โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สุดช็อก! กอง LTF ผลงาน 7 ปี ติดลบเกือบยกแผง พบมีแค่ 10 กองที่รอด ส่วนที่เหลือร่วง

Share2Trade

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 08.33 น. • Share2Trade

มอร์นิ่งตาร์ เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นปีที่หน่วยลงทุนล็อตสุดท้ายของกองทุน LTF ที่ลงทุนในปี 2562 จะครบกำหนดถือครองตามเงื่อนไขการลงทุน 7 ปีปฎิทิน หรือหมายความว่า นักลงทุนที่ยังมีหน่วยลงทุนในกองทุน LTF อยู่ ไม่ว่าจะเริ่มลงทุนในปีใดก็ตาม จะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่มีอยู่ได้ในปีนี้โดยไม่ผิดเงื่อนไขการลงทุน ทำให้ตลาดบางส่วนอาจมีความกังวลว่าการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุน LTF จะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยได้

สุดช็อก! กอง LTF_WS (เว็บ) copy_0.jpg

โดยในวันที่ 2 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกของปี ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงกว่า 20.36 จุด หรือดัชนีปิดตลาดที่ 1,379.85 จุด ซึ่งส่วนหนึ่งคาดการณ์ว่าเป็นผลมาจากแรงเทขายของนักลงทุนจากเงินลงทุนในกองทุน LTF ที่ครบกำหนด

อย่างไรก็ตาม หากดูตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงจากยอดเงินไหลเข้า-ออกสุทธิ พบว่าในวันแรกของปี 2568 กองทุน LTF มียอดเงินไหลออกประมาณ 2.1 พันล้านบาท นับว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่าปี 2567 ที่มีเงินไหลออกในวันแรกราว 4.3 พันล้านบาท และหากนับในช่วง 5 วันทำการแรกของปี 2568 จะมีเงินไหลออกสุทธิราว 6.2 พันล้านบาท

7 ทั้งนี้ ปฎิเสธไม่ได้ว่าเงินลงทุนในกองทุน LTF ถูกทยอยไถ่ถอนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยมีเฉพาะในปี 2567 ที่มีเงินไหลออกปรับตัวสูงสุดในรอบ 5 ปีเกือบ -3.8 หมื่นล้านบาท

โดยปัจจัยหนึ่งที่นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าเงินกองทุน LTF ที่ครบกำหนดอาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดมากอย่างที่นักลงทุนบางส่วนกังวลนั้น ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากผลตอบแทนของเงินลงทุนที่โดยเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับติดลบไม่ว่าจะเป็นในช่วง 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี หรือ 7 ปี โดยค่าเฉลี่ยผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุน LTF ในช่วง 7 ปียังคงปรับตัวติดลบ 2.18% ในขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีปรับตัวติดลบ 1.06%

และในอีกมุมหนึ่ง หากเปรียบเทียบผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุน LTF กับผลตอบแทนของดัชนี SET TR Index ซึ่งรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลแล้ว พบว่ากองทุน LTF โดยเฉลี่ยมีผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตลาดอย่างต่อเนื่องเกือบทุกปีตลอดทั้งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในช่วงการปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลง

ยกเว้นเพียงในปี 2564 ที่ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของกองทุน LTF สามารถเอาชนะตลาดได้ ในขณะที่ปี 2567 เป็นปีที่ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุน LTF ปรับตัวติดลบ แม้ว่าตลาดโดยรวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากภาพดังกล่าวส่งผลให้ผลตอบแทนสะสมเฉลี่ยทั้งช่วงเวลา 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี และ 7 ปี ของกองทุน LTF อยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดโดยรวมทุกช่วงเวลา

นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบผลตอบแทนรายกองทุนกับดัชนี SET TR Index จะพบว่าสัดส่วนกองทุนที่มีผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย นั้นมีความแตกต่างกันไปในแต่ละปี แต่โดยส่วนใหญ่แล้วกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้ต่ำกว่าดัชนีจะมีสัดส่วนสูงกว่า โดยมีสัดส่วนประมาณ 3ใน4 ของกองทุนทั้งหมด

โดยหากพิจารณาผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมในระยะยาว จะพบว่ามีเพียง 12% ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีได้จากผลตอบแทนสะสมเฉลี่ยในรอบ 7 ปี ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในปีใดที่ตลาดหุ้นมีผลตอบแทนในระดับ 10% ขึ้นไป กองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดจะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ในปี 2564 ที่ตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 18% หรือในปี 2566 ที่ตลาดปรับตัวลดลง -13% แต่โดยเฉลี่ย

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกกองทุน LTF จะมีผลการดำเนินงานที่ไม่ดีทั้งหมด โดยหากพิจารณาผลตอบแทนในระดับกองทุนในช่วงย้อนหลัง 7 ปี พบว่าแม้ว่าตลาดจะมีผลตอบแทนติดลบ แต่ยังมี 10 กองทุน (นับแยกชนิดหน่วยลงทุน) จาก 84 กองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นบวก หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 12% ซึ่งประกอบด้วยกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนหลากหลายรูปแบบ ทั้งกองทุนหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลาง-เล็ก

ในขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี มีจำนวนกองทุนที่มีผลตอบแทนเป็นบวกเพิ่มขึ้นเป็น 23 กองทุน จากกองทุนทั้งหมดกว่า 90 กองทุน หรือประมาณ 26% และสำหรับในปีที่ผ่านมา สัดส่วนกองทุนที่มีผลตอบแทนเป็นบวกได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 35 กองทุน หรือคิดเป็นสัดส่วน 37% โดยกองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรกในปีที่ผ่านมาล้วนเป็นกองทุนใน Morningstar category ประเภท Equity Large cap ทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...