โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : น้ำตาเทียม และวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 27 ม.ค. 2567 เวลา 19.58 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2567 เวลา 12.55 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

น้ำตาเทียมมีกี่ชนิด ชนิดไหนเหมาะกับใคร วิธีการใช้งานที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

🎯 ตรวจสอบกับ ศาสตราจารย์วุฒิคุณ นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

ธรรมชาติของดวงตาคนเราจำเป็นต้องมี “น้ำ” หล่อเลี้ยงดวงตา ฉาบบริเวณผิวตาดำและตาขาวอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยในการหักเหของแสงให้ดวงตาทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เห็นภาพชัดขึ้น

ภาวะที่น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาน้อยจะทำให้คนคนนั้นรู้สึกเคืองตา ตาแดง ตาแห้ง

แก้ปัญหา “ตาแห้ง” ด้วยน้ำตาเทียม

ปัจจุบันมีการใช้น้ำตาเทียมเพื่อแก้ปัญหาตาแห้ง

โดยทั่วไป “น้ำตาเทียม” ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายกับดวงตา จึงมีการนำน้ำตาเทียมมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเคืองตา ฝืดตา ตาแห้งมาก แนะนำว่าครั้งแรกควรจะไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจว่าภาวะนั้นไม่ได้เกิดจากโรคตาอื่น ๆ แต่เป็นจากภาวะตาแห้งอย่างเดียว เพราะถ้าเกิดจากโรคต่าง ๆ จะได้รักษาที่ต้นเหตุอย่างเหมาะสม

ภาวะ “ตาแห้ง” เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

ผลจากการใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนานมากขึ้น รวมทั้งมลภาวะทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน ก็จะยิ่งทำให้น้ำที่หล่อเลี้ยงลูกตาระเหยผิดปกติ

อีกสาเหตุที่พบบ่อยคือการมีโรคประจำตัวหรือกินยาบางชนิด แต่มีผลข้างเคียงทำให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาน้อยลง

ประเภทของน้ำตาเทียม

“น้ำตาเทียม” แบ่งได้ 2 ชนิด คือ ชนิดที่ต้องใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง และน้ำตาเทียมบรรจุขวดยาหยอดตา

1. ชนิดที่ต้องใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง เป็นน้ำตาเทียมบริสุทธิ์บรรจุในหลอดเล็ก ๆ ที่ไม่มีสารกันเสียหรือสารกันแบคทีเรียเติบโต

น้ำตาเทียมชนิดนี้ไม่ค่อยระคายเคืองตา สามารถใช้หยอดได้วันละมากกว่า 4-5 ครั้ง (ตามความจำเป็น) จึงเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาตาแห้งค่อนข้างมาก และจำเป็นต้องหยอดน้ำตาเทียมวันละหลาย ๆ ครั้ง

2. น้ำตาเทียมบรรจุขวดยาหยอดตา มีขนาดบรรจุตั้งแต่ 5-15 ซีซี น้ำตาเทียมชนิดนี้มีสารกันเสียหรือสารกันการเติบโตของแบคทีเรียผสมอยู่มาก จึงสามารถเก็บไว้ใช้ได้หลังจากเปิดขวดนาน 1 เดือน

ข้อเสียของน้ำตาเทียมที่ใส่สารกันเสียก็คือ ถ้ามีการนำไปหยอดที่ดวงตาบ่อย ๆ มากกว่าวันละ 3-4 ครั้ง อาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง เพราะฉะนั้นน้ำตาเทียมที่บรรจุขวดจึงเหมาะสำหรับคนที่มีอาการตาแห้งไม่มากนัก

การใช้ “น้ำตาเทียม” อย่างถูกต้อง

การใช้น้ำตาเทียมที่ถูกต้อง คือ ใช้อย่างสะอาด

เมื่อเปิดขวดแล้วจะต้องไม่สัมผัสบริเวณด้านในของขวด

ขณะหยอด จะต้องไม่สัมผัสกับบริเวณขนตา หรือเปลือกตา เพราะมีโอกาสที่เชื้อโรคจะย้อนเข้าไปในขวดได้

นอกจากนี้ การเก็บ “น้ำตาเทียม” ชนิดใช้งาน 1 เดือนก็ควรเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา จะทำให้เก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน ถ้าเกินระยะเวลานั้น แนะนำให้ทิ้งแล้วเปลี่ยนขวดใหม่จะปลอดภัยกว่า

ใช้ดวงตาถูกต้อง ป้องกัน “ตาแห้ง”

นอกจากการใช้น้ำตาเทียมแล้ว แนะนำให้ปรับพฤติกรรมการใช้ดวงตา เช่น การไม่เพ่งตาต่อเนื่องยาวนาน หลีกเลี่ยงบริเวณอากาศร้อนและแห้ง รวมทั้งบริเวณที่มีลมเป่าถูกดวงตา

การกะพริบตาอย่างเหมาะสมนาทีละ 8-12 ครั้งก็ช่วยลดปัญหาตาแห้งโดยธรรมชาติได้อยู่แล้ว ซึ่งในคนทั่วไปก็ไม่ได้แนะนำว่าจะต้องใช้น้ำตาเทียมเสมอไป

น้ำตาเทียมสูตรเย็นและบำรุงสายตา อันตรายหรือไม่ ?

ปัจจุบัน “น้ำตาเทียม” มีจำหน่ายหลายยี่ห้อและหลายสูตร บางชนิดมีการผสมสารต่าง ๆ เข้าไป เช่น สารที่ทำให้รู้สึกว่าหยอดแล้วเย็นมากขึ้น หรือแอบอ้างว่าผสมสารอาหารหรือวิตามินเข้าไปเพื่อเป็นประโยชน์กับดวงตา

สารต่าง ๆ ที่ผสมในน้ำตาเทียมถือเป็น “สิ่งแปลกปลอม” ชนิดหนึ่งที่นำมาหยอดบนกระจกตาดำ ดังนั้นควรใช้น้ำตาเทียมชนิดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย และควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เพราะสารเหล่านี้อาจเกิดผลเสียต่อดวงตาได้

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : น้ำตาเทียม

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...