โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เปิดประมูลที่ดิน 7 ทำเลทอง ทรัพย์สินลุ้นโปรเจ็กต์เชื่อมรถไฟฟ้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.พ. 2567 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2567 เวลา 00.48 น.
ที่ดินแปลงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ริมถนนเพลินจิต ติดกับรถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม

สำนักงานทรัพย์สินฯ เรียกคืนที่ดิน 3 แปลงใหญ่ใจกลางกรุง “เยาวราช-ประตูน้ำ-เพลินจิต” ปล่อยเช่ายาว 30 ปี ทีโออาร์ระบุต่อสัญญาได้ ปิดตำนานเฉลิมบุรีย่านไชน่าทาวน์ ทุบตึกแถวเก่า 300 ห้อง ประกาศเปิดประมูลหาเอกชนลงทุนโครงการใหม่อีก 4 ทำเลทอง “สีลม-สุรศักดิ์-บางนา-กัลปพฤกษ์” ชี้รถไฟฟ้าคือจุดเปลี่ยน เน้นจัดระเบียบเมือง รักษ์สิ่งแวดล้อม-แก้จราจร ยักษ์อสังหาฯ รอจังหวะผุดมิกซ์ยูส-บิ๊กโปรเจ็กต์

ช่วงก่อนและหลังโควิด-19 สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีโครงการระบบขนส่งมวลชนหรือรถไฟฟ้าเป็นปัจจัยสนับสนุน ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินใหม่ในทุกรูปแบบ

ปิดตำนานเฉลิมบุรี

แหล่งข่าวจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาได้เรียกคืนที่ดิน 3 แปลงใหญ่ ทำเลใจกลางเมือง เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาเช่าระยะยาว เพื่อเปิดทางให้เอกชนที่มีศักยภาพลงทุนเอง 100% ในการพัฒนาโครงการใหม่ตามเงื่อนไขในทีโออาร์ที่เน้นการจัดระเบียบเมือง มีพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีการจราจรรายรอบที่คล่องตัว

จุดแรกคือเวิ้งเฉลิมบุรี ต้นถนนเยาวราชฝั่งขวา ถ้ามาจากวงเวียนโอเดียน ย่านนี้อยู่บริเวณแยกหมอมี ระหว่างถนนลำพูนไชยกับถนนทรงสวัสดิ์ เป็นตึกแถวทรงโบราณอายุ 100 ปีขึ้นไป มีสภาพทรุดโทรม ไม่สามารถต่อเติมได้ ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินฯได้แจ้งผู้เช่ารายย่อยให้เตรียมการย้ายมา 2 ปีแล้ว ก่อนหมดสัญญาและให้ย้ายทั้งหมดภายในเดือนธันวาคม 2566

ขณะนี้การย้ายสำเร็จเรียบร้อย ขั้นตอนคือการทุบทิ้งอาคารที่หมดสภาพการใช้งานประมาณ 300 ห้อง พร้อมเปิดประมูลให้ผู้สนใจเข้ามาพัฒนาต่อไป โดยโครงการใหม่จะเน้นดีไซน์ให้มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่เป็นย่านไชน่าทาวน์ และแหล่งรวมของอร่อย 24 ชั่วโมง เป็นแลนด์มาร์กและจุดเช็กอินของนักท่องเที่ยวทุกชาติ เพราะเยาวราชเป็นถนนสายกินที่ติดอันดับโลกแล้ว

ผู้สื่อข่าว“ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ทำเลย่านนี้เคยเป็นกระแสข่าวดังและเป็นไวรัลในโลกโซเชียล เมื่อ 3 ร้านดังแจ้งย้ายไปอยู่ที่ใหม่ อาทิ ร้านน้ำขมน้ำเต้าทอง ร้านลอดช่องสิงคโปร์ ร้านข้าวต้มกระดูกหมู ซึ่งแต่ละร้านได้ย้ายไปเช่าอาคารตึกแถวในย่านนั้น ๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน โดยไม่ทิ้งทำเลเยาวราชที่สร้างรายได้มาอย่างยาวนานเกิน 50 ปี

ขณะที่ร้านค้าเก่า ๆ ที่ค้าขายสินค้าทั่วไปได้ทยอยย้ายออก บางรายเลิกกิจการก่อนสำนักงานทรัพย์สินฯแจ้งเป็นทางการ ส่วนรายที่ไปต่อได้ในยุคนี้ก็มีร้านอาหารชื่อดังฝั่งถนนเยาวราชได้ย้ายไปรวมร้านของเครือญาติ เช่น ร้านหูฉลาม เป็นต้น

“ที่ผ่านมายอมรับว่าค่าเช่าถูกมาก ถ้าเป็นตึกห้องเดียวก็หมื่นกว่าบาทต่อเดือน ส่วนแผงในซอกซอยประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน ขณะที่รายได้ต่อวันสูงมาก เศรษฐกิจจะดีไม่ดี เงินก็สะพัด มีหลายห้องที่เปลี่ยนมือจากผู้เซ้งคนแรกมาคนต่อ ๆ ไป แต่เวิ้งนี้มีน้อย เมื่อสัญญาหมดก็ถึงเวลาสร้างใหม่ ได้ข่าวว่าโครงการใหม่จะสวยดูดีมีดีไซน์ไชนีส เป็นพื้นที่ค้าปลีกที่จะดึงร้านเด็ดเข้ามาอยู่เหมือนจัดระเบียบใหม่แบบสามย่านมิตรทาวน์”

“สภาพทำเลแปรเปลี่ยนไป หลังรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ MRT พาดผ่าน จากแต่ก่อนคนแถวนี้ประท้วงกันไม่ให้สร้าง แต่สร้างแล้วความเจริญก็มา นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก เดินลัดเลาะได้ทั่ว เยาวราชยุคนี้เหมือนเกิดใหม่” แหล่งข่าวกล่าว

ทุบตลาดเฉลิมลาภ

จุดที่ 2 คือบริเวณตลาดย่านการค้าเก่าแก่ ตลาดเฉลิมลาภ ย่านประตูน้ำ โดยสำนักงานทรัพย์สินฯได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงใหม่การโยธา เข้าทำการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างขนาดกว่า 7 ไร่ ในช่วงเวลา 360 วัน นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2564 เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้บริษัท เอส.พี.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ส์ แอนด์ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ในเครือกลุ่มแพลทินัม ซึ่งเป็นผู้ประกอบการให้เช่าพื้นที่ค้าส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูป เจ้าอาณาจักรย่านประตูน้ำ

ในฐานะคู่สัญญา หลังบริษัทดังกล่าวชนะการประมูลด้วยมูลค่า 3,000 ล้านบาท มีระยะการเช่าระยะยาว 30 ปี เพื่อพัฒนาโครงการในเชิงพาณิชย์ ถือเป็นที่ดินทำเลสุดยอดของย่านการค้าบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่ต่อเชื่้อม 2 ถนนสายสำคัญ นั่นคือถนนราชประสงค์กับถนนราชปรารภ ที่มีแอร์พอร์ตเรลลิงก์รองรับการเดินทางและต่อเชื่อมท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมโครงการดังกล่าวมีแผนพัฒนามานานพอสมควร แต่เกิดปัญหาจากกลุ่มผู้เช่าที่ไม่ขอย้ายออก เพราะมีจำนวนหลายรายเซ้งพื้นที่ในราคาแพงจากผู้เช่ารายเดิม ทำให้มีต้นทุนที่ไม่เท่ากัน

บวกกับการเปลี่ยนแปลงจุดที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคตอันใกล้ ทำให้การวิเคราะห์และจุดคุ้มค่าของมูลค่าที่ดินต้องปรับแผนใหม่ให้สอดคล้องกับโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น คาดว่ากลุ่มแพลทินัมคงจะพัฒนาให้เป็นมิกซ์ยูส แหล่งรวมอาคารสูงที่ใช้ประโยชน์ได้ครบทุกมิติ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางแห่งการช็อปปิ้งของกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ซึ่งการพัฒนาบิ๊กโปรเจ็กต์จะอยู่ในรุ่นของทายาท คือ นางสาวสุฐิตา โชติจุฬางกูร บุตรสาวคนสุดท้องของนายสุรชัย และนางปัญจพร โชติจุฬางกูร เจ้าของห้างแพลทินัม ที่เพิ่งแต่งงานกับ นายณัยณพ ภิรมย์ภักดี บุตรชายของนายจุตินนท์ (ถึงแก่กรรม) และหม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ทายาทธุรกิจตระกูลสิงห์-บุญรอดบริวเวอรี่ นับเป็น 2 ตระกูลใหญ่ที่มีศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

ปล่อยเอกชนบริหาร

รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า แนวทางการพัฒนาที่ดินและโครงการใหม่ ๆ ของสำนักงานทรัพย์สินฯ จะคงบทบาทเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์อย่างเดียว พร้อมเปิดกว้างให้บริษัทเอกชนดำเนินการทั้งหมด ตามเงื่อนไขที่ตกลง โดยจะไม่มีการร่วมทุนเหมือนในอดีตอย่าง “สยามสินธร” ที่ร่วมทุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์ กับบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้การบริหารเป็นอิสระและเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ดังนั้น โครงการดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า ย่านวังบูรพา จึงเป็นบิ๊กโปรเจ็กต์สุดท้ายของการร่วมทุน

ผู้เช่าที่ดินและอาคารในย่านวังบูรพารายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คิดว่าตัวโชคดีที่ได้เช่าตึกแถวจากสำนักงานทรัพย์สินฯ เพราะเป็นทำเลที่หาไม่ได้แล้ว คืออยู่เขตเมืองชั้นใน เป็นแหล่งรวมของประวัติศาสตร์ที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ ที่สำคัญขณะนี้มีเอ็มอาร์ทีสถานีสามยอดพาดผ่าน เป็นไข่แดงของทำเลทองที่มีสถานีสวยงามที่สุด

“ค่าเช่าตกเดือนละ 10,000 บาทต่อเดือน ถือว่าถูกมาก เราจ่ายค่าเซ้งแรกเป็นเงินก้อนก็จริง แต่เราอยู่มานาน ทำการค้าได้ดี แต่เงื่อนไขคือผู้เช่าทอดต้องมีนามสกุลเดียวกัน ถ้าหมดนามสกุลเดิม สำนักงานทรัพย์สินฯก็จะเรียกคืน”

รอลุ้นเพลินจิต 18 ไร่

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานทรัพย์สินฯ ยังเปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจเช่าที่ดินระยะยาวอีก 1 แปลง ริมถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน ขนาด 18 ไร่ 1 งาน 18.8 ตารางวา หลังเรียกคืนที่ดินจากผู้เช่ารายเดิมคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในสมัยทำสัญญา

ซึ่งเป็นที่ดินแปลงสวยรูปทรงยาวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าด้านข้างติดกับที่ดินของกลุ่มศรีวิกรม์ ในฟากคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์และทายาท ขณะที่ฝั่งตรงข้ามเดิมเป็นห้างโซโก้เสาทรงโรมันกำลังปรับปรุงครั้งใหญ่ เจ้าของคือนายชาย-นายชาญ ศรีวิกรม์ นักธุรกิจคู่แฝด เจ้าของเกษรวิลเลจในปัจจุบัน และโรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ พร้อมอาคารสำนักงานให้เช่าของกลุ่มมณียา โดยมีนางสาวศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ทายาทเป็นผู้บริหาร

ปัจจุบันสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนรื้อถอนอาคารเก่าออกไปหมดแล้ว ภาพที่เห็นจะเป็นที่ดินโล่งเตียน คาดว่าโครงการใหม่จะเป็นมิกซ์ยูสที่มีโรงแรม ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน เนื่องจากอยู่ในทำเลศูนย์กลางธุรกิจ มีรถไฟฟ้าพาดผ่านและติดสถานีชิดลม ราคาที่ดินเฉลี่ย 2.5-3.1 ล้านบาทต่อตารางวา

เดิมที่ผืนนี้มีแผนพัฒนาในระยะเวลาใกล้เคียงกับโครงการอสังหาฯขนาดใหญ่ของกลุ่มณรงค์เดช บริเวณแยกถนนวิทยุ ติดกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพลินจิต แต่มีปัญหาความไม่ชอบมาพากลของระดับเจ้าหน้าที่และคนกลางผู้ประสานงาน ทำให้เกิดความล่าช้า เพื่อสร้างความโปร่งใสให้เป็นบรรทัดฐาน

อย่างไรก็ตาม ในเงื่อนไขทีโออาร์ระบุเช่นเดียวกับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องตอบโจทย์เพื่อส่วนรวมมากกว่าผลตอบแทน ทั้งในแง่ของความเป็นพื้นที่สีเขียว รักษ์สิ่งแวดล้อม และวางแผนเรื่องการจราจรอย่างถึงที่สุด เพื่อให้เกิดมูลค่าในอนาคตในลักษณะเป็นสมาร์ทซิตี้ เมืองนวัตกรรม แบบ The Bangkok มิกซ์ยูสแสนล้านบาทของกลุ่มเจ้าสัวตระกูล “สิริวัฒนภักดี” ที่สร้างบรรทัดฐานของการก่อสร้างไม่ให้ส่วนรวมเดือดร้อนทั้งเรื่องฝุ่นและการขนดิน

ส่งผลให้สำนักงานทรัพย์สินฯ ยอมให้ใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่มีค่าเช่า เพื่อให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จัดระเบียบการจราจรใหม่ สร้างทางเข้า-ออก พร้อมด่านเก็บเงินบริเวณทางด่วนพระราม 4 (บ่อนไก่)

ประมูลที่แปลงใหม่

ล่าสุด สำนักงานทรัพย์สินฯ ยังประกาศเปิดให้เช่าที่ดินระยะยาวอีกหลายแปลง โดยเปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจยื่นขอเงื่อนไข (TOR) ซึ่งเป็นทำเลเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม (ข้ามฝั่งธนบุรี) ดังนี้

1.ทำเลสีลม จำนวน 1 แปลง ขนาดพื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 11.70 ตารางวา บริเวณริมถนนสีลม เขตบางรัก

2.ทำเลสุรศักดิ์ จำนวน 1 แปลง ขนาดพื้นที่ 6 ไร่ 87.40 ตารางวา บริเวณริมถนนสุรศักดิ์ เขตบางรัก

3.ทำเลบางนา จำนวน 1 แปลง ขนาดพื้นที่ 10 ไร่ 1 งาน 30.85 ตารางวา บริเวณถนนสรรพาวุธ เขตบางนา

4.ทำเลกัลปพฤกษ์ จำนวน 1 แปลง ขนาดพื้นที่ 19 ไร่ 3 งาน 44.97 ตารางวา บริเวณริมถนนกัลปพฤกษ์ (ฝั่งขาออก) เขตจอมทอง

นอกนั้นเป็นประกาศการสรรหาผู้รับสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารพาณิชย์ทั่วไป เช่น อาคาร 4 ชั้นย่านราชวิถี, ที่จอดรถชั่วคราว ย่านตรอกสาเก ถนนบูรณศาสตร์ เขตพระนคร ซึ่งเป็นโครงการแก้ปัญหาจราจรบริเวณถนนราชดำเนินกลาง โดยเปิดให้บริการที่จอดรถชั่วคราวแบบรายวันและรายเดือน ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2568 เปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-18.00 น. เป็นต้น

ส่วนต่างจังหวัดก็มีนครปฐม ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ลำปาง เพชรบุรี และสงขลา ซึ่งเป็นสำนักงานสาขา แล้วแต่จะมีที่ดินเรียกคืนหมดสัญญาหรือไม่ เพื่อหาผู้เช่ารายใหม่

แลนด์สเคปเมืองเปลี่ยน

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรุงเทพฯในปัจจุบันถูกพลิกโฉมโดยสิ้นเชิงจากสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งถนนตัดใหม่และรถไฟฟ้าที่สร้างเสร็จ ทั้งสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู ทำให้การลงทุนมีการขับเคลื่อนต่อเนื่อง

แม้ปี 2567 บริษัทอสังหาริมทรัพย์จะประกาศแผนลงทุนระดับ 1-5 หมื่นล้านบาทหลายบริษัท แต่ถือเป็นส่วนน้อย จะมีเพียงบริษัทท็อปไฟฟ์ท็อปเทนเท่านั้นที่มีแรงอึดและกล้าเสี่ยง เพราะภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมืองไม่เสถียร ผิดจากที่คาดไว้ ประกอบกับภูมิรัฐศาสตร์โลกถึงจุดเปลี่ยน สงครามเกิดยืดเยื้อ ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกอึมครึม

“แต่การพัฒนาต้องมีต่อไป ทั้งพัฒนาความคิด พัฒนาคน และพัฒนาที่ดิน” แหล่งข่าวกล่าวย้ำและว่า

การถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงเกิดการเปลี่ยนมือ โดยเฉพาะกรุงเทพฯชั้นใน และด้านนอกที่เป็นแปลงใหญ่ ๆ ของแลนด์ลอร์ดเก่า ซึ่งเจ้าของที่ดินดั้งเดิมจะแห่ขายที่ โดยมีกลุ่มทุนใหญ่เป็นผู้พัฒนารายใหม่ในทุกรูปแบบ ทั้งโรงแรม คอนโดมิเนียม และห้างมิติใหม่ ๆ กระจายอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ของการเดินทางและการท่องเที่ยว

อาทิ กลุ่มเจ้าสัวตระกูลดัง ๆ จิราธิวัฒน์ สิริวัฒนภักดี เจียรวนนท์ อัมพุช จูตระกูล-สารสิน อัศวโภคิน ทวีสิน ตั้งมติธรรม ซอโสตถิกุล ณรงค์เดช บุรี ศรีวิกรม์ ฯลฯ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประมูลที่ดิน 7 ทำเลทอง ทรัพย์สินลุ้นโปรเจ็กต์เชื่อมรถไฟฟ้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...