โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

5 หนี้ที่ทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านของคุณน้อยลง

DDproperty

เผยแพร่ 20 ม.ค. 2568 เวลา 07.19 น.
5 หนี้ที่ทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านของคุณน้อยลง

เมื่อวางแผนจะกู้สินเชื่อบ้าน สิ่งที่ต้องทำย่อมเป็นการคำนวณรายได้ของตนเองว่าจะสามารถกู้ได้วงเงินเท่าไหร่ แต่ขั้นตอนที่คนมักจะลืมทำคือหักลบ “หนี้” ที่จะทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านลดลง และหลายครั้งเราอาจกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านเพราะประมาทภาระหนี้หรือเรียกอีกอย่างว่า “ภาระการผ่อน” ที่ตนเองมีอยู่

DDproperty ขอแนะนำ Checklist ภาระการผ่อนเหล่านี้ที่เราควรสำรวจตนเองก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน เพื่อไม่ให้วงเงินที่ได้ต้องหดลงหรือถึงขั้นกู้ไม่ผ่าน

สูตรวงเงินกู้ 1 ล้านบาท = อัตราผ่อนชำระ 7,000 บาท/เดือน

1. รถยนต์

หลายคนเลือกซื้อรถก่อนซื้อบ้านด้วยสภาพขนส่งสาธารณะประเทศไทยไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้ทั่วทุกพื้นที่ แต่พอถึงคราวจะกู้ซื้อบ้าน ภาระผ่อนรถยนต์เป็นภาระก้อนใหญ่ที่กินกำลังความสามารถไปพอดู

ยกตัวอย่าง ถ้าหากมีภาระผ่อนรถยนต์เดือนละ 7,000 บาท คำนวณโดยคร่าวก็ถือว่าลดราคาบ้านที่เราสามารถผ่อนชำระไหวลงไปอีก 1 ล้านบาทเลยทีเดียว เช่น

นางสาว A มีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน

โดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุด 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน

เท่ากับนางสาว A สามารถกู้ซื้อบ้านได้ในวงเงิน 50,000 x 60 = 3 ล้านบาท

แต่เนื่องจากมีภาระผ่อนรถยนต์อยู่ 7,000 บาท = ลดวงเงินที่กู้ได้ลงไป 1 ล้านบาท

วงเงินกู้ซื้อบ้านที่ได้ลดลงจาก 3 ล้านบาท – 1 ล้านบาท = เหลือ 2 ล้านบาทเท่านั้น

2. บ้าน

ผ่อนบ้านเดี่ยวอยู่แต่ก็อยากมีคอนโดมิเนียมเพิ่มสักห้อง เช่นเดียวกับการผ่อนรถยนต์นั่นคืออัตรางวดผ่อนชำระต่อเดือนของการผ่อนบ้านนั้นค่อนข้างสูงและกินเวลาหลายปี

ยกตัวอย่าง นางสาว A มีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน

โดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุด 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน

เท่ากับนางสาว A สามารถกู้ซื้อบ้านได้ในวงเงิน 50,000 x 60 = 3 ล้านบาท

แต่เนื่องจากมีภาระผ่อนบ้านหลังเดิมอยู่แล้ว 14,000 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินที่กู้ได้ลงไป 2 ล้านบาท

วงเงินกู้ซื้อบ้านที่ได้ลดลงจาก 3 ล้านบาท – 2 ล้านบาท = เหลือ 1 ล้านบาทเท่านั้น

3. บัตรเครดิต

บัตรเครดิตเป็นภาระหนี้สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านของเราลดลงไป โดยธนาคารคำนวณภาระการผ่อนต่อเดือนจากหนี้บัตรเครดิตด้วยสูตร 10% จากยอดหนี้คงค้าง

เนื่องจากบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะให้ชำระขั้นต่ำ 10% ในแต่ละเดือน ซึ่งถือว่าเป็นภาระหนี้รายเดือนของเราในสายตาธนาคาร

ยกตัวอย่าง นางสาว A มียอดค้างชำระบัตรเครดิตรวมทั้งหมด 35,000 บาท

อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน คือ 10% จาก 35,000 บาท = 3,500 บาท

คำนวณโดยคร่าว ภาระการผ่อน 3,500 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินกู้ซื้อบ้านที่จะได้ไป 5 แสนบาท

ดังนั้น หนี้บัตรเครดิตแม้จะดูเหมือนมีภาระการผ่อนจำนวนไม่มาก แต่คิดกลับเป็นวงเงินกู้ซื้อบ้านที่ถูกลดทอนลงไปแล้วก็มากพอสมควร หากสนใจจะยื่นกู้ซื้อบ้านจึงควรเร่ง “เคลียร์หนี้บัตรเครดิต” ไม่ให้มียอดค้างชำระใด ๆ ทั้งสิ้นเหลือไว้

นอกจากนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีหนี้ค้างชำระบัตรเครดิต แต่ถ้าถือบัตรเครดิตไว้ในมือหลายใบก็มีความเสี่ยงถูกลดวงเงินกู้ซื้อบ้านหรือปฏิเสธให้กู้ได้ เพราะธนาคารมองว่าบัตรเครดิตเป็นเครื่องมือที่อาจก่อหนี้ได้ในอนาคตซึ่งจะส่งผลต่อวินัยการผ่อนบ้าน

แบงก์จึงมักจะแนะนำให้เรา “ปิดบัตร” หมายถึงขอยกเลิกบัตรเครดิตใบที่ไม่ได้ใช้ไป และถือไว้เฉพาะใบที่จำเป็น 1-2 ใบก็พอ

4. บัตรกดเงินสด

คล้ายคลึงกับบัตรเครดิต แต่บัตรกดเงินสดคือบัตรที่ใช้เบิกเงินสดฉุกเฉิน ต่างจากบัตรเครดิตที่ส่วนใหญ่ใช้รูดซื้อสินค้าโดยตรง ส่วนภาระการจ่ายหนี้บัตรกดเงินสดขั้นต่ำมักจะอยู่ที่เดือนละ 3-5% ของยอดหนี้ค้างชำระ ในที่นี้จะสมมติให้สถาบันการเงินคิดอัตราการผ่อนขั้นต่ำ 5%

ยกตัวอย่าง นางสาว A มียอดหนี้ค้างชำระบัตรกดเงินสด 20,000 บาท

อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน คือ 5% จาก 20,000 บาท = 1,000 บาท

คำนวณโดยคร่าว ภาระการผ่อน 1,000 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินกู้ซื้อบ้านที่จะได้ไปประมาณ 143,000 บาท

คำแนะนำเดียวกันกับบัตรเครดิต นั่นคือควรเร่งชำระหนี้ทั้งหมดของบัตรกดเงินสดให้หมดก่อนที่จะยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร

5. เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

สินค้าต่าง ๆ เหล่านี้มีราคาสูงหลักหมื่นบาท หลายคนจึงเลือกที่จะซื้อด้วยระบบการผ่อนทั้งที่มีดอกเบี้ยและดอกเบี้ย 0% (เนื่องจากร้านค้ามีการทำโปรโมชันร่วมกับธนาคาร) ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ซื้อด้วยระบบการผ่อนมักจะต้องใช้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระ ทำให้ยอดหนี้ถูกรวมไว้กับหนี้บัตรเครดิต (ดูข้อ 3)

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าบางแห่งในปัจจุบันอาจปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าด้วยตนเองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต ดังนั้น หนี้การผ่อนชำระสินค้าเหล่านี้ต้องไม่ลืมที่จะนำมาคิดรวมในฐานะภาระการผ่อนหนึ่งที่จะทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านลดลงไป

ยกตัวอย่าง นางสาว A ผ่อนโทรศัพท์กับมือถือกับร้านค้าเดือนละ 2,000 บาท

คำนวณโดยคร่าว ภาระการผ่อน 2,000 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินกู้ซื้อบ้านที่จะได้ไปประมาณ 286,000 บาท

เช่นเดียวกับการมีหนี้อื่น ๆ ที่อยู่ในวิสัยสามารถเคลียร์หนี้ได้ เราสามารถจ่ายค่าสินค้าเต็มจำนวนเพื่อปิดยอดหนี้ค้างชำระทั้งหมด และควรป้องกันขั้นตอนความยุ่งยากต่าง ๆ ในการเคลียร์หนี้ โดยเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ ไม่ซื้อสินค้าระบบผ่อนชำระที่คาดว่าจะผ่อนไม่หมดก่อนถึงเวลายื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร

สรุปจาก Checklist 5 ข้อ หนี้ก้อนใหญ่อย่างบ้านและรถยนต์ที่มีอยู่เดิม การจะเร่งเคลียร์หนี้ให้หมดไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก หากความสามารถผ่อนชำระที่เหลือไม่เพียงพอก็ควรอดใจรอการซื้อบ้านการซื้อบ้านไว้ก่อน

ส่วนอีก 3 ข้อที่เหลือคือ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อผ่อนชำระค่าสินค้าต่างๆ ถ้าหากยังไม่พอกพูนมากนักเราสามารถเร่งเคลียร์หนี้ค้างชำระให้หมดก่อนยื่นกู้ซื้อบ้านได้ และระมัดระวังวินัยการใช้จ่ายของตนเองผ่านระบบเหล่านี้ล่วงหน้า 1 ปีก่อนจะยื่นกู้ซื้อบ้านจะเป็นการดีที่สุด

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจ กู้ซื้อบ้านสามารถอัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านประจำเดือนล่าสุด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...