โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไม่ยื่นภาษี ไม่เสียภาษี มีความผิดอะไร โทษปรับเท่าไร ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. 2568 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2568 เวลา 09.55 น.

วาระแห่งปีของมนุษย์เงินเดือนกับการเตรียมตัวยื่นแบบรายการเงิน-เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในช่วงวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคมของทุกปี หากบุคคลที่มีหน้าที่ยื่นและเสียภาษีนี้ไม่ทำตามหน้าที่จะได้รับความผิดอย่างไร ?

วาระแห่งปีของมนุษย์เงินเดือน กับการยื่นและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงเวลานึงของทุกปีเพื่อให้รัฐบาลนำภาษีที่จัดเก็บได้ไปใช้รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จัดบริการสาธารณะที่เอกชนไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระจายความมั่งคั่งอย่างยุติธรรม

ซึ่งปกติแล้วถูกจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม ด้วยการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 และวันที่ 1 กรกฎาคมถึงวันที่ 30 กันยายน ด้วยการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 ของทุกปี หากผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร ย่อมทำให้เกิดความรับผิดทางแพ่งและทางอาญา

กรณีไม่ยื่นภาษี

การยื่นภาษี คือ การยื่นแบบแสดงรายการเงินปีละ 1 ครั้ง เพื่อแจ้งรายได้และค่าลดหย่อนที่มีให้กับสรรพากร สำหรับบุคคลที่มีรายได้มากกว่า 10,000 บาท/เดือน บางคนมีรายได้หลายทาง ทำให้ภาษีที่หักไว้อาจน้อยกว่าที่จ่ายจริง ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่ม

ขณะเดียวกันคนที่ถูกบริษัทหักภาษีสูง หรือมีค่าลดหย่อนอื่นเพิ่มเติม อาทิ การทำประกัน ดอกเบี้ยบ้าน กองทุนต่าง ๆ ก็จะได้ภาษีที่หักไว้คืน ปกติการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะยื่นปีละ 1 ครั้ง ซึ่งหากไม่ยื่นแบบฯ หรือยื่นภายหลังกำหนดเวลา จะมีค่าปรับตามแต่ละกรณี ดังนี้

1. กรณีไม่ยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปีหรือยื่นแบบฯ เกินกำหนดเวลา ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร แต่สามารถขอลดค่าปรับได้

2. กรณียื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต กรณีมีเงินภาษีต้องชำระ หากไม่ได้ชำระเงินภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ถือว่ามิได้ยื่นแบบ ต้องไปยื่นแบบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมทั้งค่าปรับตามข้อ 1

3. กรณียื่นแบบฯ เกินกำหนดเวลา

  • กรณีมีเงินภาษีต้องชำระ ให้ชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมทั้งค่าปรับตามข้อ 1
  • กรณีไม่มีเงินภาษีต้องชำระ ให้ชำระค่าปรับตามข้อ 1 เพียงอย่างเดียว

4. กรณียื่นแบบฯ เพิ่มเติมภายหลังกำหนดเวลาการยื่นแบบ

  • กรณีมีเงินภาษีต้องชำระ ให้ชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ
  • กรณีไม่มีเงินภาษีต้องชำระ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มและค่าปรับ

5. กรณีขอผ่อนชำระเงินภาษี หากไม่ได้ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในกำหนดเวลา จะหมดสิทธิการผ่อนชำระและต้องชำระภาษีอากรที่ค้างอยู่ทั้งหมด โดยต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีงวดที่เหลือ

6. กรณีมีภาษีชำระไว้เกิน แต่ไม่ได้แจ้งความประสงค์ขอคืนเงิน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือยื่นแบบฯ ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ให้ยื่นคำร้องขอคืนเงินตามแบบ ค.10 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ท้องที่ที่มีภูมิลำเนาอยู่ ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี โดยแนบเอกสารแล้วแต่กรณี ดังนี้

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • แบบ ล.ย.03 (ถ้ามี)
  • ใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดา/มารดา (ถ้ามี)
  • ใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองค่าเบี้ยประกันชีวิตของปีภาษีที่ขอคืน (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของปีภาษีที่ขอคืน (ถ้ามี)
  • ใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ/กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัยของปีภาษีที่ขอคืน (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม (ถ้ามี)
  • ใบเสร็จรับเงินบริจาคการกุศลของปีภาษีที่ขอคืน (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • หนังสือแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)
  • ใบเสร็จรับเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นขอคืน

กรณีไม่เสียภาษี

หากบุคคลยื่นแบบฯ ภายในกำหนดแต่ชำระภาษีไม่ครบถ้วน หรือยื่นแบบฯ ล่าช้า ละเลย หรือหลีกเลี่ยงการยื่นแบบฯ จะต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมายกำหนด และหากฝ่าฝืนไม่ยอมชำระ ก็ต้องรับโทษทางอาญาด้วย ซึ่งมีบทลงโทษ ดังนี้

1. กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการจนถึงวันชำระภาษี

2. กรณีเจ้าพนักงานตรวจสอบออกหมายเรียก และปรากฏว่ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้แต่ชำระภาษีขาดหรือต่ำไป นอกจากจะต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มแล้ว ยังจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่าหรือ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระแล้วแต่กรณี เงินเบี้ยปรับดังกล่าวอาจลดหรืองดได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

3. กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในกำหนดเวลา ต้องระวางโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท

4. กรณีจงใจ แจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จหรือฉ้อโกง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท

5. กรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อมูลจาก กรมสรรพากร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่ยื่นภาษี ไม่เสียภาษี มีความผิดอะไร โทษปรับเท่าไร ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...