โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สุรเชษฐ์ จี้รบ.ตัดสินใจ ไปต่อหรือพอแค่นี้ รฟฟ.ความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หวั่นซ้ำรอยโฮปเวลล์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 เม.ย. 2567 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 10.54 น.

ก้าวไกล จี้ รัฐบาล เร่งกล้าตัดสินใจไปต่อหรือพอแค่นี้ ปมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หวั่นซ้ำรอยโฮปเวลล์ ลั่น หากโครงการนี้ไปต่อไม่ไหว ก็อย่าให้นายทุน เอาปชช.เป็นตัวประกัน

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 152 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

เวลา 15.55 น. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ว่า มีการเซ็นสัญญากันไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 เซ็นสัญญากันมาแล้ว 5 ปีแต่ทุกวันนี้ยังนิ่งอยู่ โดยโครงการนี้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 คน แต่ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เป็นการให้สัมปทานกับเอกชนในรูปแบบ PPP Net Cost 50 ปี ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน มีการแบ่งสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาของแต่ละฝ่าย ไม่ใช่เซ็นสัญญากันแล้วรัฐจะมีหน้าที่อุ้มอย่างเดียว ส่วนคำว่า Net Cost คือการให้เอกชนเป็นผู้รับความเสี่ยง เนื้องานหลักในสัมปทานคือการผูกงาน 2 ก้อนใหญ่ไว้ด้วยกันคืองานรถไฟกับงานพัฒนาพื้นที่

นายสุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับงานรถไฟแบ่งเป็น 3 ท่อน คือ ท่อนที่ 1 จากสถานีพญาไทไปสถานีสุวรรณภูมิ หรือโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ท่อนที่ 2 คือการสร้างส่วนต่อขยายฝั่งตะวันตกจากสถานีพญาไทไปสถานีดอนเมือง และท่อนที่ 3 คือการสร้างส่วนต่อขยายฝั่งตะวันออกจากสถานีสุวรรณภูมิไปสถานีอู่ตะเภา ซึ่งรัฐบาลก็เล็งแต่จะขายจุดเด่นที่เชื่อมต่อ 3 สนามบินโดยไม่สนใจความสมเหตุสมผลของโครงการนี้ เราจะเชื่อมต่อไปทำไม 3 สนามบิน เพราะปกติเขาจะเชื่อมต่อกับเทอร์มินอลภายในสนามบิน แต่ก็ลากกันไปเรื่อยจึงนำมาซึ่งปัญหาต้นทุน และโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนที่คารังคาซังแก้ไม่จบ ส่วนงานเรื่องการพัฒนาพื้นที่ที่ดินมักกะสัน 141 ไร่กลางใจเมือง และที่ดินศรีราชา 25 ไร่ โดยมีเงินลงทุนจากเอกชน 1.1 แสนล้านบาท และรัฐร่วมลงทุนอีก 1.6 แสนล้านบาท ถือเป็นโครงการที่รัฐลงทุนจำนวนมากกว่าโครงการอื่นใดใน EEC ที่มีการขายฝันเกินจริงกันไปมาก แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการปักเสา แต่ก็ยังมีการพัฒนาพื้นที่บริเวณนั้น

นายสุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ความล่าช้าของโครงการ EEC อยู่ที่การเลื่อน NTP หรือ Notice To Proceed แปลว่าหนังสือแจ้งให้เอกชนเริ่มงาน ซึ่งจะมีผลต่อการเริ่มงานก่อสร้างและนับระยะเวลา 50 ปี ซึ่งการเลื่อน NTP ส่งผลให้การบริหารจัดการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์มีปัญหา จึงทำให้ต้องหาทางออกด้วยการทำ MOU ขยายบันทึกข้อตกลงกันไปเรื่อยจนทำให้จะไปสิ้นสุดที่วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 หากไม่มีอะไรมาเซอร์ไพรส์ก็คงจะเริ่มก่อสร้างเดือนมิถุนายน โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 5 ปี และเอกชนได้สิทธิในการทำมาหากินไปอีก 45 ปี รวมเป็น 50 ปี นับตั้งแต่วันที่ออก NTP ซึ่งการเลื่อน NTP ดังกล่าวทำให้โครงการมีปัญหาแน่ ระบบรถไฟไหนทั้งเอกชนและรัฐก็ต่างตอบว่าไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ รู้แค่อยากได้รถไฟความเร็วสูงกันใหญ่ รุ่นไหนของประเทศใดก็ไม่ระบุในสัมปทาน นี่หรือสัมปทานโครงการระดับแสนล้านของประเทศ พวกท่านเล่นอะไรกันอยู่

นายสุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม การออก NTP ทำให้โครงการดำเนินต่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับเอกชน เงื่อนไขในการออก NTP มี 3 ข้อ ได้แก่ ข้อที่ 1 และข้อที่ 2 เป็นเรื่องของการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาจริงมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้วที่ไม่ได้ดูเรื่องโฉนดก่อนเซ็นสัมปทาน และหากโครงการนี้จะเริ่มก็สามารถเริ่มได้เลย ทั้งนี้ รฟฟ. และ สกพอ.ก็ยืนยันในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามงบ ว่าพร้อมให้เริ่มแต่เป็นเอกชนที่ไม่อยากเริ่ม เงื่อนงำที่น่าสนใจแสดงไว้ในข้อที่ 3 เพราะมีการเขียนว่าเอกชนคู่สัญญาได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนเกี่ยวกับรถไฟ การที่รัฐจะออก NTP ได้ขึ้นอยู่กับ BOI หรือหากเป็นเช่นนี้เอกชนก็เลือกจังหวะเล่นได้ตามใจใช่หรือไม่ ไม่อยากรีบสร้างก็ดึงเวลาไว้ด้วยการส่งเอกสารช้าๆ สาระสำคัญจึงอยู่ที่เงื่อนงำความอยากให้ช้าให้ออก NTP ไม่ได้สักที ทำให้โครงการไม่มีวี่แววได้สร้างจริงสักที

“โครงการนี้มีความน่าเป็นห่วง และคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายก็รู้ตัวกันดีว่าโครงการมีปัญหาแต่ก็อยู่ในสภาพต่างคนต่างพูดไม่ออก ชาวบ้านอย่างเราก็สังเกตไม่ยากเพราะมีการเซ็นสัญญามาตั้งแต่ปี’62 แต่ตอนนี้กลับยังไม่มีแม้แต่การตอกเสาเข็ม ต้องมีอะไรผิดพลาด และตอนนี้คู่สัญญามีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ 1.เลิกกันวันนี้ เพราะหากคุยกันดีๆ ก็จะเจ็บกันน้อยทั้ง 2 ฝ่าย หากกลับลำกันวันนี้ก็คุยกันได้ แต่หากไม่กลับลำกันวันนี้ก็จะมีค่าก่อสร้างนับแสนล้านบาท จะยิ่งเจ็บหนัก และ 2.หากไม่เลิกกันวันนี้ก็จะมีแต่คนเจ็บเจียนตาย จะมีการฟ้องร้องกันไปมา สุดท้ายโครงการก็จะเลื่อนแล้วเลื่อนอีก สร้างไม่เสร็จสักที และประเทศก็จะเสียโอกาสในการพัฒนา หากรัฐบาลยังหลับหูหลับตา เดินต่อไปโดยไม่สนใจความคุ้มค่าของโครงการก็มีโอกาสสูงที่ประวัติศาสตร์ตอม่อโฮปเวลล์จะซ้ำรอย” นายสุรเชษฐ์กล่าว

นายสุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินมีความคล้ายกับโครงการโฮปเวลล์ เพียงแค่ยังไม่เริ่มงานจริง ยังพอมีโอกาสกลับตัวได้โดยไม่เจ็บนัก จุดศูนย์กลางอยู่ที่ความไม่สมเหตุสมผลของโครงการแต่มีแรงผลักดันให้เกิดคนมีอำนาจตัดสินใจก็ดันไม่รู้เรื่องว่าเขาปั้นตัวเลขปั่นโครงการมาอย่างไร สนใจแค่การปันผลประโยชน์ตอนเซ็นอนุมัติ สุดท้ายเมื่อเจ้าของเงินรู้ตัวว่าไม่คุ้มทุนแน่ทุกอย่างก็จะชะงัก โครงการไม่เกิดแต่ปัญหาเกิด และการรถไฟต้องเลื่อนไปทำโครงการใหม่ที่ในสมัยนี้รู้จักกันในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงแทน ดังนั้น สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รัฐบาลต้องเร่งตัดสินใจได้แล้วว่าควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้

“วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ กำลังจะครบกำหนดไม่สามารถเลื่อนได้อีกแล้ว เพราะครบ 3 เลื่อนและอย่าพยายามหาช่องว่างทางกฎหมายอื่นมาเลื่อนอีก ท่านต้องกล้าตัดสินใจ เตรียมแผนบีเอาไว้ให้ดีด้วย หากโครงการนี้ไปต่อไม่ไหวก็อย่าให้นายทุนมาเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน และอย่าปล่อยให้เกิดก่อสร้างเพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งนี้ เรามีรถไฟทางคู่ไปถึงศรีราชาอยู่แล้ว ทำไมเราจึงไม่หารถไฟดีๆ ไปวิ่ง เพราะสามารถทำได้เลย เมื่อรัฐบาลที่แล้วพลาดมาถึงรัฐบาลชุดนี้แล้ว ข้อเสนอถึงรัฐบาลชุดนี้คือต้องเลิกยื้อเวลาแล้วกล้าตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อ และอย่าเอื้อประโยชน์ด้วยการแก้ไขสัญญาอย่างน่าเกียจ รวมถึงทบทวนแผนงานโครงการของระบบรถไฟความเร็วสูงให้ดี” นายสุรเชษฐ์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุรเชษฐ์ จี้รบ.ตัดสินใจ ไปต่อหรือพอแค่นี้ รฟฟ.ความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หวั่นซ้ำรอยโฮปเวลล์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...