างคุณลุง ถูกไฟคลอกร่างไหม้เกรียมเสียชีวิต

15.28 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยบางแวก 104 แยก 2-6 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม.

ที่เกิดเหตุ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น และคอนกรีต 2 ชั้นใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้านเลขที่ 14/3 เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงและหลังข้างเคียงเสียหายทั้งหมด 2 หลัง และลุกลามบ้านข้างเคียง อีก 2 หลังเสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 56 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ หลังเพลิงสงบพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายไทย อายุ 50 ปี สภาพร่างไหม้เกรียม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง จากการสอบสวนนายไพฑูรย์ อายุ 66 ปี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนอยู่ที่ชั้น 1 ของบ้าน ส่วนผู้ตายซึ่งเป็นน้องชายนอนอยู่ในห้องนอนชั้น 2 ต่อมาตนได้ยินเสียงระเบิดในบ้านตนเอง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นจุดใด ก่อนจะเริ่มเห็นกลุ่มควันและแสงเพลิง ตนจึงวิ่งออกจากบ้าน ก่อนตั้งสติได้และพบว่า น้องชายไม่ได้วิ่งตามออกมา จึงพบยามเข้าไปช่วยน้อง แต่ไฟเริ่มโหมไหม้อย่างหนัก จึงไม่สามารถเข้าไปช่วยน้องได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างผู้ตายไปที่ รพ.ศิริราช เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

>> ทหารเรือ เข้าช่วยเหลือแม่และลูกอายุ 2 เดือน ติดน้ำท่วม ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ออกมาได้อย่างปลอดภัย

16.28 น. มีรายงานอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ทั้ง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ซึ่งมีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และยังมีพี่น้องประชาชนอีกบางส่วนที่ยังติดอยู่ภายในบ้านพักทางเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ กองร้อยลาดตระเวน หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ร้อย.ลว.ฉก.นย.ทร.) ได้รับแจ้งจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมที่ บ้านโคกยาง ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีน้ำท่วมหนักจนถึงชั้น 2 ของบ้านพักอาศัย ซึ่งในบ้านมีเด็กหญิงอายุ 2 เดือน อยู่กับแม่ และขอความช่วยเหลือเป็นการด่วน เพราะอาหารที่มีใกล้จะหมด บางส่วนถูกน้ำพัดพาไปจนเกือบหมดแล้ว

ทางหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน กองทัพเรือที่ 33 (ฉก.นย.ทร.33) จึงได้สั่งการให้ พ.จ.อ.วิษณุ ธะโนลัพธ์ เป็นหนัวหน้าชุดควบคุมการปฏิบัติ โดยจัดเรือยางพร้อมเครี่องยนต์ติดท้ายและกำลังพลจำนวน 8 นาย สนับสนุน ในการช่วยเหลือประชาชนที่โดยได้เดินทางออกเดินทางจากค่ายจุฬารณ์ฯ และเร่ง ขอให้การช่วยเหลือ จนกระทั่งได้นำตัวทั้งสองแม่ลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย

>> "นายสุริยะ รมว.คมนาคม" สั่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท หยุดงานก่อสร้าง 14 วัน พร้อมเร่งหาสาเหตุคานถล่ม

17.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุคานสะพานก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ทรุดตัว เป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิต จำนวน 6 ราย บาดเจ็บ 9 คน

นายสุริยะ กล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบถึงความรู้สึกและความมั่นใจของประชานเป็นอย่างมาก ตนในนามกระทรวงคมนาคมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ สำหรับการเยียวยาครอบครัวผู้เสียขีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ทางกระทรวงสั่งการให้ดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยสั่งการให้ผู้รับจ้างเยียวยารายละ 1 ล้านบาท พร้อมทั้งสั่งการให้บริษัทผู้รับผิดชอบโครงการหยุดงานก่อสร้างทันที 2 สัปดาห์ (14วัน) พร้อมทั้งให้กรมทางหลวงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุข้อเท็จจริง และประเมินความปลอดภัยของโครงสร้าง ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมกรมทางหลวง สภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ดำเนินการและสรุปรายงานผลต่อกระทรวงคมนาคมภายใน 15 วัน

สำหรับมาตรการลงโทษผู้ประกอบการที่ปฏิบัติงานก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่าง หรือประมาทเลินเล่อร้ายแรง ปัจจุบัน กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้จัดทำร่างระเบียบฯ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ใช้ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา รวมถึงมาตรการลงโทษ โดยหากเกิดเหตุที่มีบุคคลถึงแก่ความตาย จะถูกตัดสิทธิ์ในการประมูลงาน 1 ปี และหากเข้าเกณฑ์ถูกตัดสิทธิ์จำนวน 3 สัญญาขึ้นไป จะถูกตัดสิทธิ์ในการประมูลงานโครงการถัดไปของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ รวมถึงจะมีมาตรการในการลดชั้นและถอดจากทะเบียนรายชื่อผู้รับเหมาที่มีสิทธิ์ประมูลงานของภาครัฐด้วย โดยกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นหลักในการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานอื่นในสังกัดของกระทรวงคมนาคมที่มีงานก่อสร้าง เพื่อเร่งหารือกับกรมบัญชีกลางในการพิจารณานำหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาบังคับใชัอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

>>พบผู้ประสบอุทกภัย ย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

19.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 18,337 ครัวเรือน หรือประมาณ 47,000 คน ใน 10 ตำบล 92 หมู่บ้าน โดยขณะนี้มีประชาชนที่ต้องอพยพมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 33 คน

ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพจำนวน 600 ชุดให้กับผู้ประสบภัย พร้อมทั้งรายงานว่า มีการแจกจ่ายถุงยังชีพในพื้นที่รวมกว่า 10,000 ชุด และกล่องยังชีพอีกกว่า 20,000 กล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

นายอนุทินได้แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิ่งของจำเป็นและการฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

20.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บ บนสะพานกรุงเทพ ขึ้นมาจากฝั่งธนบุรี มุ่งหน้าถนนพระราม 3

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน สกลนคร ลักษณะชนกับรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน อุดรธานี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย 41 ปี และมีผู้บาดเจ็บชาย 1 คน นำส่ง รพ.เจริญกรุงฯ และรับแจ้งว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล

>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์โฮม ย่านซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 53 กู้ภัยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บไฟลวก และสำลักควันนำส่ง รพ.

21.37 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 53 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายกองเสื้อผ้า ลุกลามที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย 1.เพศชาย อายุ 64 ปี มีอาการถูกไฟลวกที่มือและเท้าทั้ง 2 ข้าง 2.เพศหญิง อายุ 60 ปี มีอาการสำลักควัน นำส่งโรงพยาบาลสิรินธร พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ

>> รถเก๋งเฉี่ยวชนกับรถจักรยานปั่น ร่างหนุ่มเมียนมากระเด็นลงพื้นถนน ถูกกระบะตามหลังทับซ้ำ เสียชีวิต

21.40 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยาน ถูกรถนั่งส่วนบุคคลเฉี่ยวชน ก่อนถูกรถกระบะทับซ้ำ มีผู้เสียชีวิต ถนนเทพารักษ์ เยื้องตลาดสดบางพลี ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทปราการ

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีดำ ทะเบียน กทม. สภาพกันชนหน้าและกระจกหน้าที่มีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ห่างออกไปพบรถจักรยานปั่นล้มคว่ำสภาพถูกชนเสียหาย ห่างออกไปพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน นครสวรรค์ จอดอยู่โดยที่ใต้ท้องรถ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทางอาสาสมัครดำเนินการยกรถกระบะขึ้นเพื่อนำร่างออกมาตรวจสอบเอกสาร เป็นชาย อายุประมาณ 30 - 35 ปี สัญชาติเมียนมา สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

22.00 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 111 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> รถจักรยานยนต์ชนขอบสะพานกลับรถ คนขับขี่ร่างกระเด็นตกพื้นล่าง เสียชีวิตกลางถนนกาญจนาภิเษก

01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนขอบทางบนสะพานกลับรถ ทำให้คนขับขี่ตกจากสะพานกลับรถลงมาเสียชีวิตอยู่ที่พื้นถนน โดยจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับสะพานกลับรถ ถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าตลิ่งชัน เลยซอยวัดพระเงิน ประมาณ 100 เมตร ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุบนถนนกาญจนาภิเษก ในช่องทางด่วน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนหงายอยู่ในเลนกลางถนน กระเด็นห่างจากสะพานกลับรถประมาณ 10 เมตร สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว ใกล้กันพบนาฬิกาข้อมือตกอยู่ 1 เรือน มีเลือดไหลออกทางปากจำนวนมาก ตามร่างกายมีแผลถลอก ทราบชื่อคือนายสัมฤทธิ์ อายุ 26 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.มหาสารคาม

ที่ด้านบนสะพานกลับรถความสูงประมาณ 5 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 4164 กทม.ของผู้เสียชีวิตล้มคว่ำอยู่บนสะพานกลับรถ โดยมีร่องรอยไถลครูดไปกับขอบสะพานเป็นทางยาวประมาณ 10 เมตร สภาพรถด้านหน้าพังยับ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าร่างผู้เสียชีวิตกระเด็น ออกไปไกลจากสะพานกลับในจุดที่ตก คาดว่าร่างของผู้เสียชีวิตน่าจะถูกชนซ้ำจนร่างกระเด็นไปไกล 10 เมตร แพทย์ชันสูตรไม่พบบาดแผลตามร่างกาย คาดว่าน่าจะถูกกระแทกอย่างแรงจนด้านในศีรษะกระทบกระเทือน จึงทำให้มีเลือดออกทางปากและจมูกเป็นจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

>> ไฟไหม้ร้านทำเบาะ รถเสียหายหลายคัน แล้วลุกร้านอาหารข้างเคียง
01.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

โครงสร้างเหล็กหลังคาเมทันชีท ประกอบกิจการรับซ่อมเบาะรถยนต์ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด และลุกลามร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา เสียหายรถกระบะ และจักรยานยนต์ เสียหายทั้ง 3 คัน ไม่ทราบทะเบียน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 120 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์

>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ร่างคนขับขี่กระเด็นฟาดเสาป้ายสัญญาณ เสียชีวิต

05.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุภายในซอยรามคำแหง 39 ฝั่งตรงข้ามซอยย่อย 9 รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ - แดง ไม่ติดป้ายทะเบียนพลิกคว่ำ ร่างผู้ขับขี่กระเด็นฟาดกับเสาป้ายสัญญาณจราจร เสียชีวิตเป็นชายไทย อายุ 21 ปี พื้นที่ สน.วังทองหลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...