24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567
>> รวบแล้ว "หนูวัดไผ่เงิน" หัวจ่ายยาเสพติด ดีกรีน้องชายหัวหน้าชุมชน หนีคดี 10 ปี
06.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ร่วมกันสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัว นายหนูวัดไผ่เงิน อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 19 พ.ค. 57 ข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" โดยจับกุมตัวได้ที่ บ้านหลังหนึ่ง ในชุมชนวัดไผ่เงิน ซ.จันทน์ 43 แยก 22-3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม จ.กรุงเทพฯ
พฤติการณ์กล่าวคือ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้ามาตรวจค้นในบ้านของหนูไผ่เงินแต่ไหวตัวทัน ปีนหน้าต่างหนีออกไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่ได้ทิ้งของกลางยาเสพติดจำนวนมากและบัตรประจำตัวประชาชนไว้ในห้องพัก ซึ่งต่อมาก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ แต่ได้หายเข้ากลีบเมฆไปเป็นเวลากว่า 9 ปี กระทั่งล่าสุดช่วงปี 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสว่า หนูได้กลับมากบดานอยู่ในชุมชนวัดไผ่เงิน จึงได้มีการนำกำลังเข้าไปไล่ล่าจับกุมหลายครั้ง แต่ก็คลาดกันอยู่ตลอดเหมือน "แมวไล่จับหนู" เพราะคนร้ายมีดีกรีเป็นถึงน้องชายผู้นำชุมชนในชุมชนมีพรรคพวกคอยสอดส่องดูเจ้าหน้าที่ให้ ทันทีที่เจ้าหน้าที่เริ่มเข้าชุมชนคนร้ายก็จะไหวตัวและปีนออกทางหน้าต่าง แล้วใช้ความชำนาญในพื้นที่ลัดเลาะไปหลบในบ้านของพรรคพวกในชุมชน
กระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังชุดสืบนครบาล วางแผนเด็ดปีกเอเย่นต์แสบรายนี้ให้ได้ โดยนำกำลังกว่า 20 นาย นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 28 พ.ย. 67 บุกเข้าไปปิดล้อมในชุมชนวัดไผ่เงิน โดยคราวนี้ชุดปฏิบัติการใช้ยุทธวิธีแบบ "ย่องเงียบ" จนสามารถจับกุมคนร้ายได้คาที่นอน ภายหลังจับกุมขยายผลได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีต่อไป
>> นายภูมิธรรม ยัน น้ำท่วมใต้ ไม่ซ้ำรอยภาคเหนือ เหตุไม่มีดินโคลน สั่งทหารทุกหน่วยช่วยเหลือเต็มที่
10.43 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัยและดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่าไม่เหมือนในพื้นที่ภาคเหนือ เพราะเป็นน้ำหลาก น่าจะไม่มีดินโคลนถล่ม ซึ่งคงจะหนักอีกประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากมีความกดอากาศต่ำแผ่เข้ามา จึงทำให้มีฝนตกหนัก 1 -2 วันนี้
รัฐบาลได้ส่ง พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่แล้ว สั่งการให้กำลังพลกองทัพภาคที่ 4 ร่วมมือกับจิตอาสา และทุกหน่วยงานที่ลงพื้นที่ ซึ่งวันนี้ในช่วงเช้านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการ จะลงพื้นที่
สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดในขณะนี้เบื้องต้นคือเรื่องอาหาร เพราะมีถนนบางส่วนขาดทำให้เป็นปัญหากับการลำเลียงวัตถุดิบไปยังพื้นที่ แต่พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือปัตตานีและสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ และสิ่งที่ต้องการที่สุดขณะนี้คือเรือท้องแบน ซึ่งขณะนี้ ส่งเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ไปทั้งหมดจำนวน ประมาณ 150 ลำ จากกองทหารพัฒนา กองทหารช่าง และภาคเอกชน เพื่อช่วยลำเลียงคนเข้ามาเนื่องจากขณะนี้ยังมีคนที่เป็นห่วงบ้าน ซึ่งจะต้องนำคนแก่ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียงออกมาก่อน รวมถึงการลำเลียงอาหาร
เราได้บทเรียนจากพื้นที่ภาคเหนือมาแล้ว และครั้งนี้จะไม่หนักเหมือนในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ส่วนพื้นที่จังหวัดสงขลาได้มีการเสนอให้มีการนำเรือผลักดันน้ำลงทะเล โดยหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเสร็จสิ้น ทุกฝ่ายจะลงไปทำหน้าที่
>> รอง ผบช.น. แถลงข่าวจับแก๊งอ้างตัวเป็นตำรวจ ปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
13.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) และ สน.ลาดพร้าว จับกุม 3 ผู้ต้องหา แอบอ้างเป็นตำรวจปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นายกิตติชัย และ นายพงษ์พัฒน์ ในข้อหา "ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น" ส่วนอีก 1 รายที่ยังหลบหนี คือ นายฐิติพงษ์ หรือ ปาล์ม
โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายชาวต่างชาติ 2 คน ซึ่งได้เดินทางมาจากประเทศเวียดนาม เพื่อจะท่องเที่ยวในประเทศไทย และได้นัดเจอกับเพื่อนชาวไทยเพื่อให้พานำเที่ยว โดยนัดหมายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ถนนคลองลำเจียก ซอยคลองลำเจียก 31 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. เพื่อมารอรับรถยี่ห้อเอ็มจี รุ่น ZS สีขาวระหว่างที่นั่งรอเพื่อนชาวไทยได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อ จำนวน 3 คน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว แต่งกายคล้ายตำรวจ สวมเสื้อเกราะ เสื้อคลุม และห้อยบัตรเจ้าพนักงาน อีกทั้งยังพกพาวิทยุสื่อสารและอาวุธปืน เข้ามาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาทำการตรวจค้น โดยอ้างว่ารถยนต์ยี่ห้อเอ็มจีคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่ถูกใช้ในการขนส่งยาเสพติดจำนวนหลายครั้ง และเจ้าหน้าที่ได้ติดตามเฝ้าดูมาโดยตลอด และจะขอตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว
โดยคนร้ายทั้ง 3 ขอตรวจสอบพาสปอร์ตและได้ตรวจค้นกระเป๋าสะพาย (ภายในมีเงินสด 120,000 บาท และกุญแจรถยนต์) จากนั้น นายกิตติชัย ทำการยึดกระเป๋าของผู้เสียหาย และเดินออกจากห้องไป โดยให้คนร้าย 2 คนที่เหลือ เฝ้าจับตาดูผู้เสียหาย อีกทั้งยังมีการนำอาวุธปืนลูกโม่มาถือไว้ในมือ จนกระทั่ง นายกิตติชัย นำกุญแจรถยนต์จากกระเป๋าของผู้เสียหายไปไขรถยนต์ ยี่ห้อเอ็มจี คันดังกล่าว และขับขี่หลบหนีไปทันที จากนั้นคนร้าย 2 คน ที่เหลือก็เดินออกจากห้องที่เกิดเหตุ
เมื่อเพื่อนชาวไทยของผู้เสียหายมาถึง และทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงพามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว โดย ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว จึงทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ จนทราบรูปพรรณของคนร้าย 3 คน และตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย กระทั่งได้พยานหลักฐานพอจะออกหมายจับ จึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอออกหมายจับ และสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย และอีก 1 รายยังหลบหนี และจะเร่งรัดจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายจนครบทุกราย
>> ครม. เห็นชอบ ปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ-ผู้พิการ-เด็กทารก
13.36 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอปรับฐานกลุ่มเป้าหมายโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจาก 0-6 ปี ในครัวเรือนที่ทีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 จากเดือนละ 600 บาท ปรับให้เป็นเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้า 600 บาทโดยไม่ต้องคัดกรองรายได้ ครอบคลุมตั้งแต่ในครรภ์ 4 เดือน
พร้อมปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ จากเดิมอายุ 60-69 ปี เดือนละ 600 เป็น 700 บาท อายุ 70-79 เดือนละ 700 เป็น 850 บาท อายุ 80-89 จากเดือนละ 800 เป็น 1,000 บาท และ อายุ 90 ปีขึ้นไป จากเดือนละ 1,000 เป็น เดือนละ 1250 พร้อมทั้งปรับเบี้ยกลุ่มคนพิการจากเดิม 800-1,000 บาท ปรับเป็นเท่ากัน 1,000 ถ้วนหน้า
ขณะเดียวกันมีการยกระดับแรงงานนอกระบบโดยให้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจแรงงานนอกระบบ เข้าสู่ระบบประกันสังคม ร่วมถึงสวัสดิการครอบครัว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดแล้วนำกลับมาเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อให้เห็นชอบต่อไป"
>> นายกฯ ลงขันนอต ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และ PM2.5 ทั้งในและนอกประเทศ
13.45 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายเรื่อง แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ห้องประชุมสโมสรยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ทางด้านภายในประเทศ ให้กระทรวงมหาดไทย ใช้กลไกการทำงานของจังหวัดบูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ท้องถิ่น ออกแบบการทำงานโดยไม่ยึดติดขอบเขต นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม, ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา ให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับทางเลือกของการเก็บเกี่ยวโดยไม่เผา ทำเกษตรแบบยั่งยืน และ กรมป่าไม้ ดูแลรับผิดชอบในส่วนของการเผาไหม้ในพื้นที่อุทยาน ตลอดจนเฝ้าระวังไม่ให้มีการเผาป่า ถางป่า เพื่อนำพื้นที่ป่าไปใช้ในการทำเกษตรอย่างผิดกฎหมาย
ทางด้านภายนอกประเทศ ให้กระทรวงการต่างประเทศ เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านและเร่งรัดมาตรการ Clear sky strategy, ให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เร่งจัดทำมาตรการควบคุมการรับซื้อ และนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศที่มีการเผาไร่ข้าวโพด, ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพัฒนาระบบตรวจจับฝุ่นควัน และระบบแจ้งเตือนประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการป้องกันตัวอย่างทันท่วงที
โดย นายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคนที่เสียสละปกป้องพื้นที่ป่าไม้ พร้อมกับกำชับให้ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง เพราะชีวิตของทุกคนเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชื่นชมและให้กำลังใจ ให้ทุกคนภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือประชาชน
>> "บิ๊กเต่า" เผยความคืบหน้า 2 คดี เตรียมเพิ่มของขวัญปีใหม่ให้ "สามารถ" ส่วน "ฟิล์ม รัฐภูมิ" ลุ้นหมายจับเร็วๆ นี้
14.18 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึง 2 คดีสำคัญ ระบุว่า เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) มีผู้ประกอบการรายหนึ่งเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.กก.2 บก.ป. กรณีที่ถูก นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช รีดทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อช่วงปี 63-64 โดย นายสามารถ มีพฤติการณ์อ้างถึงเทวดาที่จะมาดูแลคุ้มครองธุรกิจของผู้เสียหาย และมีการกล่าวอ้างว่าผู้เสียหายมีความผิด แต่ตัวผู้เสียหายเอง มีหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด แต่ก็กลัวว่าจะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจจึงต้องยินยอมจ่ายเดือนละ 30,000 บาท เป็นเงินรวม 500,000 บาท
ซึ่งขณะที่ นายสามารถ กระทำผิดนั้น ได้อยู่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่นั้น ทาง บก.ปปป. กำลังนำรายละเอียดไทม์ไลน์เวลาที่รับตำแหน่งมาตรวจสอบ หากพบว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ ก็จะมีโทษหนักขึ้นไปอีก ซึ่งในส่วนนี้จะเข้าข่ายความผิดกรรโชกทรัพย์ และไม่เกี่ยวข้องกับคดี "ดิไอคอน กรุ๊ป" โดยทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้เอง ซึ่งตำรวจได้มีการประสานกับดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว โดยผู้เสียหายจะเดินทางไปพบดีเอสไอด้วย เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆที่มีอยู่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในส่วนของเรื่องฟอกเงิน ซึ่งเส้นเงินนี้มีการโอนไปยังบัญชีคนใกล้ชิด ซึ่งคนใกล้ชิดได้มีการมาพบตำรวจแล้ว และยังโยงไปถึงบริษัทหนึ่งซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่ขณะนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผย คาดว่าใช้เวลาไม่นานเพราะสอบพยานอีกไม่กี่ปากก็น่าจะดำเนินการได้ และเป็นอีกคดีหนึ่งที่น่าจะเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้ นายสามารถ
ส่วนการดำเนินคดีกับ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม ตนได้ดูในส่วนของการสืบสวน ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวนที่กำลังเร่งทำสำนวนอย่างเต็มที่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ โดยขณะนี้ตำรวจได้ทำคดีของ นายรัฐภูมิ อยู่ 3 คดี ซึ่งจะออกหมายเรียกหรือหมายจับนั้น ก็ให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน เนื่องจากเราให้อิสระพนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่ในการดำเนินคดีนี้ สำหรับคดีของ นายรัฐภูมิ กับ "ดิไอคอน กรุ๊ป" นั้น มีการสอบสวนไปแล้ว จากการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่น่าจะเป็นพยายามฉ้อโกง แต่เข้าข่ายพยายามกรรโชกทรัพย์
>> ทหาร-ตำรวจ สนธิกำลัง รวบหนุ่มลาว - สาวไทย ร่วมกันลักลอบขนเฮโรอีน 10 กิโลกรัมเข้าประเทศ
15.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 2104 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ สภ.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงการจับกุม น.ส.บอ(นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ,น.ส.สอ (นามสมมุติ) และนายวิ (นามสมมุติ) สปป.ลาว พร้อมยึดของกลางเฮโรอีน น้ำหนักรวม 10.122 กิโลกรัม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ บริเวณพื้นที่บ้านน้ำเป อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดักซุ่มและตรวจสอบ จนกระทั่งพบเรือหางยาวข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาจอดเทียบฝั่งริมปากลำห้วยน้ำเป โดยมีน.ส.บอและนายวิ นั่งมาในเรือ จากนั้นขึ้นฝั่งมาพร้อมกระเป๋าสัมภาระ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น พบว่าในกระเป๋ามีวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาวซ่อนอยู่ในฟองน้ำสีดำ ห่อด้วยกระดาษคาร์บอนสีดำ พันด้วยเทปกาวสีเหลืองอีกชั้น ตรวจสอบด้วยน้ำยาพิสูจน์ยาเสพติด พบว่าเป็นเฮโรอีน
จากการสอบสวนน.ส.บอ รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก น.ส. สอ ให้ไปรับยาเสพติดที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยน.ส. สอ จะเดินทางกลับมาภายหลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตามไปจับน.ส.สอ ได้ที่สถานีขนส่งหนองคาย ขณะเดินทางกลับเข้าประเทศ ควบคุมตัวทั้งหมดมาดำเนินคดี
>> ไฟไหม้บ้าน ย่านบางแวก เพลิงสงบพบร่างคุณลุง ถูกไฟคลอกร่างไหม้เกรียมเสียชีวิต
15.28 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยบางแวก 104 แยก 2-6 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม.
ที่เกิดเหตุ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น และคอนกรีต 2 ชั้นใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้านเลขที่ 14/3 เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงและหลังข้างเคียงเสียหายทั้งหมด 2 หลัง และลุกลามบ้านข้างเคียง อีก 2 หลังเสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 56 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ หลังเพลิงสงบพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายไทย อายุ 50 ปี สภาพร่างไหม้เกรียม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง จากการสอบสวนนายไพฑูรย์ อายุ 66 ปี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนอยู่ที่ชั้น 1 ของบ้าน ส่วนผู้ตายซึ่งเป็นน้องชายนอนอยู่ในห้องนอนชั้น 2 ต่อมาตนได้ยินเสียงระเบิดในบ้านตนเอง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นจุดใด ก่อนจะเริ่มเห็นกลุ่มควันและแสงเพลิง ตนจึงวิ่งออกจากบ้าน ก่อนตั้งสติได้และพบว่า น้องชายไม่ได้วิ่งตามออกมา จึงพบยามเข้าไปช่วยน้อง แต่ไฟเริ่มโหมไหม้อย่างหนัก จึงไม่สามารถเข้าไปช่วยน้องได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างผู้ตายไปที่ รพ.ศิริราช เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
>> ทหารเรือ เข้าช่วยเหลือแม่และลูกอายุ 2 เดือน ติดน้ำท่วม ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ออกมาได้อย่างปลอดภัย
16.28 น. มีรายงานอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ทั้ง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ซึ่งมีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และยังมีพี่น้องประชาชนอีกบางส่วนที่ยังติดอยู่ภายในบ้านพักทางเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ กองร้อยลาดตระเวน หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ร้อย.ลว.ฉก.นย.ทร.) ได้รับแจ้งจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมที่ บ้านโคกยาง ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีน้ำท่วมหนักจนถึงชั้น 2 ของบ้านพักอาศัย ซึ่งในบ้านมีเด็กหญิงอายุ 2 เดือน อยู่กับแม่ และขอความช่วยเหลือเป็นการด่วน เพราะอาหารที่มีใกล้จะหมด บางส่วนถูกน้ำพัดพาไปจนเกือบหมดแล้ว
ทางหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน กองทัพเรือที่ 33 (ฉก.นย.ทร.33) จึงได้สั่งการให้ พ.จ.อ.วิษณุ ธะโนลัพธ์ เป็นหนัวหน้าชุดควบคุมการปฏิบัติ โดยจัดเรือยางพร้อมเครี่องยนต์ติดท้ายและกำลังพลจำนวน 8 นาย สนับสนุน ในการช่วยเหลือประชาชนที่โดยได้เดินทางออกเดินทางจากค่ายจุฬารณ์ฯ และเร่ง ขอให้การช่วยเหลือ จนกระทั่งได้นำตัวทั้งสองแม่ลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย
>> "นายสุริยะ รมว.คมนาคม" สั่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท หยุดงานก่อสร้าง 14 วัน พร้อมเร่งหาสาเหตุคานถล่ม
17.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุคานสะพานก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ทรุดตัว เป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิต จำนวน 6 ราย บาดเจ็บ 9 คน
นายสุริยะ กล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบถึงความรู้สึกและความมั่นใจของประชานเป็นอย่างมาก ตนในนามกระทรวงคมนาคมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ สำหรับการเยียวยาครอบครัวผู้เสียขีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ทางกระทรวงสั่งการให้ดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยสั่งการให้ผู้รับจ้างเยียวยารายละ 1 ล้านบาท พร้อมทั้งสั่งการให้บริษัทผู้รับผิดชอบโครงการหยุดงานก่อสร้างทันที 2 สัปดาห์ (14วัน) พร้อมทั้งให้กรมทางหลวงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุข้อเท็จจริง และประเมินความปลอดภัยของโครงสร้าง ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมกรมทางหลวง สภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ดำเนินการและสรุปรายงานผลต่อกระทรวงคมนาคมภายใน 15 วัน
สำหรับมาตรการลงโทษผู้ประกอบการที่ปฏิบัติงานก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่าง หรือประมาทเลินเล่อร้ายแรง ปัจจุบัน กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้จัดทำร่างระเบียบฯ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ใช้ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา รวมถึงมาตรการลงโทษ โดยหากเกิดเหตุที่มีบุคคลถึงแก่ความตาย จะถูกตัดสิทธิ์ในการประมูลงาน 1 ปี และหากเข้าเกณฑ์ถูกตัดสิทธิ์จำนวน 3 สัญญาขึ้นไป จะถูกตัดสิทธิ์ในการประมูลงานโครงการถัดไปของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ รวมถึงจะมีมาตรการในการลดชั้นและถอดจากทะเบียนรายชื่อผู้รับเหมาที่มีสิทธิ์ประมูลงานของภาครัฐด้วย โดยกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นหลักในการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานอื่นในสังกัดของกระทรวงคมนาคมที่มีงานก่อสร้าง เพื่อเร่งหารือกับกรมบัญชีกลางในการพิจารณานำหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาบังคับใชัอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
>>พบผู้ประสบอุทกภัย ย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
19.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 18,337 ครัวเรือน หรือประมาณ 47,000 คน ใน 10 ตำบล 92 หมู่บ้าน โดยขณะนี้มีประชาชนที่ต้องอพยพมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 33 คน
ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพจำนวน 600 ชุดให้กับผู้ประสบภัย พร้อมทั้งรายงานว่า มีการแจกจ่ายถุงยังชีพในพื้นที่รวมกว่า 10,000 ชุด และกล่องยังชีพอีกกว่า 20,000 กล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
นายอนุทินได้แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิ่งของจำเป็นและการฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
20.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บ บนสะพานกรุงเทพ ขึ้นมาจากฝั่งธนบุรี มุ่งหน้าถนนพระราม 3
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน สกลนคร ลักษณะชนกับรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน อุดรธานี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย 41 ปี และมีผู้บาดเจ็บชาย 1 คน นำส่ง รพ.เจริญกรุงฯ และรับแจ้งว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล
>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์โฮม ย่านซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 53 กู้ภัยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บไฟลวก และสำลักควันนำส่ง รพ.
21.37 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 53 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายกองเสื้อผ้า ลุกลามที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย 1.เพศชาย อายุ 64 ปี มีอาการถูกไฟลวกที่มือและเท้าทั้ง 2 ข้าง 2.เพศหญิง อายุ 60 ปี มีอาการสำลักควัน นำส่งโรงพยาบาลสิรินธร พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>> รถเก๋งเฉี่ยวชนกับรถจักรยานปั่น ร่างหนุ่มเมียนมากระเด็นลงพื้นถนน ถูกกระบะตามหลังทับซ้ำ เสียชีวิต
21.40 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยาน ถูกรถนั่งส่วนบุคคลเฉี่ยวชน ก่อนถูกรถกระบะทับซ้ำ มีผู้เสียชีวิต ถนนเทพารักษ์ เยื้องตลาดสดบางพลี ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีดำ ทะเบียน กทม. สภาพกันชนหน้าและกระจกหน้าที่มีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ห่างออกไปพบรถจักรยานปั่นล้มคว่ำสภาพถูกชนเสียหาย ห่างออกไปพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน นครสวรรค์ จอดอยู่โดยที่ใต้ท้องรถ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทางอาสาสมัครดำเนินการยกรถกระบะขึ้นเพื่อนำร่างออกมาตรวจสอบเอกสาร เป็นชาย อายุประมาณ 30 - 35 ปี สัญชาติเมียนมา สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
22.00 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 111 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถจักรยานยนต์ชนขอบสะพานกลับรถ คนขับขี่ร่างกระเด็นตกพื้นล่าง เสียชีวิตกลางถนนกาญจนาภิเษก
01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนขอบทางบนสะพานกลับรถ ทำให้คนขับขี่ตกจากสะพานกลับรถลงมาเสียชีวิตอยู่ที่พื้นถนน โดยจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับสะพานกลับรถ ถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าตลิ่งชัน เลยซอยวัดพระเงิน ประมาณ 100 เมตร ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุบนถนนกาญจนาภิเษก ในช่องทางด่วน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนหงายอยู่ในเลนกลางถนน กระเด็นห่างจากสะพานกลับรถประมาณ 10 เมตร สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว ใกล้กันพบนาฬิกาข้อมือตกอยู่ 1 เรือน มีเลือดไหลออกทางปากจำนวนมาก ตามร่างกายมีแผลถลอก ทราบชื่อคือนายสัมฤทธิ์ อายุ 26 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.มหาสารคาม
ที่ด้านบนสะพานกลับรถความสูงประมาณ 5 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 4164 กทม.ของผู้เสียชีวิตล้มคว่ำอยู่บนสะพานกลับรถ โดยมีร่องรอยไถลครูดไปกับขอบสะพานเป็นทางยาวประมาณ 10 เมตร สภาพรถด้านหน้าพังยับ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าร่างผู้เสียชีวิตกระเด็น ออกไปไกลจากสะพานกลับในจุดที่ตก คาดว่าร่างของผู้เสียชีวิตน่าจะถูกชนซ้ำจนร่างกระเด็นไปไกล 10 เมตร แพทย์ชันสูตรไม่พบบาดแผลตามร่างกาย คาดว่าน่าจะถูกกระแทกอย่างแรงจนด้านในศีรษะกระทบกระเทือน จึงทำให้มีเลือดออกทางปากและจมูกเป็นจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง
>> ไฟไหม้ร้านทำเบาะ รถเสียหายหลายคัน แล้วลุกร้านอาหารข้างเคียง
01.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
โครงสร้างเหล็กหลังคาเมทันชีท ประกอบกิจการรับซ่อมเบาะรถยนต์ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด และลุกลามร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา เสียหายรถกระบะ และจักรยานยนต์ เสียหายทั้ง 3 คัน ไม่ทราบทะเบียน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 120 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ร่างคนขับขี่กระเด็นฟาดเสาป้ายสัญญาณ เสียชีวิต
05.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุภายในซอยรามคำแหง 39 ฝั่งตรงข้ามซอยย่อย 9 รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ - แดง ไม่ติดป้ายทะเบียนพลิกคว่ำ ร่างผู้ขับขี่กระเด็นฟาดกับเสาป้ายสัญญาณจราจร เสียชีวิตเป็นชายไทย อายุ 21 ปี พื้นที่ สน.วังทองหลาง