โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCG Symposium ขับเคลื่อน ESG สู่อนาคตยั่งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2565 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2565 เวลา 08.45 น.
รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี

ESG Symposium 2022 : Achieving ESG and Growing Sustainability เป็นการรวมตัวของภาคเอกชน ภาครัฐ ประชาสังคม และพันธมิตรระดับโลกกว่า 315 ราย ร่วมผนึกพลังความร่วมมือด้าน ESG เป็นครั้งแรกในไทย เพื่อมุ่งเร่งแก้วิกฤตซ้ำซ้อน เช่น โลกร้อน อาหารขาดแคลน พิษโควิด-19 ปัญหาเงินเฟ้อ ราคาพลังงานพุ่ง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงและกลุ่มคนรุ่นใหม่

ภายในงานแบ่งออกเป็น 6 ช่วง คือ 1.ESG กุญแจสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืน 2.แนวทางอนาคตอาเซียนยั่งยืน 3.มุมมอง ESG ในบริบทโลก 4.ESG ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ 5.ESG กรณีศึกษา และ 6.โลกป่วยขั้นวิกฤต จะกู้โลกได้อย่างไร ทั้งยังเป็นการเปิดเผยข้อสรุปในการเร่งดันแผนจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ครั้งแรกของประเทศ

ESG กุญแจสู่อนาคตยั่งยืน

สำหรับช่วงแรกของงานสัมมนา “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี บรรยายในหัวข้อ ESG กุญแจสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยกล่าวว่าแนวทาง ESG เป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยแก้วิกฤตซ้ำซ้อนที่โลกกำลังเผชิญอยู่ โดยผ่านมา 11 ปี เวที symposium ของ SCG มุ่งเน้นในเรื่อง SD symposium แต่ปีนี้ยกระดับมาสู่ ESG symposium

“เราตั้งเป้าสร้างการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขวิกฤตที่เกิดผลเป็นรูปธรรม เช่น ความร่วมมือสร้าง roadmap ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตในประเทศไทย กับสมาคมซีเมนต์และคอนกรีตโลก (Global Cement and Concrete Association-GCCA)

เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยให้ดำเนินนโยบายบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050 เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกับระดับโลก”

นอกจากนั้นยังเตรียมนำแผนงานดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม COP 27 ในเดือนพฤศจิกายน 2022 ที่ประเทศอียิปต์ ทั้งยังมีความร่วมมือแก้ปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทรอย่างยั่งยืนกับ Alliance to End Plastic Waste-AEPW

ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทที่ทำงานร่วมกันในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมพลาสติก ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค จนถึงผู้ที่จัดการพลาสติกหลังจากใช้แล้ว เป็นต้น

“ตอนนี้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1.1 องศา หากไม่เร่งความร่วมมือแก้ไขจนอุณหภูมิโลกร้อนเกินเป้าหมายที่ 1.5 องศา โลกจะเปลี่ยนแปลงจนเราไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้แบบเดิม ตรงนี้ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกคนทุกหน่วยงานต้องเริ่มลงมือแก้ไขด้วยตนเอง เริ่มจากการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ใกล้ตัว และขยายไปสู่ความร่วมมือเพื่อแก้ไขให้ทันท่วงที

แม้ที่ผ่านมาคนเริ่มตื่นตัว ตระหนักถึงปัญหา และลุกขึ้นมาลงมือทำ แต่ยังไม่ทันต่อวิกฤตโลกที่ทวีความรุนแรงและใกล้ตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีวิกฤตโควิด-19 ที่กลับมาอีกระลอก โรคระบาดใหม่ที่พร้อมก่อตัว รวมถึงเงินเฟ้อ ความยากจนที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น”

แนวทางอนาคตอาเซียนยั่งยืน

“ดาโตะ ลิม จ็อก ฮอย” เลขาธิการอาเซียน ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Towards a Sustainable and Resilient ASEAN Community ว่า ประชาคมอาเซียน หน่วยงานสหประชาชาติ และภาคีนอกอาเซียนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อน ASEAN Community Vision 2025 ทั้งหมด 5 ด้าน

ได้แก่ 1.การขจัดความยากจน 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 4.การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน 5.การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันภัยพิบัติ และการเสริมสร้างขีดความสามารถ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2022 จะโฟกัสไปที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ การเกษตร, พลังงาน และการคมนาคมขนส่ง เพราะเป็นกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด แต่ข้อดีคือเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีใหม่มาช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ก้าวหน้าที่สุด จึงสามารถเป็นโมเดลขยายผลไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ในอนาคต

ปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญร่วมกันคือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจากรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ระบุว่า

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง 11% ในสิ้นศตวรรษนี้ ดังนั้น วิกฤตดังกล่าว จึงเป็นวาระที่เร่งด่วนที่ต้องเร่งหาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในสังคม และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ

ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ

สำหรับช่วงเสวนาโต๊ะกลมในหัวข้อ “โลกป่วยขั้นวิกฤต จะกู้โลกได้อย่างไร” ซึ่งมี “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) พูดถึงปัญหาในมุมมองความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้หญิงและผู้ชายในสังคม และการสร้างความเท่าเทียมทางเพศว่าถ้าจะพูดถึงปัญหาในโลก เรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศ อาจจะยังไม่ได้ถึงขั้นวิกฤตเมื่อเทียบกับเรื่องปัญหาโลกร้อน แต่ว่าก็เป็นปัญหาที่ไม่สามารถมองข้ามได้

ปัญหาด้านความไม่เท่าเทียมทางเพศมีหลัก ๆ 3 เรื่อง คือ 1.ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งยูเอ็นระบุว่ามีอุปสรรคกีดขวางผู้หญิงไม่ให้เข้าถึงสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคมมากมาย 2.การกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็ก 3.เรื่องความไม่เท่าเทียมด้านการจ้างงาน

“จำนวนผู้หญิงในประเทศไทยมีมากกว่าผู้ชาย แต่ว่ามีการจ้างงานในอัตราที่ต่ำกว่าเพศชาย โดยปัจจุบันผู้หญิงมีงานทำ 46% ขณะที่ผู้ชายมีงานทำ 54% อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศต้องครอบคลุมทั้งเพศหญิงและชาย และรวมถึง LGBTQ+ ด้วย

พราะทุกคนมีส่วนในการร่วมผลักดันขับเคลื่อน ออกเสียงเพื่อให้เกิดสิ่งดี ๆ ในสังคมได้ ส่วนการแก้ปัญหาความเลื่อมล้ำ ควรต้องส่งเสริมการสร้างเครือข่ายประสานพลังหญิง ให้ได้มาแลกเปลี่ยนความคิด และสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน”

ผลักดันไทยบรรลุ Net Zero

“ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม การพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวสรุปว่า จากการระดมสมองของทุกภาคส่วนในงาน ESG Symposium 2022 ได้ข้อสรุป 2 แนวทาง สู่การผลักดันไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ดังนี้

หนึ่ง จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อ net zero ที่ระดมความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชนจากระดับโลกและระดับประเทศ โดยมีสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่งมีเป้าหมายเร่งทำโรดแมปการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนดีที่สุดมาใช้ในไทย

สอง ผนึกกำลังขยายเครือข่ายความร่วมมือสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมมิติด้านพลังงานทางเลือก เศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการบริโภคอย่างยั่งยืน โดยจากการระดมสมองของภาคเอกชนครั้งนี้ จนนำไปสู่ความร่วมมือกับภาครัฐเดินหน้า 10 แนวทางการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

นับว่าการจัดงาน ESG Symposium 2022 ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งขยายพลังความร่วมมือให้มากขึ้นและทันต่อวิกฤตโลก ทั้งในบริบทของสิ่งแวดล้อม สังคมเหลื่อมล้ำ โดยยึดถือความโปร่งใส เป็นพื้นฐานสำคัญในทุกการดำเนินงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...