โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไปรษณีย์ไทย ต่อยอดจุดแข็ง อัพสปีดบริการเคียงข้างคนไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2565 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2565 เวลา 01.53 น.
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)

องค์กรเก่าแก่อย่าง “ไปรษณีย์ไทย” (139 ปี) ก็คงเหมือนบริษัทอายุมากทั้งหลายที่ไม่ง่ายเลย หากต้องเปลี่ยนตนเองไปทำสิ่งใหม่ ที่ต่างไปจากความคุ้นเคยเดิม แม้ว่าในหลายปีมานี้จะมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันด้าน “ราคา” ที่ดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง

คู่แข่งหน้าใหม่ดาหน้าเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดอยู่ตลอด โดยเฉพาะจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ยิ่งมีวิกฤตโควิดช่วยเร่งให้โตก็ยิ่งดึงดูดคู่แข่งเพิ่ม แม้การแข่งขันด้าน “ราคา” ที่หนักหน่วง จะไม่ได้ทำให้ใครมี “กำไร” ดังจะเห็นได้จาก “ตัวแดง” ในผลประกอบการของผู้ให้บริการโลจิสติกส์หน้าใหม่ทั้งหลาย

ผนึกพันธมิตรเสริมแกร่ง

นั่นเป็นสิ่งที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) พูดมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งกลางปี 2564 ว่าไปรษณีย์ไทยจะไม่ลงไปเล่นในเกม “ราคา” แต่ต้องสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาคุณภาพบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้ลูกค้า พร้อมกับเป้าหมายใหม่ที่ต้องการเป็นมากกว่า “ผู้ให้บริการขนส่ง”

ที่ผ่านมาจึงมีความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจหลากหลายวงการ ทั้งในและต่างประเทศ มีการปรับปรุงและขยับขยายการให้บริการไปยังบริการใหม่ ๆ ที่ (ยัง) มีคู่แข่งน้อย หรือใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่

ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริการขนส่งเย็น “ฟิวซ์โพสต์” ร่วมกับ JWD และแฟลชเอ็กซ์เพรส, กับสบาย เทคโนโลยี ครีเอท ไฟต์ติ้ง แบรนด์ “PostSabuy” เจาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์โดยเฉพาะ ไปจนถึงการมีบริการระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร มีบริการประทับรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์ บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เป็นต้น

ล่าสุดจับมือ รัฐวิสาหกิจไปรษณีย์ลาว (ปนล) ที่เพิ่งแปรรูปเปิดทางให้เอกชนเข้ามาถือหุ้นด้วยไปหมาด ๆ โดยทั้งคู่จะมีความร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งด้านเส้นทางขนส่ง โดยเฉพาะการอาศัยเส้นทางรถไฟลาว-คุนหมิง ขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน การเปิดให้บริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศทางภาคพื้น รวมถึงการยกระดับค้าปลีก-อีคอมเมิร์ซ ด้วยการนำสินค้าท้องถิ่นของ สปป.ลาวมาจำหน่ายบน thailandpostmart.com มีบริการจ่ายเงินปลายทาง (COD) ระหว่างประเทศ เป็นต้น

เปลี่ยนให้ทันลูกค้า

แต่สิ่งที่น่าจะถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นทัศนคติใหม่ ที่พร้อมแข่งขัน คือการประกาศว่าเปิดให้บริการตลอด 7 วัน แบบไม่มีวันหยุด ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันหยุดปีใหม่ปีที่แล้ว ก่อนหน้านั้นก็มีบริการ EMS แบบไม่มีวันหยุด และปรับเพิ่มขยายเวลาในบางสาขาไปจนถึง 2 ทุ่ม บางสาขาเปิด 24 ชั่วโมงก็มี ไม่ได้ยึดตามเวลาราชการเหมือนเดิม เช่น ศูนย์ EMS ที่หลักสี่ เป็นต้น

เรียกว่าปรับโหมดการทำงานไปสู่การเป็นผู้ให้บริการที่ให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ

“พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เขาก็ไลฟ์ขายของตอนกลางคืน เราจึงต้องปรับกระบวนการทำงานบางอย่าง ถ้าบอกว่าจะแตกต่างด้วยคุณภาพ ก็ต้องพร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้า บริการด้านการขนส่งจำเป็นต้องให้บริการต่อเนื่อง ลูกค้าอยากส่งวันไหนก็ควรจะส่งได้ คงไม่มีใครคิดว่าวันนี้วันหยุด พรุ่งนี้มาส่งก็ได้ ลูกค้ามีทางเลือกมากมาย”

“ดนันท์” ย้ำว่าเมื่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ไปรษณีย์ไทยก็ต้องปรับตัวไปหา “ลูกค้า” ซึ่งจะเกิดเป็นรูปธรรมได้ต้องมาจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงาน

“ที่ผมบอกว่าจะให้บริการ 365 วัน ไม่มีวันหยุด ไม่ได้หมายความว่าพนักงานจะไม่ได้หยุดเลยนะ แต่ใช้วิธีจัดตารางการทำงานสลับกัน จัดคนให้พอดีกับปริมาณงาน โดยดูจากข้อมูลที่มี ทำให้พร้อมให้บริการลูกค้าได้ต่อเนื่อง ธุรกิจเปลี่ยนเราก็ต้องปรับไปหาเขา”

ลุ้น Q4/2565 ขาดทุนลด

ด้วยความที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานถึง 3.8 หมื่นคน และเป็น “รัฐวิสาหกิจ” จึงไม่ได้มุ่งแสวงหาผลกำไรเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจเข้าไปมีส่วนในการดูแลชุมชนและสังคมไทยด้วย ดังเช่นช่วงวิกฤตโควิด ก็เป็นผู้จัดส่งยาตามระบบการรักษาที่บ้าน และส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่นับว่าเกือบทุกครั้งที่เกษตรกรประสบปัญหาราคาพืชผลตกต่ำก็ยังต้องเข้าไปช่วยส่งผลไม้ให้เกษตรกร

ไหนจะต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันและไฟฟ้าที่เป็น “ขาขึ้น” การประคับประคององค์กรให้ยังมีกำไรมาก ๆ เหมือนในอดีตจึงเป็นงานยาก (มาก)

ปัจจุบันแม้จะยังครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง ทั้งในแง่จำนวนชิ้นงาน (กว่า 50%) และมูลค่า (กว่า 40%) แต่หากดูผลประกอบการโดยเฉพาะกำไรจะเห็นว่าที่ลดลงต่อเนื่องมาหลายปีต้องยอมรับว่า ปณท กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากทีเดียว

กระทั่งปี 2564 มีรายได้ 21,448.43 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายกลับสูงถึง 23,613.73 ล้านบาท เป็นปีแรกที่ “ขาดทุน” มากถึง 1,730.34 ล้านบาท

และปีนี้ 2565 มียอดรายได้สะสม ม.ค.-พ.ย.ที่ 17,808.56 ล้านบาท มีค่าใช้จ่าย 20,315.42 ล้านบาท อาจจะยังสรุปไม่ได้ว่าจะเป็นอีกปีที่ “ขาดทุน” เพราะเหลือ ธ.ค.อีกเดือน แต่ดูแล้วก็ไม่ง่ายที่จะพลิกกลับมาทำกำไรได้ แม้มีแคมเปญทายผลแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 มาช่วย

“ดนันท์” บอกว่าไตรมาส 4 เทียบไตรมาสอื่นน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด ดังจะเห็นยอดการจัดส่งพัสดุที่เพิ่มขึ้นแต่สุดท้ายจะจบที่เท่าไร ขอลุ้นต่อให้ถึงจบเดือนสุดท้ายก่อน

“เรายังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มผลิตภาพและคุณภาพของทุกกระบวนการทำงาน การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่หลากหลายขึ้น การพัฒนาบริการใหม่จากฐานทรัพยากรที่มีและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาสนับสนุนให้เกิดความสะดวก เพิ่มโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น”

ปิดจุดอ่อนต่อยอดจุดแข็ง

แม่ทัพไปรษณีย์ไทยบอกด้วยว่า ในปี 2566 จะยังมุ่งไปยังการเป็นผู้ให้บริการที่อยู่เคียงข้างคนไทยในฐานะ “หน่วยงานการสื่อสารและขนส่งของชาติ” เน้นการทำงานเชิงรุก ทั้งการเข้าหาลูกค้า และพัฒนาบริการให้ตรงความต้องการของทุกภาคส่วน ทำให้ทุกคนไว้วางใจ และนึกถึงไปรษณีย์ไทยทุกครั้งที่ต้องการใช้บริการ

และว่าธุรกิจโลจิสติกส์ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ

“ธุรกิจนี้การแข่งขันสูง ผู้ให้บริการต้องปรับตัวและพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เราเองก็ด้วยต้องมีเป้าหมายเพิ่มผลิตภาพและคุณภาพของทุกกระบวนการทำงาน สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเข้าถึงอุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้น และพัฒนาบริการใหม่จากฐานทรัพยากรที่มี”

ยุทธศาสตร์ธุรกิจในปีหน้าจะมุ่งไปยัง 1.เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจหลัก (fix core business) เช่น ปรับปรุงบริการหลังการขายเพื่อดึงลูกค้าเดิมกลับมา และ 2.แสวงหาโอกาสใหม่ (explore new ocean) ที่เริ่มทำไปแล้วก็เช่น ดิจิทัลเมล์บอกซ์, ดิจิทัลโพสต์ไอดี หรือขยับไปทำเรื่อง market research ให้กับแบรนด์สินค้าต่าง ๆ โดยใช้จุดแข็งไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลลูกค้า และเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์กว่า 2 หมื่นคนที่เข้าถึง และเข้าใจประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ

“เขียนที่อยู่ไม่ชัด ไม่ครบ เราก็ยังไปส่งได้ นี่คือจุดแข็งของไปรษณีย์ ลูกค้ามีความเชื่อถือ และเชื่อมั่นในแบรนด์ไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนเจนเอ็กซ์ เบเบี้บูมเมอร์ที่ต้องต่อคือทำอย่างไรให้ไปรษณีย์ไทยเข้าไปอยู่ในใจเจน Z และคนรุ่นใหม่ ๆ ด้วยการนำแพลตฟอร์มออนไลน์ เทคโนโลยีทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเปิดใจ เราเป็นองค์กรที่อยู่มานาน แต่ความทันสมัยไม่เกี่ยวกับอายุ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัว การทำงานที่รวดเร็ว แข็งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะปลูกฝัง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...