โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิวเกม] 'Mario vs. Donkey Kong' รีเมกตำนานลิงยักษ์ปะทะลุงหนวด

BT Beartai

อัพเดต 20 ก.พ. 2567 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2567 เวลา 06.27 น.
[รีวิวเกม] 'Mario vs. Donkey Kong' รีเมกตำนานลิงยักษ์ปะทะลุงหนวด
[รีวิวเกม] 'Mario vs. Donkey Kong' รีเมกตำนานลิงยักษ์ปะทะลุงหนวด
[รีวิวเกม] 'Mario vs. Donkey Kong' รีเมกตำนานลิงยักษ์ปะทะลุงหนวด

Mario vs. Donkey Kong จุดเด่น กราฟิกปรับใหม่หมด และดูดีในแบบ Mario แอ็กชันพัซเซิลสนุกตามมาตรฐาน Nintendo จุดสังเกต สิ่งที่เพิ่มเข้ามาน้อยเกินไป เกมเพลย์บางส่วนดูเชยไปหน่อย 7.5

ดูเหมือนว่าช่วงนี้ปู่นินนิยมเอาของเก่ามาขายใหม่ เพราะว่านอกจากง่ายแล้วหากทำออกมาดีมันจะได้รับความนิยมอย่างมากแถมไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดตัว ‘Super Mario RPG’ ฉบับรีเมกกราฟิกใหม่หมดซึ่งก็ประสบความสำเร็จและขายดี

ส่วนอีกเกมที่ตามมาติด ๆ คือ ‘Mario vs. Donkey Kong’ เกมแนวแอ็กชันพัซเซิล ที่ต้นฉบับออกบน Gameboy Advance ในปี 2004 ที่เป็นการหยิบเอา 2 ตัวละครในตำนานอย่างลุงหนวดและลิงยักษ์สมัยเกมตู้ยุค 80S มาเจอกันอีกครั้งในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น แม้อาจจะไม่ได้โด่งดังมากแต่ก็เป็นอีกเกมที่โดดเด่นเพราะมันอัปเกรดเกมเพลย์ที่ดูเชยให้ทันสมัยขึ้น ทำให้มีการเอามาสร้างใหม่อีกครั้งบน Nintendo Switch

เนื้อเรื่องในเกมก็เรียบง่ายมาก เพราะใน ‘Mario vs. Donkey Kong’ ลุงหนวดของเราได้เป็นเจ้าของบริษัทของเล่น และผลิต “Mini Mario” หุ่นไขลานสุดน่ารักออกวางขาย แต่แล้ว Donkey Kong ได้มาขโมยของเล่นไปจนหมดโรงงาน ทำให้ Mario ของเราต้องออกไปทวงคืน แน่นอนว่าเกมมีการลงทุนทำคัตซีนใหม่ทั้งหมดทำให้การเล่าเรื่องดูดีขึ้นมาก

กราฟิกปรับใหม่หมด

แน่นอนว่าในเมื่อเป็นการรีเมกกราฟิกเป็นหลักทำให้ภาพต้องยกระดับอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อต้นฉบับออกบน Gameboy Advance แล้วมันถือว่ายกระดับจนเหมือนเป็นคนละเกม เพราะมันมาพร้อมกราฟิกระดับ HD และสร้างฉากรวมทั้งตัวละครใหม่หมดแต่อ้างอิงจากฉากเดิม และอย่างที่บอกไปว่ามีการลงทุนทำคัตซีนใหม่ทำให้ทุกอย่างดูดีสมกับเป็นเกมคอนโซลยุคใหม่ไม่ดูเชยแน่

โดยเฉพาะตัวละครและรายละเอียดที่สมจริงมีความคล้ายกับ ‘Super Mario RPG’ ส่วนเพลงประกอบก็ยกเอาของเดิมมาปรับแต่งเสียงใหม่ให้สมกับการออกบนคอนโซลรุ่นใหม่ แม้อาจจะไม่ได้มีธีมที่โดดเด่นเท่ากับซีรีส์ Mario แต่ถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐานเกมของ Nintendo และถือว่ามีการลงทุนทำเพลงใหม่ด้วย

เกมเพลย์แอ็กชันพัซเซิลสนุกเข้าใจง่าย

รูปแบบการเล่นของ ‘Mario vs. Donkey Kong’ นำเสนอแบบ 2 มิติแนวแอ็กชันผสมผสานกับพัซเซิลที่เรียบง่าย เพราะเราจะรับบทลุงหนวดออกไปค้นหา Mini Mario ที่ซ่อนอยู่ในฉากผ่านอุปสรรคกับดักที่สร้างออกมาออกมาแนวแก้ปริศนา โดยแต่ละด่านจะไม่ยาวนัก ส่วนการไปถึง Mini Mario ก็ต้องค่อย ๆ หากุญแจเพื่อเปิดประตู

ส่วนตัวละคร Mario ของเราจะไม่ได้มีความสามารถเหมือนกับภาคหลัก เพราะเกมอ้างอิงจากซีรีส์ ‘Donkey Kong’ มากกว่าทำให้ไม่มีเห็ดหรือดอกไม้ไฟ แต่จะมีค้อนไว้ทุบศัตรูที่ใช้ได้ชั่วคราว แต่ลุงหนวดก็ไม่ได้ไร้ความสามารถสักทีเดียว เพราะยังมาพร้อมกับการกระโดดหลายจังหวะเพื่อไปยังที่สูงได้ การปีนเชือกหรือโหนบาร์ และยังจับศัตรูหรือสิ่งของแล้วปาออกไปแทนการโจมตีได้

ฉากหลากหลาย มีโหมดง่ายให้เลือก

อีกจุดเด่นคือฉากในเกมที่ใส่เข้ามาหลากหลายไม่ได้มีแค่ปีนตึกเหมือนต้นฉบับ เพราะมีทั้งป่าที่ดูลึกลับ หรือดินแดนน้ำแข็งที่หนาวเย็น และแต่ละด่านจะมีอุปสรรคที่แตกต่างกัน เพราะมีปริศนาที่ทำให้เราผ่านไปได้ยากลำบาก และบางครั้งผู้เล่นต้องหาทางใช้ประโยชน์จากอุปสรรคในฉากด้วย เช่นด่านน้ำแข็งที่พื้นจะลื่นอย่างมาก แต่ผู้เล่นจะสามารถใช้ความลื่นเพื่อผ่านฉากได้เช่นการโยนกุญแจเพื่อให้มันลื่นไหลไปยังจุดที่เราไปไม่ได้

ความโดดเด่นของ ‘Mario vs. Donkey Kong’ คือด่านออกแบบมาดีแม้ว่าจะเป็นเกมที่ออกมา 20 ปีแล้ว เพราะมันมีความหลากหลายโดยมีด่านที่เราต้องหา Mini Mario แบบปรกติที่เมื่อเราหาได้ครบแล้วจะมีฉากที่เราต้องพาหุ่นลุงหนวดไปยังกล่องใส่ของเล่น ซึ่งด่านนี้มีความท้าทายอย่างมากเพราะเราจะไม่สามารถบังคับ Mini Mario ได้โดยตรง มันจะเดินตามผู้เล่นทำให้ต้องระวังอย่างมากเพราะมันอาจจะโดนโจมตีหรือกับดักทำลายได้

และเมื่อผ่านทุกฉากและเก็บรวบรวม Mini Mario จนครบ จะพบกับด่านบอสที่เราจะได้ต่อสู้กับ Donkey Kong ซึ่งโดยรวมมีความยากพอประมาณแต่ไม่ถึงกับโหดร้าย แต่หากคุณคิดว่ามันยากไปยังมีโหมดง่ายใส่เข้ามาให้เล่น ที่เมื่อเราเลือกจะสามารถพลาดตายได้มากขึ้นและมีเวลาเล่นไม่จำกัด เพราะเมื่อตายจะกลายเป็นฟองสบู่แล้วลอยไปที่จุด Save ถือว่าช่วยให้มือใหม่เล่นได้สนุกขึ้น

การกลับมาของ ‘Mario vs. Donkey Kong’ ฉบับรีเมกถือว่าทำออกมาได้ดีพอตัว ในส่วนของกราฟิกที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด และยังมาพร้อมกับเกมเพลย์ที่ยังคงความคลาสสิกเหมือนเดิม แม้ว่าเกมเพลย์บางส่วนอาจจะดูเชยและเรียบ ๆ ไปหน่อยก็ตาม แต่หากคุณเป็นแฟนลุงหนวดกับลิงยักษ์แล้ว ถือว่ามันยังคงมีความสนุกอยู่ ถือว่าเป็นอีกเกมที่เหมาะมากที่เอาไว้เล่นฆ่าเวลาได้เพลิน ๆ

***

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...