โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ยุทธการเซกิงาฮาระ” สมรภูมิชี้ขาด “อิเอยาสุ” ครองอำนาจเหนือญี่ปุ่น

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 เม.ย. 2567 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2567 เวลา 10.34 น.
ภาพวาดยุทธการเซกิงาฮาระ วาดขึ้นใหม่เมื่อ ค.ศ. 1854 โดยอิงจากภาพต้นฉบับที่วาดในทศวรรษ 1620 โดย ซาดะโนบุ คาโนะ (Sadanobu Kanō) (ภาพ : Wikimedia Commons)

ยุทธการเซกิงาฮาระ เกิดขึ้นใน “ยุคเซ็นโกคุ” เมื่อ ค.ศ. 1600 ช่วงที่เหล่าไดเมียวนักรบต่างรวบรวมขุมกำลังแย่งชิงอำนาจปกครองญี่ปุ่น กระทั่งเกิดยุทธการเซกิงาฮาระ ที่เกาะฮอนชู ซึ่งเป็นศึกชี้ขาดสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ทำให้ โทกุงาวะ อิเอยาสุ ขึ้นครองอำนาจเบ็ดเสร็จแบบไม่มีใครต้านทานได้อีก

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น “ยุคเซ็นโกคุ” มีผู้นำเด่น 3 คน คือ โอดะ โนบุนากะ (Oda Nobunaga ค.ศ. 1534-1582) โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi ค.ศ. 1536/1537-1598) และ โทกุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu ค.ศ. 1543-1616)

ทั้งหมดมีบทบาทในการรวมญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น และต่างเกี่ยวข้องกัน เพราะทั้งฮิเดโยชิและอิเอยาสุต่างเคยเป็นขุนพลของโนบุนากะมาก่อน

หลังจากโนบุนากะเสียชีวิต ฮิเดโยชิก็ขึ้นสู่อำนาจ ปราบปรามไดเมียวแคว้นต่าง ๆ ที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ โดยมีอิเอยาสุเป็นขุนพลมือต้น จนฮิเดโยชิแผ่อำนาจกว้างไกล ทั้งยังบุกไปทำศึกที่คาบสมุทรเกาหลีถึง 2 ครั้ง แม้ต้องถอยทัพออกมาภายหลังก็ตาม

เมื่อฮิเดโยชิใกล้ถึงวาระสุดท้าย เขาได้ตั้ง “สภาทั้งห้า” ประกอบด้วยไดเมียวเปี่ยมอำนาจ 5 คน หนึ่งในนั้นคือ อิเอยาสุ เพื่อดูแลบ้านเมือง และเพื่อดูแล โทโยโทมิ ฮิเดโยริ (Toyotomi Hideyori) บุตรของฮิเดโยชิ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในวัย 5 ขวบ ให้เติบโตขึ้นมาบริหารดินแดนต่าง ๆ ในญี่ปุ่นต่อไป

อิเอยาสุไม่ได้ต้องการตำแหน่งในสภาทั้งห้า เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือแผ่นดินญี่ปุ่นเท่านั้น

อิชิดะ มิตสึนาริ (Ishida Mitsunari) ขุนพลที่จงรักภักดีกับฮิเดโยชิไม่เสื่อมคลาย รู้ทันอิเอยาสุ จึงรวบรวมกำลังเพื่อต่อต้าน มิตสึนาริยกพลบุก “ปราสาทฟุชิมิ” (Fushimi Castle) ฐานที่ตั้งของอิเอยาสุ โดยมี โทริ โมโตตาดะ (Torii Mototada) ไดเมียวขุนศึก เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของอิเอยาสุ รับหน้าที่ต้านกองกำลังของมิตสึนาริ เพื่อยื้อเวลาให้อิเอยาสุมุ่งหน้าไปรวบรวมกำลังพลกลับมารบ

แม้ฝ่ายตนจะเสียเปรียบเพราะมีทหารน้อยกว่าถึง 20 เท่า แต่โมโตตาดะก็ยืนหยัดรบอย่างองอาจ เมื่อรู้ว่าต้องพ่ายแพ้เป็นแน่แล้ว เขาก็กระทำเซ็ปปุกุ เป็นตำนานเล่าขานถึงเกียรติซามูไรมาถึงปัจจุบัน และสมรเลือดที่ปราสาทฟุชิมิครั้งนี้ก็นับเป็นศึกป้องกันปราสาทที่เกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

การตายของโมโตตาดะไม่สูญเปล่า เพราะอิเอยาสุสามารถรวบรวมกำลังกลับมารบกับมิตสึนาริได้สำเร็จ นำสู่ ยุทธการเซกิงาฮาระ (Battle of Sekigahara) ที่เกาะฮอนชู ในเดือนตุลาคม ปี 1600 พลิกโฉมหน้าญี่ปุ่นไปตลอดกาล

อิเอยาสุเตรียมรบกับมิตสึนาริ แต่มิตสึนาริไม่ยอมตกเป็นรอง จึงตัดสินใจเดินทัพไปยังจุดที่เขาคาดว่าจะได้เปรียบที่สุด คือ พื้นที่หมู่บ้าน “เซกิงาฮาระ” ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูขา

เช้าตรู่วันที่ 21 ตุลาคม ปี 1600 กองทัพตะวันออกนำโดยอิเอยาสุมาถึงที่ราบของเซกิงาฮาระ ท่ามกลางหมอกที่ปกคลุมหนาแน่น โดยมีขุนพลหลายนายแห่งกองทัพตะวันตก พร้อมด้วยกำลังพลมากมายภายใต้การคุมทัพของมิตสึนาริ ตั้งตารอการมาถึงอยู่ที่เนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของหุบเขา ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบ

ถึงอย่างนั้น มิตสึนาริกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียเอง เพราะเหล่าขุนพลไม่ได้นับถือมิตสึนาริมากพอ ทำให้ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ขุนพลหลายนายเริ่มลังเลใจว่าควรจะรบเพื่อมิตสึนาริหรือไม่

สถานการณ์ฝ่ายกองทัพตะวันตกเลวร้ายมากขึ้น เมื่ออิเอยาสุส่งสาส์นลับไปถึงบรรดาขุนพลฝ่ายตรงข้าม เสนอดินแดนและตำแหน่งให้ หากจะเปลี่ยนใจมาร่วมรบกับฝ่ายเขา

พอถึง 8 โมงเช้า หมอกค่อย ๆ จางลง ทั้งสองฝ่ายมองเห็นกันและกันได้อย่างชัดเจน และการรบที่จะชี้ชะตากรรมของญี่ปุ่นก็เริ่มต้นขึ้น

ตอนแรก ทุกอย่างดูเอื้อกับฝ่ายกองทัพตะวันตก แต่เพราะมิตสึนาริไม่ได้รับการยอมรับจากเหล่าขุนพล ทำให้เมื่อถึงเวลาต้องรบจริง ๆ มิตสึนาริไม่สามารถควบคุมกองกำลังทั้งหมดได้ เวลาล่วงเลยไปถึง 11 โมง การสู้รบยิ่งหนักหน่วง มิตสึนาริจุดพลุส่งสัญญาณให้กองทัพฝ่ายตะวันตกยกพลมาโจมตี

สิ่งที่มิตสึนาริไม่เคยล่วงรู้เลยก็คือ โคบายากาวะ ฮิเดอากิ (Kobayakawa Hideaki) วัย 19 ปี แม่ทัพฝ่ายตนที่คุมกำลังอยู่บนเขามัตสุโอะ (Mount Matsuo) ตัดสินใจแปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับอิเอยาสุ เพราะตอนบุกเกาหลีช่วงฮิเดโยชิเรืองอำนาจ มิตสึนาริทำให้เขาถูกฮิเดโยชิริบสิทธิต่าง ๆ เนื่องจากผลงานไม่เข้าเป้า

แม้ฮิเดอากิเจรจาลับ ๆ กับอิเอยาสุแล้วก่อนหน้า แต่เมื่อถึงคราวรบใน “ยุทธการเซกิงาฮาระ” ท่าทีของฮิเดอากิที่ไม่ยอมยกพลสู้กับมิตสึนาริ ทำให้อิเอยาสุเริ่มสงสัยว่านี่คือแผนลวงหรือไม่ จึงยิงปืนเข้าใส่เพื่อให้เลือกข้าง (เสียที)

ผลคือฮิเดอากิตัดสินใจยกพลเข้าตีทัพของมิตสึนาริ กลายเป็นความสับสนอลหม่าน ประกอบกับมิตสึนาริค่อนข้างเสียเปรียบในเชิงทักษะการรบ เมื่อเทียบกับอิเอยาสุที่เป็นไดเมียวนักรบออกสมรภูมิมานับไม่ถ้วน ท้ายสุดมิตสึนาริก็เป็นฝ่ายปราชัย

ยุทธการเซกิงาฮาระ ที่สันนิษฐานว่ามีซามูไรเสียชีวิตถึง 30,000 นาย ทำให้อิเอยาสุทะยานขึ้นสู่ผู้นำสูงสุดของแว่นแคว้นทั้งหลาย เขาสั่งประหารมิตสึนาริในเวลาต่อมา เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า บัดนี้ โทกุงาวะ อิเอยาสุ คือผู้นำที่ไม่ได้อยู่ใต้เงื้อมเงาของฮิเดโยชิผู้วายชนม์อีกต่อไป ก่อนจะขึ้นเป็น “โชกุน” ในปี 1603

หมายเหตุ : ยุทธการเซกิงาฮาระ ยังมีแม่ทัพอีกหลายนายที่มีบทบาททั้งฝ่ายอิเอยาสุ และฝ่ายมิตสึนาริ และมีเหตุการณ์ปลีกย่อยระหว่างการรบ บทความนี้ขอนำเสนอบุคคลหลัก ๆ ในเหตุการณ์เพื่อความกระชับ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Hudson, Myles. “Battle of Sekigahara”. Encyclopedia Britannica, 14 Oct. 2023, https://www.britannica.com/event/Battle-of-Sekigahara. Accessed 17 March 2024.

“The History of the Battle of Sekigahara”. https://visitgifu.com/sekigahara/sekigahara-01/. Accessed 18 March 2024.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 มีนาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ยุทธการเซกิงาฮาระ” สมรภูมิชี้ขาด “อิเอยาสุ” ครองอำนาจเหนือญี่ปุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...