โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โตชิบาโต เปิดแผนปี 68 ส่งสินค้าใหม่ 53 รุ่นลงตลาด จับตลาด Mid to High ตั้งเป้าโต 25%

Thairath Money

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.13 น.
ภาพไฮไลต์

โตชิบา ไทยแลนด์ ฉลองครบรอบ 55 ปีด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง เติบโต 24% ในปี 2567 พร้อมรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 5 ปี ที่ 15% สะท้อนความสำเร็จจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

อเล็กซ์ มา รองประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านโดยรวมปี 2567 มีมูลค่า 83,000 ล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน แบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก คือ สินค้าชิ้นใหญ่และสินค้าขนาดเล็ก

สำหรับกลุ่มสินค้าชิ้นใหญ่ (Major Appliance) ประกอบด้วย ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าตลาด 65,000 ล้านบาท เติบโต 11% คิดเป็นจำนวน 5.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 8% โดยได้ปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงหน้าร้อน ประกอบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่กลุ่มสินค้าขนาดเล็ก (Small Appliance) ซึ่งประกอบด้วย หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และพัดลม มีมูลค่าตลาด 18,000 ล้านบาท อัตราการเติบโตทรงตัว มีจำนวน 15.4 ล้านเครื่อง เติบโตเพียง 3% เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง

"จากผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องหลายปี ส่งผลให้ปัจจุบันโตชิบาครองส่วนแบ่งการตลาดในอันดับต้นๆ ของหลายกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะไมโครเวฟที่ครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่ง 29% ตามมาด้วยตู้เย็นและหม้อหุงข้าวที่ครองอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 15.9% และ 9% ตามลำดับ ส่วนเครื่องซักผ้าครองอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่ง 11.1%" อเล็กซ์ กล่าว

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2568 บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ถึง 53 รุ่น มุ่งเน้นตลาดระดับกลาง-บน ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และคุณสมบัติสินค้า พร้อมประกาศแต่งตั้งทาคาชิ โซริมาจิ นักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่น เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคนใหม่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมียม

ทั้งนี้ ปัจจัยความสำเร็จของโตชิบามาจากการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง เน้นความทนทาน พร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจรายละเอียดและความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก รวมถึงการมีเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าที่แข็งแกร่งและช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ในปี 2568 เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมรักษามาตรฐานการผลิตและการบริการที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์โตชิบามาโดยตลอด"อเล็กซ์ กล่าว

เทรนด์ "Japan Origin" มาแรง โตชิบาจะไม่ขายแค่ดีไซน์ แต่ใส่ “นวัตกรรม” ลงไปด้วย

นอกจากนี้ ปี 2568 อเล็กซ์ เผยว่า โตชิบา มีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มอีกกว่า 500 แห่ง โดยเน้นขยายจุดวางสินค้ากลุ่มไฮเอนด์มากขึ้น รวมไปถึงการทุ่มเงินในการปรับโฉมร้านค้าให้ดูสวย ทันสมัยขึ้น อีกทั้งยังเพิ่ม Experience Store ที่เน้นการโชว์สินค้ากลุ่ม Smart Solution เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้ามามีประสบการณ์การใช้งาน ณ จุดขาย และเพิ่มจำนวนและพัฒนาคุณภาพพนักงานขายหน้าร้าน เพราะปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการความเป็นมินิมอล เทรนด์ “Toshiba Japan Origin คราฟต์ที่ดีไซน์ ใส่ใจทุกดีเทล” จึงมาแรง ดังนั้นในปีนี้โตชิบาจะไม่ได้ขายแค่ดีไซน์ แต่ใส่ “นวัตกรรม” ลงไปด้วย

สำหรับช่องทางการขายที่เติบโตสูงสุดจะเป็นออนไลน์ รองลงมาคือโมเดิร์นเทรด และสุดท้ายคือดีลเลอร์ ทั้งนี้ในส่วนของสินค้าพรีเมี่ยม มีประมาณ 50% จากปกติ 30-40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และสินค้าส่วนใหญ่จะขายดีในช่วงไตรมาส 1 ของทุกปี

เมื่อถามถึงเรื่องของมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 อเล็กซ์ มองว่า ถือเป็นมาตรการกระตุ้นชั้นดี ซึ่งในภาพรวมคนมีกำลังซื้อ แต่แค่ระมัดระวังในการใช้จ่ายเท่านั้น ขณะที่โมเดล Subscription บริษัทฯ มีแผนจะทำแต่ดูความเคลื่อนไหว

กลยุทธ์การตัดราคาคือ การฆ่าตัวตายในระยะยาว

“ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยมีการแข่งขันสูงในเรื่องของราคา และ Interbrand ด้านสงครามราคาของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่ทุกอุตสาหกรรมคงหนีไม่พ้น โตชิบา จะเดินไปในรูปแบบ Value for money ไม่ขายของถูก แต่จะขายสินค้าที่คุ้มค่า โดยจะไปในเซกเมนต์ Mid to High ไม่ขายของแพงแต่มีฟังก์ชั่นมากขึ้น เพราะเรามองว่ากลยุทธ์การตัดราคาคือ การฆ่าตัวตายในระยะยาว ถ้าแบรนด์จะอยู่ได้ ต้องมีกำไร แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันตรงจุดนี้ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือลูกค้า” อเล็กซ์ กล่าว

เอกดนัย ตันติภูมิอมร ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โตชิบาวางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ไว้ 3 แกนคือ

1. เจาะตลาดแมส โดยสรรหาผลิตภัณฑ์ที่ทุกบ้านต้องมี โดยส่งผลิตภัณฑ์คุณภาพ ในราคามิตรภาพเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

2. ขยายฐานไปยังกลุ่มระดับกลางถึงบน (Mid to High Segment) ที่เติบโตขึ้นในทุกปี กลุ่มนี้จะมีความต้องการมากขึ้นในเชิงต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดความจุใหญ่ขึ้น และ/หรือ สเปคบางอย่างที่มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเขา อาทิต้องการความสะดวกสบาย ต้องการประหยัดเงิน

3. เจาะเข้าตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยส่งผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละเรื่องแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องดีไซน์ สเปค หรือเทคโนโลยี

สำหรับปี 2568 นี้ โตชิบามีแผนขยายสินค้าใหม่มากถึง 53 รุ่น โดยแบ่งเป็นกลุ่มตู้เย็นจาก 11 รุ่น กลุ่มเครื่องซักผ้า 19 รุ่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องครัว 16 รุ่น และกลุ่มเครื่องใช้ในบ้านอีก 7 รุ่น

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...