โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนดูภาพยนตร์ Coco และทำความเข้าใจวันแห่งความตาย... สัญลักษณ์ของ ‘การระลึกถึง’ บุคคลผู้ล่วงลับจากทั่วโลก

มนุษย์ต่างวัย

เผยแพร่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 16.13 น. • มนุษย์ต่างวัย

“วันนี้เป็นวันแห่งความตาย คืนนี้จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น นี่เป็นคืนของครอบครัว”

อาบูลิตา ริเวรา บอกกับมิเกล หลานชายผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรี และพยายามหาทางหนีไปเข้าร่วมแข่งขันประกวดความสามารถที่จัตุรัสกลางใจเมืองในคืนเทศกาลแห่งความตาย

ในวันแห่งความตาย (Dia de los Muertos) ภาพคนในครอบครัวริเวราที่จากไปแล้วถูกเรียงใส่กรอบเป็นลำดับญาติในห้องบูชาที่จัดเตรียมอาหารจานโปรด รวมถึงสิ่งของอันเป็นที่ชื่นชอบของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับแต่ละคนเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีแท่นบูชาที่ตกแต่งด้วยหัวกะโหลก และดอกไม้สีสันสดใส  

อาบูลิตาย้ำกับมิเกลอีกรอบว่า “นี่เป็นคืนสำคัญของปี บรรพบุรุษจะกลับมาเยี่ยมเรานะ” พร้อมกับความเชื่อที่ว่า หากไม่มีรูปญาติคนใดตั้งอยู่ วิญญาณตนนั้นก็จะไม่สามารถข้ามกลับมายังโลกคนเป็นเพื่อมาใช้เวลากับครอบครัวได้ กลายเป็นคนที่ถูกลืม ก่อนที่จะค่อยๆ หายไปตลอดกาล

นี่คือหัวใจสำคัญของเรื่องราวใน Coco วันอลวน วิญญาณอลเวง (2017) ภาพยนตร์แอนิเมชันจากค่ายดิสนีย์พิกซาร์ ที่ฉายให้เห็นภาพประเพณีที่สำคัญของประเทศเม็กซิโกคือ ‘วันแห่งความตาย’ หรือ Day of the Dead วันที่ครอบครัวและญาติๆ จะมารวมตัวกันพร้อมหน้าเพื่อร่วมแสดงความรัก ความเคารพ และระลึกถึงบุคคลที่ล่วงลับไปแล้วประจำตระกูล

มนุษย์ต่างวัยชวนคุณมาทำความเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้ง ทำไมเม็กซิโกและวัฒนธรรมของหลากหลายประเทศทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับ วันแห่งความตาย… สัญลักษณ์ของ ‘การระลึกถึง’ บุคคลผู้ล่วงลับ

วันแห่งครอบครัว คนเป็นและคนตายพร้อมหน้า

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นวันเกี่ยวกับ ‘ความตาย’ แต่เทศกาลนี้กลับเต็มไปด้วยสีสัน ความรื่นเริง และความสุข จากแสงเทียนที่ประดับประดาทั่วเมือง แสงสีแห่งการเฉลิมฉลอง ความสดใสจากมวลดอกไม้ และขบวนพาเหรด

นั่นเพราะในอดีต ชนพื้นเมืองเม็กซิโกถือว่าการไว้ทุกข์เป็นการไม่เคารพต่อผู้ตาย ความตายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องพบเจอ และแม้จะจากโลกนี้ไปแล้วก็ยังถือว่าบุคคลนั้นเป็นสมาชิกของครอบครัวที่มีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนที่ยังอยู่วันยังค่ำ

ชาวเม็กซิกันเชื่อว่าวันแห่งความตาย คือวันที่บรรพบุรุษจากโลกคนตายเดินทางกลับมายังโลกคนเป็น เพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง แต่ละบ้านจะจัดเตรียมอาหารจานโปรดของทุกคนเอาไว้เซ่นไหว้ พร้อมด้วยกลีบดอกดาวเรืองที่จะช่วยนำทางให้บรรดาวิญญาณกลับบ้านหรือหลุมศพมาใช้เวลาร่วมกันได้

หากยังจำกันได้ ตัวละครมาม่าโคโค่ในภาพยนตร์ คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์ เพราะเธอเป็นเพียงคนเดียวในครอบครัวที่มีความทรงจำกับพ่อนักดนตรีของเธอ ก็เหมือนกับแก่นของเทศกาลนี้ที่อิงอยู่บนพื้นฐานของความทรงจำระหว่างคนที่ยังอยู่และคนที่จากไปแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่ามาม่าโคโค่จำพ่อของเธอได้หรือไม่ เพราะเธอเป็นโรคความจำเสื่อม หากเธอรื้อฟื้นความทรงจำที่มีกับพ่อและส่งต่อให้ลูกหลานไม่ได้ก่อนวันสุดท้ายของชีวิต ถึงวันนั้นความทรงจำก็จะค่อยๆ หายไปพร้อมกับความชราในวันที่เธอจากโลกนี้ไป

วัฒนธรรมร่วม ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับคนตาย

ไม่ต่างกับเทศกาลที่ชาวไทยเชื้อสายจีนน่าจะคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือเช็งเม้ง หรือชิงหมิง เทศกาลที่ลูกหลานจะมารวมตัวกันที่สุสานเพื่อทำความเคารพ ระลึกถึงบรรพบุรุษที่จากไปผ่านการจุดธูปไหว้ เสิร์ฟอาหาร และเผากระดาษเพื่อส่งให้วิญญาณได้ใช้ข้าวของในโลกคนตาย ซึ่งวัฒนธรรมจีนถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งในเรื่องบรรพบุรุษ เพราะไม่เพียงเช็งเม้ง แต่ในวันตรุษจีน หรือสารทจีนก็ยังมีช่วงเวลาที่จัดไว้สำหรับไหว้บรรพบุรุษเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีประเพณีโอบง (Obon) จากญี่ปุ่น ที่คนไทยมักเรียกกันว่าเช็งเม้งของญี่ปุ่น โดยเทศกาลนี้จัดขึ้นระหว่างช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม และถือว่าเป็นเทศกาลใหญ่แห่งปีที่สร้างสีสัน เพราะมีการเฉลิมฉลองด้วยการร้องเล่นเต้นรำอย่างสนุกสนานอย่างบงโอโดริ ที่เสมือนเป็นการเต้นรำต้อนรับผีบรรพบุรุษที่จะเดินทางกลับมายังโลกมนุษย์ในช่วงเทศกาล

ประเพณีเม็กซิกันอันเก่าแก่นี้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อปี 2008 ทุกปีแต่ละเมืองก็จะเฉลิมฉลองวันแห่งความตายตามวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เช่น

ปัตซ์กัวโร (Pátzcuaro) เมืองทางตะวันออกของเม็กซิโก ที่คนพื้นเมืองจะมารวมตัวที่ทะเลสาบปัตซ์กัวโร จุดเทียนและพายเรือแคนูไปยังเกาะที่เป็นหลุมฝังศพเพื่อใช้เวลาด้วยกัน

หรือที่ตุกซ์เตเปก (Tuxtepec) เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ในรัฐวาฮากา (Oaxaca) ที่มีชื่อเสียงด้านพรมขี้เลื่อย ชาวบ้านก็จะทำพรมจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อส่งประกวดในระหว่างเทศกาลวันแห่งความตาย

ความตาย ที่จากกันเพียงกาย แต่ใจไม่เคยห่างกัน

หากนึกในมุมมองของคนที่จากไป พวกเขาก็คงไม่อยากให้คนในครอบครัวจมอยู่แต่กับความเศร้าโศก แค่จดจำความทรงจำดีๆ ที่เคยมีร่วมกันไว้ก็พอ เพราะสุดท้ายคงไม่มีใครอยากลงเอยเหมือนชิชาร์รอน โครงกระดูกนักดนตรีชายแก่ไร้ญาติในหมู่บ้านริมน้ำแห่งโลกคนตายที่สลายไปตามกาลเวลา เพียงแค่ไม่มีใครจำเขาได้ในโลกของคนเป็น

เมื่อวันแห่งความตายเวียนมาถึงในปีถัดไป กรอบรูปของมาม่าโคโค่ก็ถูกตั้งไว้เคียงคู่กับพ่อและแม่ของเธอบนแท่นบูชา วิญญาณพวกเขาเดินทางกลับมาใช้เวลาสุขสันต์ร่วมกับครอบครัวในโลกคนเป็นเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

“นี่ไม่ใช่แค่รูปเก่าๆ นะ แต่คือครอบครัว และพวกเขาต้องอาศัยเราในการเป็นที่จดจำ” เสียงมิเกลบอกกับน้องสาวพร้อมรอยยิ้มในห้องบูชา ก่อนจะออกไปเฉลิมฉลองกับครอบครัว 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...